ภัคณัฏฐ์ มากช่วย เปิดโมเดลกู้วิกฤต‘สถาบันการบินพลเรือน’ พลิกหลักสูตร ฟื้นรายได้

31.10.21 | 13:49 น.

จากวันที่ 4 มิถุนายน 2504 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 เป็นระยะเวลาร่วม 60 ปี ที่สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติภารกิจผลิตบุคลากรด้านการบินออกสู่ตลาดมาอย่างยาวนาน

เป็น 60 ปีที่เปลี่ยนผ่าน จากยุคเฟื่องฟูมาสู่วันที่ “สบพ.” เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจทรุดตัว การระบาดของโควิด-19 เขย่าอุตสาหกรรมการบินทุกภาคส่วนระส่ำระสาย ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ พลันที่ทั่วโลกชัตดาวน์น่านฟ้า

รวมถึง “สบพ.” ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรด้านการบินครบวงจร ครอบคลุมทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ สนับสนุนด้านการบินของชาติและประเทศในภูมิภาค รายได้ก็ลดน้อยถอยลงทุกปี

ไม่ว่าจะเป็นสถานฝึกอบรมวิชาภาคพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดการเรียนการสอนภาคปกติระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี และปริญญาโท จากทุกปีมีผู้สมัครสอบแข่งขันหลาย 1,000 คน จากความไม่แน่ไม่นอนของธุรกิจการบิน ทำให้คนมาสมัครเรียนน้อยลง

ขณะที่ศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินและเครื่องช่วยเดินอากาศ ที่ท่าอากาศยานหัวหิน เป็นแหล่งผลิตนักบิน เปิดสอน 2 หลักสูตร คือ นักบินพาณิชย์ตรีเครื่องบิน และหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเฮลิคอปเตอร์ ตอนนี้แทบไม่มีคนเรียน โดยเฉพาะหลักสูตรนักบิน อาชีพในฝันของใครหลายคน จากที่ สบพ.เคยผลิตได้ปีละ 100 คน ตอนนี้ยอดเป็นศูนย์

Advertisement

ผลพวงจากโดมิโนโควิด-19 “ภัคณัฏฐ์ มากช่วย” รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร และรักษาการแทนผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน เปิดใจ “ทำให้นักเรียน รายได้ของ สบพ.ลดลง ต้องพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางหารายได้ ทบทวนราคา หลักสูตร ให้สามารถแข่งขันได้ เพื่อให้มีกระแสเงินสดเข้ามาใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ”

•สถานการณ์ศูนย์ฝึกอบรมและโรงเรียนการบินหลังเกิดการระบาดโควิด?

การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทุกภาคส่วน เมื่อทุกส่วนได้รับผลกระทบเราในฐานะเป็นหน่วยผลิตบุคลากรเพื่อป้อนอุตสาหกรรมทุกภาคส่วนก็ได้รับกระทบไปด้วย โดยเฉพาะศูนย์ฝึกอบรมที่หัวหิน เป็นหลักสูตรที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงให้กับองค์กร คือ หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเครื่องบิน ผลิตบุคลากรด้านนักบิน จะใช้เวลาเรียน 52 สัปดาห์ถึง 1 ปี ค่าใช้จ่ายต่อหลักสูตร 2.3 ล้านบาท

รายได้มาจาก 2 แหล่ง คือ สายการบินส่งมาฝึกและผู้มาฝึกด้วยทุนส่วนตัว แต่เมื่ออุตสาหกรรมการบินในภาคส่วนของสายการบินต่างๆ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงเกิดความไม่เชื่อมั่นในภาวะการมีงานทำเมื่อสำเร็จการฝึกอบรม ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญขององค์กร ซึ่งศูนย์ฝึกอบรมที่หัวหิน คนเริ่มมาฝึกน้อยลงตั้งแต่ปี 2562 เพราะสายการบินหลักที่ส่งคนมาฝึกกับ สบพ.คือการบินไทยเริ่มมีปัญหา พอปี 2563 เริ่มมีการระบาดของโควิดระลอกแรก ทำให้สถานการณ์การเงินของ สบพ.ได้รับผลกระทบ

แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเฮลิคอปเตอร์ เพราะมีเพียง สบพ.แห่งเดียวเท่านั้นที่จัดการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว และเป็นหลักสูตรที่ผลิตนักบินเพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานราชการเป็นหลักคือ กองบินตำรวจ และกองทัพเรือ จะมีผู้เข้าอบรมปีละไม่น้อยกว่า 8 คน และเริ่มมีคนสนใจใช้ทุนส่วนตัวเข้ามาเรียน จากในอดีตไม่เคยมี ซึ่งหลักสูตรนี้มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านต้นๆ

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลานี้ เนื่องจาก สบพ.มีจุดแข็งในด้านความพร้อมของทรัพยากรทั้งครูการบินที่มีความรู้ความสามารถทักษะและประสบการณ์ ชั่วโมงบินสูงและมีเครื่องบินฝึกทั้งเครื่องยนต์เดียวและสองเครื่องยนต์ที่ทันสมัยและใหม่เป็นจำนวนมาก และมีระบบการจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงทำให้ สบพ.ได้รับความไว้วางใจจากโรงเรียนการบินบางแห่ง ส่งศิษย์การบินมาให้ สบพ.ทำการฝึก ในบางขั้นตอนของหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเครื่องบิน

•ได้ปรับกลยุทธ์หรือทำอะไรไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา?

เมื่อหลักสูตรพาณิชย์ตรีเครื่องบินซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ไม่มีรายได้เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ว่ารายได้เราเป็นศูนย์ ยังมีหลักสูตรอื่นๆ มาซัพพอร์ต พยายามดิ้นรนทุกวิถีทางหารายได้ โดยการคิดหลักสูตรใหม่ขึ้นมา เช่น หลักสูตร Recurrent Airplane เป็นหลักสูตรสำหรับนักบินที่ว่างเว้นจากการบินมานาน ต้องการรักษาสมรรถภาพทางการบิน หรือสำหรับนักบินที่มีความประสงค์ต้องการไปต่อใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นักบิน

เป็นหลักสูตรที่คิดขึ้นมาใหม่ในปีนี้ ในระหว่างที่หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเครื่องบินไม่มีคนเรียนเลยหลังเกิดโควิด และหลักสูตร Commercial Pilot Airplane Requalification เป็นหลักสูตรสำหรับนักบินที่มีชั่วโมงไม่ครบตามที่กำหนดในหลักสูตรทั้ง 2 หลักสูตร เป็นการอบรมระยะสั้นที่เราพัฒนาขึ้นมา และได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ขณะนี้ยังมีคนมาเรียนไม่มาก คาดว่าต้องทยอยมาในเร็ววันนี้ หลังเปิดประเทศ

ไม่ใช่ สบพ.ที่เดียวมีหลักสูตรนี้ มีโรงเรียนการบินอีกหลายแห่งเปิดอบรมเหมือนกัน ทำให้มีการแข่งขันราคากัน ซึ่ง สบพ.พยายามเต็มที่ในการสู้ราคา ทำไมเราต้องสู้ราคา เอกชนเวลาเขาบริหารจัดการต้องคำนึงถึงต้นทุน แต่ สบพ.เป็นหน่วยงานของรัฐ มีบุคลากรประจำ แต่เอกชนใช้วิธีการจ้างเป็นรายชั่วโมง ทำให้มีการบริหารจัดการต่างกัน ในปีนี้ สบพ.ได้ทบทวนราคาหลักสูตรเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ แต่ยังคงมาตรฐานเดิม เพื่อให้มีกระแสเงินสดเข้ามาใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ

•ยอดสมัครเรียนที่สถานฝึกอบรมที่กรุงเทพฯ ปีการศึกษา 2564 ลดลงมากน้อยแค่ไหน?

