ปรับสำรับไทยโบราณโดนใจนักกินรุ่นใหม่
New Thai Dish for New Gen


ท่ามกลางการไหลบ่าของพหุวัฒนธรรมในสังคมที่มีคนอยู่กันอย่างหลากหลายเช่นปัจจุบัน แน่นอนว่าเรื่องของอาหารการกินย่อมมีความแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ ศาสนา และวิถีการดำเนินชีวิต อาหารไทยดั้งเดิม เป็นภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น มีอัตลักษณ์ บ่งบอกได้ถึงลักษณะความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ อาหารไทยก็เช่นกันย่อมมีเอกลักษณ์ในรสชาติ รูปแบบ บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ ภูมิปัญญาในการทำอาหารที่ประณีต มีกระบวนการการทำสืบทอดมาอย่างยาวนาน
แต่เมื่อโลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ความดั้งเดิมที่เคยมีอยู่จึงถึงเวลาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและกระแสโลก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเชฟร้านอาหารชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ขณะนี้ พร้อมพันธมิตรด้านท่องเที่ยวและการเดินทาง สายการบินไทยสมายล์ และโรบินฮู้ด-ฟู้ดแพนด้า ผนึกกำลังรังสรรค์ 20 เมนูอาหารไทยโบราณ เอาใจนักกินคนรุ่นใหม่ภายใต้แคมเปญ “Thai Dishcovery: New Thai Dish for New Gen” ตลอดปี 2564


โดยอาหารไทยโบราณ 20 เมนูที่นำมาปรับโฉมใหม่ ได้แก่ เถ้าคั่วสงขลา, จอแหร้ง, หมูย่างเมืองตรัง, น้ำพริกกากหมู, หมูฮ้อง, ไก่กอและ, ช่อม่วง, หมูโสร่ง, ม้าฮ่อ, แกงเผ็ด (ฉู่ฉี่), ข้าวยำ, เมี่ยงคำ, หมี่ฮกเกี้ยน, โอวต้าว, ข้าวหลาม, ข้าวต้มมัด, ขนมฝรั่งกุฏีจีน, ขนมหม้อแกง, กะละแม และ กระยาสารท เมนูทั้งหมดนี้จะนำมาปรับเป็นเมนูใหม่ มีการพัฒนารูปแบบ เอกลักษณ์ และรสชาติให้ตอบโจทย์ของกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยแบบไทยดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
และเพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับรสชาติอาหารโบราณอย่างถึงรสถึงชาติ จึงมีกิจกรรมเปิดตัวที่ร้าน Whispering cafe ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ร้านของ ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง ที่รู้จักกันดีในฐานะนักจัดสวนระดับไฮเอนด์ ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย Whispering cafe ได้รับความนิยมจากนักกินรุ่นใหม่ด้วยความชิคและชิลของบรรยากาศกลางสวน ร่มรื่นด้วยธรรมชาติ ไม้ดอกไม้ใบ ราวกับอยู่ในชนบทของฝรั่งเศส

สำหรับ “เมนูอาหารไทยโบราณ” ในกิจกรรมเปิดตัวโครงการ เจ้าภาพนำเสนอให้ลิ้มลองด้วยกัน 8 เมนู เริ่มด้วยเครื่องดื่มสุดปรี๊ด “น้ำมะปี๊ดโซดา” จากร้าน Whispering cafe ตามด้วย “ข้าวยำดอกไม้ใบไม้ในสวน” จากร้านเดียวกัน ความดั้งเดิมของข้าวยำปักษ์ใต้ถูกประยุกต์ให้สวยงามด้วยสีสันของดอกไม้ที่คิดว่ากินไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นส่วนประกอบของอาหารที่วิเศษ ไม่ว่าดอกพวงชมพู อัญชัญ มะนาวสีชมพู ตามด้วยถั่วพู ถั่วฝักยาว ตะไคร้ ใบมะกรูด มะม่วง และพริกขี้หนูสวนที่ซอยละเอียดยิบราวกับฝีมือชาววัง คลุกเคล้าด้วยน้ำบูดูรสจัดจ้าน แค่คำแรกก็หยุดไม่ได้…ต้องไปต่อ
เมนูที่สองเป็น “ข้าวยำทอด” จากร้านแก้วแกงใต้ ดัดแปลงจากการนำข้าวก้นหม้อมาคลุกผสมกับสมุนไพรให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทอดให้เหลือง รับประทานกับอาจาดรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ตัดกับรสเครื่องเทศในข้าวยำ เหมาะเป็นอาหารมื้อหลักและคนที่ชอบอาหารใต้ที่มีกลิ่นเครื่องเทศชัดเจน


เมนูที่สาม “แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุดคัด” และ “น้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน” สองเมนูนี้มาจากร้าน “แสนสำราญที่แสนแสบ” เป็นอาหารชาววังที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากๆ โดยเฉพาะ “แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุดคัด” ที่มีกุ้งทะเลตัวโตหั่นชิ้นพอดีคำ และมังคุดแกะเอาแต่เนื้อขาวๆ แล้วราดด้วยน้ำยำ เสียบใบสะระแหน่เล็กน้อย รสเปรี้ยวหวานเค็มครบ ตักเข้าปากเคี้ยวถูกเนื้อมังคุดกับกุ้งชิ้นโตได้รสชาติลงตัวฟินสุดสุด ถือเป็น Appetizer เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี
ส่วนน้ำพริกกากหมูพริกไทยอ่อน แค่กากหมูกินกับอะไรก็อร่อยแล้ว สูตรนี้ปรุงจากสูตรโบราณของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นำมาปรับรสชาติและรูปแบบการจัดวางให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากจะกินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้ว หากใครชอบกินเส้นก็นำไปผัดคลุกเคล้ากับเส้นสปาเกตตีได้ อร่อยแปลกใหม่ลงตัวไม่แพ้กัน เชฟติ๊ก-สุทธิพันธ์ บุษปนิกรกุล เล่าถึงอาหารจานนี้ว่า ชื่อ “แสร้งว่า” ก็คือความหมายไม่ใช่ของจริง ดังนั้น จากเดิมที่ใช้ “ไข่เต่า” ก็ประยุกต์มาเป็น “ไข่ออนเซ็น” แทน ส่วนมังคุดคัดอาจหายากเพราะไม่ใช่หน้ามังคุด จึงเปลี่ยนมาเป็น มังคุดธรรมดาแทน แต่ก็เป็นของดีจากนครศรีธรรมราชเหมือนกัน

