หน้าแรก ประชาชื่น การเดินทาง เพ...

การเดินทาง เพื่อนใหม่ และรอยยิ้ม วันว่างของอาสา รฟม. ตอน บุกเชียงใหม่

25.09.16 | 10:31 น.

รฟม. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดบริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง ต้นสิงหาคม 2559 ขณะที่เส้นสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายกำลังก่อสร้างให้เสร็จทันตามกำหนดแผนงาน พ.ศ.2562, สายสีเขียว หมอชิต-คูคต ผู้รับเหมาลงพื้นที่ก่อสร้างแล้ว ส่วนโครงการสายสีเหลือง สีชมพู และสายสีส้ม เปิดประมูลหาผู้รับจ้างงานได้ภายในปีนี้

“รฟม. เรายกระดับชีวิตเมือง” เพื่อคนกรุงได้ใช้บริการรถไฟฟ้าตามแผนงานครบทั้ง 10 เส้นทาง

กระนั้น “อาสา รฟม.” เจียดเวลาไปทำกิจกรรมให้สังคมเรื่อยมา ปีนี้เราขึ้นไปทำแนวกันไฟที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ปูน จ.เชียงใหม่

การเดินทางจุดหมายที่ สถานีรถไฟเชียงใหม่ ตีตั๋วรถไฟตู้นอน เพราะทุกครั้งมารถไฟก็นั่งตู้เสบียง จิบกาแฟเพลินๆ ดูวิวผ่านบานหน้าต่าง มองธรรมชาติทิวทัศน์ ทุ่งนา ท้องฟ้า ต้นไม้เขียว ชั่วโมงนี้มีความสุขใจ ความสุขใจหล่อเลี้ยงชีวิตให้สดชื่น

รถไฟวิ่งมาถึงอยุธยา ฝรั่งแบกเป้ขึ้นมาเต็มขบวน ผู้มาใหม่ยิ้มให้ทักทายกัน คู่หนุ่มสาวจากเจเนฟ สวิตเซอร์แลนด์พูดฝรั่งเศสนั่งอีกฟาก รู้ภายหลังว่า ผู้ชายเป็นชิลีอพยพมาอยู่สวิสตั้งแต่เด็ก หญิงสาวเป็นสวิสโดยกำเนิด ทั้งคู่พูดคล่องทั้งสเปนและอังกฤษ

Advertisement

เรามีเวลาได้สนทนาคุยกันออกรส ฝรั่งอเมริกันชื่อ เจ็ค อาสเชอร์ (Jake Ascher) จากวอชิงตัน ดี.ซี. ใช้เวลาท่องเที่ยวเรียนรู้โลกตะวันออกจากกรุงเทพฯมาอยุธยาต่อไปเชียงใหม่ เมื่อรู้ว่ากลุ่ม รฟม.เป็นอาสาสมัครขึ้นไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ ชาวเขาบนดอยนอนค้างแรมในป่าก็สนใจ เจ็คโทรศัพท์หาเอเยนซี่ขอเลื่อนห้องพักออกไป เมื่อรู้บุ๊กกิ้งทำได้ก็ชูกำปั้นดีใจ “Perfect”?

pra01230959p2
(ซ้ายบน) ศูนย์การเรียนรู้ไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านบ่อใหม่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ขวาบน) ท่ามกลางอากาศหนาว เด็กยังมีความสุขกับไอติมแท่งที่รอรับแจก (ซ้ายล่าง) กิจกรรมที่บ้านห้วยทราย อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย (ขวาล่าง) แค่ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเด็กๆ ก็สุขใจ

ณ หน่วยจัดการต้นน้ำ ลุงสม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ พาคณะพร้อมคนงานเดินขึ้นเนินไปตามแนวป่า แจกคราด มีดพร้า และอธิบายงานง่ายๆ โดยลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

เจ็คเก้ๆ กังๆ ถือคราดถางหญ้าวัชพืชขึ้นรก ฟันฉับฉับ เรียกเหงื่อได้ทั้งที่อากาศเย็นจัด เขาสนุกกับกิจกรรมที่ทำวันนี้ ซึ่งหาไม่ได้ในกรุงวอชิงตัน การได้มาอยู่ร่วมกันบนนี้ ช่วงขณะต่างก็ได้แลกเปลี่ยนทรรศนะ ได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตคนตะวันออก เป็นความทรงจำที่ดี แทบไม่น่าเชื่อว่า เขารู้เรื่องพุทธศาสนา รู้ถึงศีลห้า ข้อปฏิบัติของชาวพุทธ การทำสมาธิและพระสายป่าอย่าง อาจารย์ชา หรือท่านพุทธทาส เมื่อเราพาเข้าวัดป่าอาจารย์ตื้อ ใน อ.แม่แตง เขาชี้ให้ผมดูและพูดไทยชัดเว่อร์ “กุฏิ”

เจ็คหันมานับถือพุทธ (ซึ่งเมื่อจากกันที่เชียงใหม่ ตัวเขาลงใต้ไปเกาะสมุย และเข้าคอร์สอบรมสมาธิที่สวนโมกข์) ขณะที่พ่อแม่ ครอบครัว และญาติๆ นับถือศาสนายูดาย ซึ่งเป็นศาสนาของชาวยิว และเป็นรากฐานที่มาของสองศาสนาสากล คือ คริสต์และอิสลาม รากเหง้าบรรพบุรุษอพยพมาจากยุโรป สายเลือดปนเปกัน ทั้งโรมาเนีย เบลารุส