สถานฝึกอบรมที่กรุงเทพฯ เป็นการผลิตบุคลากรด้านภาคพื้น ในการรับนักศึกษาปกติ ในช่วงที่ผ่านมาก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 ภาวะการแข่งขันสูงมาก มีผู้มาสมัครเรียนเยอะ 3,000-4,000 คน แต่เป็นการผลิตบุคลากรเฉพาะทาง ไม่ใช่การผลิตในเชิงปริมาณ คนที่เข้าเรียนได้ต้องเก่งภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ทำให้เราสามารถรับได้เพียงปีละกว่า 500 คน ทั้งระดับอนุปริญญา เรียน 2 ปี ค่าใช้จ่ายประมาณ 2 แสนบาท ระดับปริญญาตรี เรียน 4 ปี ค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนบาท และระดับปริญญาโท เรียน 2 ปี ค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนบาท เป็นหลักสูตรประจำปีการศึกษา ยังไม่รวมหลักสูตรฝึกอบรมที่เปิดได้ตลอดเวลา

พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองตัดสินใจยากจะส่งลูกมาเรียน หลังอุตสาหกรรมการบินมีปัญหา คนกังวลเรื่องภาวะการมีงานทำ หลังสำเร็จการศึกษาไปแล้ว ทำให้คนจึงมาสมัครลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในปีการศึกษา 2564 การรับนักศึกษาภาคปกติต่ำกว่าเป้าประมาณ 25% จากกว่า 500 คน มีคนเรียนแค่ 405 คน เท่านั้น

ทำให้รายได้ สบพ.ในปี 2564 ที่ประสบปัญหาโควิด-19 ระบาดหนักสองระลอก ลดลงจากปี 2563 ประมาณ 70 ล้านบาท เหลือประมาณ 190 ล้านบาท เทียบกับช่วงปกติ สบพ.ในปี 2561 ที่ธุรกิจการบินเฟื่องฟูมีรายได้จากการดำเนินการงานปีละกว่า 400 ล้าน จากนั้นก็ลดลง
มาเรื่อยๆ

สำหรับในปี 2565 คาดว่าจะสูงกว่าปี 2564 ภายใต้ปัจจัยรัฐบาลเปิดประเทศ เพราะประเทศไทยมีรายได้หลักจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้าเราสามารถเปิดประเทศได้ คนในประเทศได้รับวัคซีนโดยทั่วถึง อุตสาหกรรมการบินจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าถ้าทำได้เร็ว ในปี 2566-2567 อุตสาหกรรมการบินน่าจะค่อยขยับ แต่จะกลับไปเหมือนเดิมใน 2-3 ปีนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่จะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น หากมองย้อนเหตุการณ์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดซาร์ส หรือไนน์วันวัน ไม่ได้กระทบรุนแรงแบบนี้ แต่โควิดครั้งนี้กระทบทั้งโลกและปิดประเทศเลย มันเป็นหายนะที่สุดสุด

 

•แผนการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2565 มีการพัฒนาหลักสูตรอะไรเพิ่มเติ่มหรือไม่?

จากเมื่อปีการศึกษา 2564 เรารับนักเรียนได้ต่ำกว่าเป้า ในปีการศึกษา 2565 เลยปรับกลยุทธ์ในการรับนักศึกษา โดยเพิ่มรอบการรับ จากเดิม 3 รอบ คือ รอบ Portfolio โควต้า และรับตรง ในปี 2565 เพิ่มรอบ Early Recruitment เป็น 4 รอบ เป็นหลักสูตรวิชาภาคพื้นเทียบเท่าระดับอนุปริญญาและระดับปริญญาตรี โดยเปิดรับสมัครนักเรียนโควต้าเรียนดี และเปลี่ยนวิธีการรับ จัดเป็นโครงการพิเศษ เช่น ให้โควต้าเด็กเรียนดีกับโรงเรียนที่เรามีฐานข้อมูลอยู่ในมือ จำนวน 157 แห่ง ใน 30 จังหวัด เช่น ภูเก็ต หาดใหญ่ สงขลา โคราช ขอนแก่น อย่างเช่นโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ผ่านมามีนักเรียนมาเรียนกับเราเยอะ ก็ประสานไปว่าจะให้โควต้า จากเดิมจะเปิดให้แข่งขัน

