การปิดตัวของนิตยสาร “สกุลไทย” ยิ่งตอกย้ำว่า แม้แต่นิตยสารที่มีแฟนเหนียวแน่นก็ไม่อาจอยู่รอดต่อ “ภูมิทัศน์” ใหม่ของโครงสร้างรายได้นิตยสารที่ไม่ได้เป็นแค่ในไทย แต่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ทราบกันดีว่ารายได้หลักของนิตยสารเป็นรายได้จาก “โฆษณา” หาใช่รายได้หลักจากยอดขาย…
เพราะต้นทุนทำนิตยสารแต่ละเล่มคำนวณมาแล้ว ไม่สามารถตั้งราคาขายได้ตามที่เห็นตัวเลขบนปกได้แต่ไหนแต่ไรมา…
มีความพยายามต่อสู้ ดิ้นรน แม้ไม่อาจถึงกับเรียกว่า “ฝืนตลาด” แต่ก็ “หืดจับ” โดยเฉพาะนิตยสารที่ออกฤทธิ์เร็วมาก
…เร็วขนาดที่เคยมีการวิเคราะห์ว่าหนังสือพิมพ์อาจชะลอก่อนนิตยสาร แต่ไปมาสถานการณ์นิตยสารมาถึงทางตันก่อนคาดการณ์ไว้
เราจึงได้เห็นสภาพเล่มที่บางลง หรือบนแผงมีการวางนิตยสารหัวเดียวกันหลายปักษ์ย้อนหลังก็มี บางเล่มเปลี่ยนจากรายเดือนเป็นราย 4 เดือน ขณะที่บางเล่มยุบฉบับพรินต์และบุกตลาดเว็บและโซเชียลมีเดีย ผนวกอีเวนต์เสริม
แม้จะมีกลุ่มนักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ รวมตัวกันดันนิตยสารที่เริ่มต้นด้วยเงินบริจาคส่วนหนึ่ง กับทุนส่วนตัวของผู้ร่วมก่อตั้ง เช่น Mad About ที่กำหนดเป็นนิตยสารราย 3 เดือน แต่หากใครได้ฟังหนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง โตมร ศุขปรีชา ให้สัมภาษณ์ไว้จะพบว่ามีคำที่บอกว่า “ทนเจ็บได้ระยะหนึ่ง”
นัยยะคือ ควักเนื้อเจ็บตัวได้ 3 เล่ม
ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคน “นิ้วกลม” บอกว่า แม้กำหนดไว้เบื้องต้นจะทำเป็นราย 3 เดือน ออก 3 เล่ม แต่ชื่อแบรนด์นี้อาจแปรสภาพไปเป็นสิ่งอื่น รูปแบบอื่นในชื่อ Mad About ก็ได้
โมเดลนี้ มีความซ้อนคล้ายนิตยสารแนวไลฟ์สไตล์ที่มีฐานผู้อ่านเฉพาะกลุ่มอย่าง Monocle ซึ่งไม่ได้แค่ผลิตนิตยสารขาย แต่ได้ผลิตสินค้าแนวไลฟ์สไตล์วางจำหน่าย ไปจนถึงโมเดลระดับนานาชาติ รับทำคอนเทนต์ให้กับรัฐบาลในหลายประเทศผ่านลงในนิตยสาร
…เป็นโมเดลหารายได้ของนิตยสารไลฟ์สไตล์ที่มีฐานคนอ่านเฉพาะกลุ่มเฉพาะก้อนเล่มนี้
แต่ใช่ว่าทุกคนจะเดินตามรอยนี้แล้ว “รอด” กันหมด…?
ไม่ใช่ทุกคนที่ผันมาทำนิตยสารฉบับดิจิทัล ผลิตเว็บไซต์ ปั่นยอดคลิกบนโซเชียลมีเดียแล้วจะเพียงพอ แต่ทุกค่ายทุกหัวต่างหา “ลูกเล่น” ดึงเม็ดเงินใหม่ๆ
ที่น่าสนใจคุยกันถึงล่าสุดคือ ในตลาดอย่างสหรัฐอเมริกาที่ถือเป็นตลาดใหญ่ของนิตยสาร หลายเจ้าก็พบปัญหาในแบบสื่อสิ่งพิมพ์เช่นกัน กระนั้นในรายค่ายใหญ่ๆ อย่างค่ายไทม์ (Time INC) ที่มีนิตยสารในเครือมากมาย และยังมีกลุ่มที่ติดตลาดจากการจัดอันดับท็อปเท็นของสหรัฐอย่างน้อย 3 หัว อาทิ People, Sport Illustrates, InStyle
แต่เมื่อโลกยุคนี้ แค่นิ่งก็แปลว่าช้า ไทม์มีการขยับตัว…แบบกระเพื่อมแรงในแวดวงดิจิทัลอเมริกา
“เทรนด์” ล่าสุดที่ไทม์เดินบนเส้นทางดิจิทัลคือ การใช้เทคโนโลยีวีอาร์ (VR) หรือเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality
จะเป็นอย่างไรติดตามต่อตอนหน้า