สำหรับชาวยิวดั้งเดิมอยู่อาศัยในดินแดนปาเลสไตน์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานให้ เร่ร่อนไปในที่ต่างๆ เมื่อพื้นที่นี้แห้งแล้งก็พากันอพยพเข้าไปในอียิปต์และตกเป็นทาสอยู่ 500 ปี จนโมเสส ผู้นำที่เชื่อกันว่าพระเจ้าส่งมา พาชาวยิว 12 ตระกูล อพยพออกจากแผ่นดินอียิปต์ กลับมาสร้างเมืองที่ปาเลสไตน์อีกครั้ง ก่อนจะตกเป็นของแอสซีเรีย เปอร์เซีย และกรีก ครั้นโรมันเรืองอำนาจได้ยึดดินแดนผืนนี้ ผู้นำยิวยุคนั้นได้ลุกขึ้นต่อสู้และพ่ายแพ้ให้แก่กองทัพโรมันในปี ค.ศ.133 บันทึกเขียนไว้ ชาวยิวถูกฆ่าตายถึง 580,000 คน

pra01230959p3
(ซ้าย) ทำแนวกันไฟ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ปูน จ.เชียงใหม่ (ขวา) เจ็ค อาสเชอร์ สมาชิกใหม่ที่พบกันระหว่างทาง

ส่วนที่เหลือก็ถูกส่งไปเป็นทาสทั่วยุโรปภายใต้จักรวรรดิของตน เมื่ออาณาจักรโรมันล่มสลาย ชาวยิวได้รับอิสรภาพอพยพกระจัดกระจายไปสู่ดินแดนต่างๆ ทั่วแผ่นดินยุโรปและในประเทศสเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ซึ่งถูกเข่นฆ่า กดขี่ ทารุณ ถูกต่อต้านขับไล่จากเจ้าของแผ่นดินเรื่อยมา จึงพากันออกจากยุโรปเป็นระลอกๆ เป็นสายไปสู่แผ่นดินอเมริกา ดินแดนเสรีภาพ

กระทั่งเมื่อมีการตั้งรัฐอิสราเอล เมื่อปี พ.ศ.2491 วันที่ยิวได้เอกราชฟื้นคืน ชาวยิวจากทั่วโลกได้อพยพกลับมาอยู่บ้านเกิดที่นี่ อิสราเอลจึงเป็นประเทศผู้อพยพ ผสมกันของเชื้อชาติ ภูมิหลัง วิถีชีวิต ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีที่ต่างกัน

ภาพผู้อพยพยุคนั้นคงไม่ต่างกับคนอพยพยุคนี้ คนอาหรับจากซีเรีย เยเมน ลิเบีย แอฟริกาเหนือ ล่องเรือลอยคอกลางทะเลเดินทางสู่ยุโรปทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อหนีภัยสงคราม การเมือง มาตายเอาดาบหน้า หากโชคดียุโรปรับขึ้นเรือเป็นผู้ลี้ภัย ชีวิตใหม่กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง

ค่ำคืนนั้นทุกคนนั่งล้อมวงไฟกินมื้อค่ำ จากฝีมือแม่ครัวมูเซอ อาหารมื้อนี้เป็นผักใบเขียวเอาอกเอาใจเจ็ค ที่กินมังสวิรัติ เขาโชว์ ฝีมือปรุงรสทอดไข่เจียวออกเกรียมๆ “อร่อย” ใช้ได้เลยล่ะ

เช้ารุ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมมอบของใช้ ของขวัญให้เด็กๆ ชาวเขาในพื้นที่ 2 หมู่บ้านแล้ว คณะตีรถเดินทางต่อไปบ้านห้วยหญ้าไทรลึกเข้าไปในป่าติดแม่น้ำแตง และขึ้นไปบ้านน้ำบ่อใหม่บนดอยในพื้นที่ อ.เวียงแหง ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมกันครูดอยเปลี่ยนหน้ามาต้อนรับ กระนั้นน้ำใจไมตรียังเปี่ยมล้น ครูต๊อกอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กิจกรรมผ่านพ้นไปด้วยดี

ชาวบ้านมีรอยยิ้ม เมื่อ รฟม.ขึ้นมาหา การฉายหนังกลางป่าบนดอย ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บเป็นบรรยากาศแสนวิเศษ

เด็กๆ และชาวบ้านมีความสุขนั่งกินไอติมดูหนัง ดูการ์ตูน เป็นประเพณีปฏิบัติกันทุกปี กิจกรรมเล็กๆ เพียงเท่านี้ส่งมอบความสุขให้กันได้ ชีวิตไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่และใหญ่โตอะไร

การเดินทางรอบนี้ได้เพื่อนใหม่ (อีกแล้ว) เป็นคนอเมริกัน เด็กๆ แอดเฟซบุ๊กอีเมล์ติดต่อหาสู่กัน ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวเล่าเรื่องระหว่างทางที่ได้ประสบมา หวังว่าพวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในอนาคต

โลกนี้ย่อมเป็นเพื่อนกันได้ทุกหนแห่ง ทุกมุมโลก เราเพียงมอบความจริงใจให้กันและกัน มิตรภาพก็ยืนยาว