นอกจากเพิ่มรอบและมีโครงการพิเศษแล้ว ยังพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เป็นหลักสูตรเตรียมวิศวกรรม จะรับรุ่นแรกในปี 2565 รับเด็กจบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า สาขาวิชาเตรียมวิศวกรรมการบิน เป็นหลักสูตร 3 ปี เป็นครั้งแรกที่เรารับ ถ้าประสบความสำเร็จจะไปได้ดี

แนวคิดที่เราคิดหลักสูตรนี้ขึ้นมา ต้องการให้เด็กมี mindset รักวิชาชีพด้านการบิน หลักสูตรนี้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 180,000-200,000 บาท เรียนเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านการบิน ฝึกปฏิบัติจริง เห็นจริง เมื่อจบแล้วได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เขาจะได้ต่อยอดในหลักสูตรต่อๆ ไปของเรา มี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์การบิน

กับหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการการบิน จะมี 6 วิชาโท ได้แก่ การจราจรทางอากาศ การท่าอากาศยาน การขนส่งสินค้าทางอากาศ โลจิสติกส์การบิน ธุรกิจสายการบินและการบำรุงรักษาอากาศยาน เป็นการผลิตบุคลากรเพื่อซัพพอร์ตงานภาคพื้นทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราสร้างมาเพื่อสร้างรายได้เสริม คาดว่าจะทำให้ในปี 2565 มีคนเรียนตามเป้า 665 คน แต่รายได้คงไม่กลับมาเท่ากับปกติ เพราะรายได้หลักมาจากศูนย์ฝึกอบรมที่หัวหิน แต่เมื่อไหร่ที่กลับมา เมื่อนั้นเรายิ้มเลย คาดว่าจะกลับมาในอีก 5 ปีข้างหน้า

•มีแผนจะปรับระบบการเรียนการสอนอะไรเพิ่มเติมเพื่อรองรับอนาคตหรือโลกการศึกษาที่จะเปลี่ยนไปหลังโควิดอีกหรือไม่?

เป็นอีกเรื่องที่ สบพ.ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากว่าปัจจุบันรูปแบบการศึกษาเปลี่ยนไปเป็น Lifelong Learning เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เราอยู่ระหว่างปรับหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรโมดูลลาร์ และก็จัดระบบคลังหน่วยกิตขึ้นมา เช่น ต่อไปหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ปกติเรียน 4 ปีต่อเนื่อง ต่อไปอาจจะทำหลักสูตรออกมา สะดวกเก็บหน่วยกิตส่วนไหนก่อนก็เก็บไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งครบ

เพราะคำว่า degree เดี๋ยวนี้ไม่มีประโยชน์แล้ว ระบบการศึกษาเปลี่ยนไป หลายมหาวิทยาลัยปรับตัวโดยพัฒนาหลักสูตรให้เป็นระบบโมดูลลาร์ขึ้นมา สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต แต่การจะทำแบบนี้ได้หนึ่งต้องจัดหลักสูตร สองจัดระบบ เราอยู่ระหว่างดำเนินการ มีเป้าหมายจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ในปี 2567-2568

•ผลตอบรับการเรียนแบบออนไลน์และระหว่างทางมีนักเรียนไปต่อไม่ไหวบ้างหรือไม่?

ในช่วงโควิด-19 สบพ.มีจัดการเรียนการสอนออนไลน์ เริ่มแรกอาจจะมีปัญหาบ้าง ค่อยๆ ปรับแก้ปัญหาไป ถึงตอนนี้เริ่มเข้าที่แล้ว อย่างที่รู้ในแง่ของเราผู้สอนก็พยายามมีอุปกรณ์มาซัพพอร์ต แต่ผู้รับบริการคือนักศึกษาที่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ฐานะทางการเงินแต่ละคนไม่เท่ากัน อาจจะทำให้มีข้อจำกัดบ้าง

