“ศิลปินนักร้อง” เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เด็กไทยหลายต่อหลายคนต่างใฝ่ฝัน ดังนั้นนอกจากพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวเองแล้วยังคงต้องอาศัย “พรแสวง” หรือการแสวงหาความรู้และเทคนิคต่างๆ เพิ่มเติมให้กับตัวเอง เพราะการก้าวไปสู่การเป็นศิลปินนักร้องไม่ใช่แค่ร้องเพลงเป็นก็สามารถเป็นได้ แต่หากขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมและความหมั่นเพียรในการเติมความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
ล่าสุด กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ร่วมกับศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ จัดกิจกรรม การประกวดร้องเพลงเยาวชนกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 “กรุงเทพมหานคร นครแห่งเสียงเพลง ที่ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อายุระหว่าง 6-15 ปี ที่มีใจรักในเสียงเพลง ร่วมแข่งขันการประกวดร้องเพลง ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตรจากกรุงเทพมหานคร พร้อมทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
สุนันทา สมบุญธรรม ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ กล่าวว่า “นอกเหนือจากการแข่งขัน กิจกรรมครั้งนี้ยังจัดขึ้นเพื่อสานฝันให้เยาวชนที่ชื่นชอบการร้องเพลง ได้พัฒนาทักษะของตนเองสู่การเป็นนักร้องมืออาชีพ โดยทางศูนย์การค้าได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและการขับร้อง จากกรุงเทพมหานคร ร่วมให้ความรู้ด้านต่างๆ ได้แก่ ทักษะการออกเสียง ทักษะเทคนิคการร้องขั้นสูง ทักษะการแสดงออกบนเวที และทักษะการสื่อสารอารมณ์และบุคลิกภาพ ผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป มิวสิก แคมป์ (Music Camp)”
น้องพี หรือ ด.ญ.ฐิตาอำไพ ม่วงมณี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ ผู้ประเดิมคว้าแชมป์การแข่งขันปีแรก เล่าว่า ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบร้องเพลงมาก สามารถร้องได้ทุกแนวเพลง โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่ง เดินทางไปประกวดมาหลายเวที แต่ไม่เคยได้รับรางวัลใหญ่ คิดว่าเสียงร้องของตัวเองยังไม่ดีพอ
“เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จึงทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วน้ำเสียงของเราเหมาะกับเพลงแนวไทยสากลหรือเพลงสตริงมากกว่า เพราะคุณครูที่ให้ความรู้ในช่วงกิจกรรมเวิร์กช็อปแนะนำว่า เนื่องจากเรามีน้ำเสียงใสเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสำเนียงการออกเสียงภาษาไทยภาคกลางชัดเจน จึงเหมาะแก่การร้องเพลงแนวไทยสากล”
ดังนั้นจึงอยากฝากบอก เพื่อนๆ และทุกคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปินนักร้องควรค้นหาน้ำเสียงของตัวเองให้รู้ก่อนว่าน้ำเสียงของเราเหมาะกับแนวเพลงประเภทไหนและมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยเริ่มต้นจากการร้องตามเสียงเพลงต้นแบบจริง เมื่อจำเนื้อเพลงได้แล้วก็ปรับมาร้องกับคาราโอเกะที่ไม่มีเสียงต้นแบบ เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดความชำนาญ
ทางด้านเยาวชนที่ได้รับรางวัลชมเชยอันดับ 1 ด.ช.ภูวิศ จั่นเผือก หรือน้องเปียโน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชานิเวศน์ เล่าว่า การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความรู้มากมาย ทั้งจากคำแนะนำของคณะกรรมการและการแลกเปลี่ยนความรู้จากเพื่อนที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะเรื่องการออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้อง เพราะปัจจุบันเยาวชนไทยมักใช้คำควบกล้ำผิด ผันเสียงผิด ซึ่งถือเป็นเป็นหัวใจสำคัญของการร้องเพลงเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ยังได้รับความรู้จากรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จจากการประกวดร้องเพลง คือเรื่องการเสริมทักษะด้วยการเรียนดนตรี ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือสากล อาทิ กลอง กีต้าร์ หรือฉิ่ง เป็นต้น เพื่อจะทำให้เข้าใจตัวโน้ตและสามารถจับจังหวะการร้องเพลงได้ถูกต้อง รวมไปถึงการฟังเพลงหลากหลายแนว เพื่อเรียนรู้เทคนิคการร้องเพลงและนำมาพัฒนาทักษะของเรา
สุดท้าย ด.ญ.พรรวษา หร่องบุตรศรี หรือน้องน้อยหน่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดอัมพวา อีกหนึ่งเยาวชนที่ได้รับรางวัลชมเชย เล่าว่า การประกวดร้องเพลงในครั้งนี้นอกเหนือจากรางวัลและประสบการณ์การแข่งขันที่ได้รับแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับคือความรู้และเทคนิคเรื่องการร้องเพลง จากคุณครูในกิจกรรมเวิร์กช็อป ที่นำความรู้มาอบรมมากมาย อาทิ การฝึกเป่ากระดาษทิชชูให้ติดผนังเพื่อฝึกพลังปอดให้แข็งแรง และทำให้ลมที่ปล่อยออกมาคงที่เพื่อให้เสียงร้องนิ่ง ไม่สั่น รวมถึงการฝึกขยับปาก ด้วยการออกเสียง เอ อี ไอ โอ ยู เพื่อฝึกให้ปากได้รูปกับคำที่เปล่งออกมา และเพิ่มความชัดเจนของเสียงเพลงที่จะร้อง
“ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้ง จะนำไปพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีความรู้ความสามารถพร้อมทั้งจะค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อสานความฝันการเป็นนักร้องระดับมืออาชีพให้เป็นจริงตามที่ได้ตั้งใจไว้”

