คําว่า “ที่พึ่ง” นั้นมีความหมาย
ที่พึ่งทางกาย ที่พึ่งทางใจ มีความสำคัญ เพราะใครที่ไร้ที่พึ่งมักหมดอาลัยในชีวิต
ย้อนกลับไปดูทุกชีวิตที่เกิดขึ้นมา พ่อแม่คือที่พึ่งของลูก
เมื่อเติบใหญ่เข้าสู่สังคม “ที่พึ่ง” ของแต่ละคนมีมากมาย
รัฐบาลเป็นที่พึ่งของประชาชน ข้าราชการเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
หัวหน้างานเป็นที่พึ่งของลูกน้อง เพื่อนเป็นที่พึ่งของเพื่อน
ขณะเดียวกันคนก็มักจะหันเข้าหาที่พึ่งทางใจ
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต สิ่งศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นที่พึ่งทางใจ
คนแห่ไหว้พระ ทำบุญตักบาตร ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เสริมชะตา ปัดเป่าเภทภัย
ส่วนใครที่โชคร้าย พึ่งพาใครก็ไม่ได้
สุดท้ายก็ตกอยู่ในความโดดเดี่ยว
ขาดที่พึ่ง !
คนไทยหลายครอบครัวในขณะนี้กำลังตกอยู่ในสภาพนี้
เรื่องขาดที่พึ่งนี้ได้ยินมาจากวงสนทนาในหมู่คนที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง
เหตุที่ประชาชนรู้สึกขาดที่พึ่ง อาจเป็นเพราะที่พึ่งเดิมๆ กำลังสาละวนกับปัญหาของตัวเอง
รัฐบาลมีปัญหาภายใน ทั้งปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลและปัญหาภายในพรรคแกนนำ
ศาสนาก็มีปัญหา แวดวงสงฆ์เกิดข้อครหาในคำสั่งองค์กรสงฆ์
เศรษฐกิจนั้นมีปัญหาเรื้อรังจากโรคโควิด-19 มานานแล้ว
ธุรกิจหลายแห่งเจอพิษล็อกดาวน์ ขายของไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูน
บางแห่งต้องยุติกิจการชั่วคราว อีกหลายแห่งต้องลดพนักงาน
ผลที่ตามมาคือ หลายครอบครัวขาดที่พึ่ง
หัวหน้าครอบครัวที่เคยพึ่งได้ กลับตกอยู่ในสภาพลำบาก
หลายครัวเรือนเกิดปัญหา จะหันไปพึ่งใครก็พบแต่คนที่มีปัญหาไม่ต่างกัน
ปัญหาคนไทยขาดที่พึ่งนี้ หากนักการเมือง พรรคการเมือง ฝ่ายราชการ และอื่นๆ นำมาขบคิด ย่อมมีทางแก้
เชื่อว่าหลายองค์กรสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ช่วงนี้รัฐบาลผ่อนคลายทางการเมือง เริ่มเปิดให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
นักการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มการเมืองท้องถิ่น เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้
นโยบายการหาเสียง และการทำตามนโยบายที่หาเสียง ทำให้ชาวบ้านมีความหวัง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นที่พึ่งของชุมชน
เช่นเดียวกับรัฐบาลที่แม้ขณะนี้จะยังไม่มีเลือกตั้งทั่วไป แต่หากมีแนวทางบริหารที่คมชัด ทำให้ประชาชนเชื่อมั่น
ประชาชนก็มีความหวัง
ยิ่งถ้าสิ่งที่รัฐบาลพูด สามารถทำให้กลายเป็นจริงได้
รัฐบาลจะเป็นที่พึ่งของประชาชน
เช่นเดียวกับฝ่ายราชการ หากยึดมั่นในหน้าที่ก็จะเป็นที่พึ่งของประชาชน
ทหารเป็นรั้วของชาติ ตำรวจพิทักษ์สันติราษฎร์ มหาดไทยบำบัดทุกข์บำรุงสุข
ข้าราชการในกระทรวงต่างๆ ทำงานตามหน้าที่เพื่อประชาชน
เมื่อประชาชนเกิดปัญหา และไปขอคำปรึกษา จะเกิดความรู้สึกว่ามีที่พึ่ง
ขณะเดียวกับผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กร
ถ้าปลัดกระทรวง อธิบดี ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้ใต้บังคับบัญชาในการทำงาน
บิ๊กๆ ทั้งหลายจะเป็นที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชาไปโดยปริยาย
ถ้าทุกกระทรวงทุกหน่วยงานทำได้เช่นนี้
คนไทยจะพ้นจากความว้าเหว่เพราะมีความอบอุ่น
ความอบอุ่นเกิดจาการพึ่งพา
สำหรับการพึ่งพากันนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง
วันนี้ผู้ที่เคยพึ่งพาคนอื่นอาจเปลี่ยนไปเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้
นักการเมือง กลุ่มการเมืองที่เคยเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ชาวบ้านจะกลายเป็นที่พึ่งของนักการเมืองและพรรคการเมือง
ผู้บังคับบัญชาที่เคยเป็นที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อถึงเวลาเกษียณ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะเป็นที่พึ่งของอดีตผู้บังคับบัญชาได้
เช่นเดียวกับพ่อแม่ลูก เพื่อนฝูง พนักงานในบริษัท และอื่นๆ
ช่วงนี้ติดตามการประกวดรางวัลพระปกเกล้าที่สถาบันพระปกเกล้าจัดขึ้นทุกปี
รางวัลพระปกเกล้าเป็นรางวัลที่มอบโล่และประกาศนียบัตรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และส่งเสริมการลดความเหลื่อมล้ำ
เมื่อติดตามดูความสำเร็จขององค์กรเหล่านี้ พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานคลุกคลีกับชาวบ้านมักมีผลงานโดดเด่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมีเงินน้อย จึงใช้ความสัมพันธ์กับชุมชนสร้างผลงาน
สะท้อนภาพการพึ่งพาอาศัยกันและกัน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งชาวบ้าน ชาวบ้านก็พึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องถิ่นใดเกิดความสัมพันธ์เช่นนี้ขึ้น สังคมนั้นมีความสุข
ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนจะไม่โดดเดี่ยว
แนวทางเช่นนี้ ถ้ารัฐบาลทำได้ พรรคการเมืองทำได้ ข้าราชการทำได้
ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง และฝ่ายราชการ จะเป็นที่พึ่งของประชาชน
ทุกปัญหาที่มีอยู่แม้จะสาหัส แต่ทุกคนจะไม่โดดเดี่ยว
ไม่ต้องเผชิญหน้าปัญหาหนักๆ อย่างเดียวดาย เพราะทุกคนเป็นที่พึ่งของกันและกัน
ทุกชีวิตที่เกิดมา ควรจะเป็นเช่นนี้
ทุกชีวิตควรมีโอกาสได้เป็นที่พึ่งของคนอื่น
คนเราควรมีโอกาสพึ่งพากันและกัน