แต่ไม่มีพักการเรียนหรือหยุดเรียนไปเพราะเรียนออนไลน์ มีแต่เกรดไม่ถึงเกณฑ์กับฐานะการเงิน แต่เป็นสัดส่วนที่ไม่มาก เพราะ สบพ.มีมาตรการช่วยเหลือนักศึกษา เช่น สถานการณ์แบบนี้ ช่วยเหลือนักศึกษาในเรื่องซิมอินเตอร์เน็ต การผ่อนชำระค่าเล่าเรียน ให้แบ่งชำระได้ 3 งวด ลดค่าธรรมเนียมการเรียนในบางรายการที่สามารถปรับลดให้ได้ เพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินผู้ปกครอง ซึ่งในปีการศึกษา 2564 จากมีนักศึกษามาเรียน 405 คน ระหว่างทางมีออกไปส่วนใหญ่เป็นระดับปริญญาตรี มีประมาณ 5% ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เข้ามาเรียนแล้วไม่ชอบ ไปไม่ไหวเกรดไม่ถึง และมีปัญหาทางการเงิน

•แผนการผลิตบุคลากรด้านการบินออกสู่ตลาดอีก 3-5 ปี นับจากนี้?

สบพ.เป็นสถาบันผลิตบุคลากรเฉพาะทาง สิ่งสำคัญคือหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เนื่องจากเราเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานโลก เพราะเราเป็นสมาชิกโครงการ Trainnair Plus ของICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ตั้งแต่ปี 2555 มีการดำเนินการยกระดับมาตลอด จนกระทั่งวันที่ 19 มีนาคม 2564 ได้รับการยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมไปสู่สมาชิกระดับ Regional Training Centres of Excellence ยกระดับมาตรฐานของบุคลากรด้านการบินของไทยในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการผลิตบุคลากรด้านการบิน จากการพัฒนาหลักสูตรได้มาตรฐานโลก และระบบการจัดการฝึกอบรมก็ได้มาตรฐาน จะเป็นช่องทางในการหารายได้ สบพ.ในอนาคตต่อไป

ก่อนโควิดจัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไซต์ และรัฐได้อนุมัติให้เราสร้างอาคารหลังใหม่ เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรด้านการบินที่กรุงเทพฯ เปิดใช้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 เป็นช่วงโควิด-19 ระบาดพอดี มาไม่ถูกจังหวะ แต่จากฟาซิลิตี้ที่มีอยู่ ห้องเรียน ห้องประชุมซึ่งจุได้เป็น 1,000 คน เราสามารถจัดการฝึกอบรมได้อย่างเต็มศักยภาพ เมื่อมีดีมานด์เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะผลิตบุคลากรด้านการบินออกสู่ตลาดประมาณ 4,000 กว่าคน ในทุกสาขาอาชีพด้านการบิน ตอนนี้เปิดสอนแบบออนไลน์ มีทั้งคนไทยและต่างชาติเรียน เช่น ประเทศดูไบ โมซัมบิก เวียดนาม มองโกเลีย จีน เกาหลีใต้ เป็นหลักสูตรภาคพื้น เรามีนักพัฒนาหลักสูตรอยู่ในลิสต์ของ ICAO ทำให้คนให้ความสนใจ

•ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงเรียนฝึกอบรมในเมืองการบินอู่ตะเภา?

เป็นโครงการในอนาคตของ สบพ. เนื่องจากศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภาของเราเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีเนื้อที่ 6,500 ไร่ จะผลิตบุคลากรช่างอากาศมารองรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ปัจจุบันได้รับจัดสรรเนื้อที่ประมาณ 51 ไร่ โครงการถูกปรับลดขนาดลงจากเดิม ทางคณะกรรมการ (บอร์ด) สบพ.ให้ชะลอโครงการและศึกษาความเป็นไปได้โครงการใหม่บนพื้นฐานสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป มีแผนจะขอจัดสรรงบประมาณปี 2568 ใช้เวลาสร้าง 18 เดือน แล้วเสร็จในปี 2570 เปิดรับนักศึกษาได้ในปี 2571 ต่อไป สบพ.จะมีศูนย์ฝึกอบรม 3 แห่ง กรุงเทพฯจะผลิตบุคลากรการบินด้านการจัดการ หัวหินเป็นโรงเรียนฝึกอบรมด้านนักบิน และอู่ตะเภาเป็นด้านช่าง