เมนูถัดมาจาก “ร้านสุดคั่ว บาย สุพรรณิการ์” เป็น “หมูทอดสุดคั่วราดซอสฉู่ฉี่ไข่เค็มแดง” เคียงด้วยไข่เค็มต้มยางมะตูม ให้รสชาติของฉู่ฉี่ เค็มๆ มันๆ กลมกล่อม หอมกลิ่นกะทิ ใช้คลุกข้าวสวยกินได้จนหมดจาน ตามด้วย “ข้าวผัดหมูฮ้องซอสคาราเมล” จากร้าน ari cafe & bistro รสชาติพัฒนาจากหมูฮ้องสูตรดั้งเดิมจากทางใต้มาปรับใหม่ไม่มีกลิ่นฉุนของเครื่องเทศมากนัก และหมูที่ใช้ก็เป็นหมูคุโรบุตะ รสออกหวานนิดเค็มหน่อยกำลังดี

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานสุดพิเศษ “ข้าวหลามสามหน้า” มีหน้าสังขยา หน้ากุ้ง และหน้าปลาแห้ง เป็นของร้าน Whispering cafe เสิร์ฟมาพร้อม “ชากุหลาบ” สีสวยและกลิ่นหอม ข้าวหลามที่ใช้เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนครปฐมที่ไม่แฉะกะทิเหมือนที่อื่น ตามด้วย “ยูกิกาละแม” ร้าน Club Anda ดัดแปลงมาจากขนมโมจิของญี่ปุ่น คำว่า “ยูกิ” หมายถึง “หิมะ” นำมาห่อหุ้มกาละแมของหวานไทยโบราณ ให้ความหอมของโมจิบวกกับกะทิมะพร้าว เนื้อนุ่มละมุนไม่หวานมาก เป็น 8 เมนูโฉมใหม่ที่ได้ใจนักชิม-นักกิน ทุกคน และวาดหวังว่าคนรุ่นใหม่จะถูกใจเช่นกัน

อาหารไทยทั้ง 20 เมนูเพื่อคนรุ่นใหม่ เปิดขายสำหรับผู้ที่สนใจอิ่มอร่อยได้ทั้งที่ร้าน หรือสั่งกลับไปรับประทานที่บ้าน เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนตลอดเดือนธันวาคม 2564 และสามารถติดตามตัวอย่างการปรุงอาหารไทยรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ WWW.Thai Dishcovery.com
อาหารไทยดั้งเดิมมีชื่อเสียงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ยิ่งได้นำมาใส่ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์เติมนั่นนิดแต่งนี่หน่อยดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าและความน่าสนใจน่ารับประทานให้กับอาหารไทยมากยิ่งขึ้น
กรรณิการ์ ฉิมสร้อย
ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ
Thai Dishcovery:New Thai Dish for New Gen
Whispering Cafe, Greyhound cafe, Audrey, On the Table, Tokyo Cafe, Sood Kua by Supanniga, ari cafe & bistro, Club Anda, My Dining Chef, Lamour cafe,
Wild Coffee & Bristro ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด ร้านบ้านหญิง ร้านแก้วแกงใต้ ร้านไทยนิยม
ร้านหลงโถวคาเฟ่ ร้านแสนสำราญที่แสนแสบ ร้านทองหยิบทองหยอด ร้านน้องโจ๊ก ร้านคาราเมล
ร้านเขาทองเทอเรสต์ ร้านแลเลกริล ร้านเสน่ห์ย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นโทบิโกะ ร้านอาหารอัญชลี ร้านหนำ
ร้านอาหารชายทะเล ร้านตะโกลา และร้านอรุณดิน่า
“นี่คือ..จุดเริ่มต้นสร้างการรับรู้
ให้นักกินคนรุ่นใหม่”
อัจฉราพร พงษ์ฉวี
อดีตรองอธิบดี กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
“โครงการนี้เป็นความตั้งใจที่จะนำเมนูอาหารไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และเมนูไทยดั้งเดิมที่หารับประทานได้ยากในปัจจุบัน ทั้งหมด 20 รายการ อาทิ ข้าวยำ ข้ามหลาม เมี่ยงคำ กระยาสารท ฯลฯ มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ให้เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนการกินไปตามยุคสมัย รวมทั้งกระแสวัฒนธรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
บางสิ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุค พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของมรดกชาติ เขาจะได้เห็นคุณค่าและรู้สึกหวงแหนอยากอนุรักษ์มรดกของชาติให้คงอยู่สืบไป กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่ในการส่งต่อความอร่อยถึงบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าโครงการนี้เป็นมิติใหม่ของการสร้างสรรค์ และยกระดับอาหารไทยให้ร่วมสมัย เป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันและสร้างโอกาสให้อาหารไทยเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหารต่างประเทศให้กลับมารับประทานอาหารไทยมากยิ่งขึ้น”

