จากงาน Online คลี่คลายสู่ On ground ‘วินาทีไร้น้ำหนัก’ ความรัก ความตาย ความหมายของการมีชีวิต

1.11.21 | 13:00 น.

ห่างหายกันไปนานสำหรับกิจกรรม On ground แบบเห็นหน้าค่าตาระหว่างนักเขียนและนักอ่านในวงการหนังสือ ไม่นานมานี้ เมื่อวันที่27 ตุลาคม 2564 สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับร้าน The Marshal Social Cafe และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26 / Hybrid Book Fair 2021 เชิญนักอ่านทุกท่านร่วมวงสนทนา “Book Talk: วินาทีไร้น้ำหนัก-ความรัก ความตาย ความหมายของการมีชีวิต” กับ วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจผู้เขียนหนังสือ “วินาทีไร้น้ำหนัก” ดำเนินรายการโดย วิกรานต์ ปอแก้ว

ซึ่งกิจกรรม Book Talk นี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมของสำนักพิมพ์มติชนที่จัดเสิร์ฟร้อนๆ แบบ On ground สำหรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26 / Hybrid Book Fair 2021 ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2564 นำพานักอ่านและนักเขียนมาเจอะเจอกันอีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงความใกล้ชิดกันของผู้คน พร้อมมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างเคร่งครัด ในบรรยากาศสบายๆ ยามเย็น
ที่ร้าน The Marshal Social Cafe ร้านคาเฟ่สุดคลาสสิกสไตล์ Art Deco ซอยประดิพัทธ์ 13

คุณปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่คุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ ผู้เขียนนิยาย “วินาทีไร้น้ำหนัก”

จากบรรณาธิการ สู่นักเขียนนิยาย

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ ผู้เขียนหนังสือ “วินาทีไร้น้ำหนัก”เริ่มต้นเส้นทางในวงการด้วยการเป็นนักข่าวสายการเงินที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เมื่อปี 2537 จากนั้นจึงย้ายไปทำงานนิตยสารที่ GM กว่าสิบปีก่อนจะลาออกมาใช้ชีวิตฟรีแลนซ์อยู่ช่วงหนึ่งและมารับตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN ช่วงต้นปี 2560

มีผลงานหนังสือรวมบทความอย่าง สุนทรียะแห่งความเหงา, ชายหนุ่มผู้ก้มลงถ่ายภาพเท้าตัวเอง, เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบานเอง, และผลงานแปลหนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตัวเอง อย่าง อิคิไก, วะบิ ซะบิ ปัจจุบันเขาทำงานอิสระ มุ่งเขียนและแปลผลงานที่นำเสนอประเด็นเรื่องความหมายของชีวิตอย่างจริงจัง

Advertisement

ตลอดเวลาที่ทำงานหลากหลายบทบาทในวงการหนังสือ วุฒิชัยกลับไม่เคยเขียนนิยายซึ่งเป็นเรื่องแต่งมาก่อนเลย งานเขียนของเขาในฐานะบรรณาธิการมักเป็นบทความแสดงทรรศนะหรือสารคดี ที่เป็นเรื่องจริงผ่านสายตาหรือมุมมองบุคคลต่างๆ เขาเล่าว่า การเขียนนิยายกลับเป็นการเปิดเปลือยความจริงมากกว่าสิ่งที่เคยเขียนมาทั้งหมดในอาชีพ

บทแรกของนวนิยาย “วินาทีไร้น้ำหนัก” เกิดขึ้นราวปี 2006-2007 เมื่อเขาเขียนนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกลงในบล็อกเมื่อ 10 ปีก่อน เกิดจากการที่กลุ่มเพื่อนนักเขียนชวนกันตั้งชาเลนจ์เขียนเรื่องแต่ง ผลัดวนกันเขียนต่อๆ กัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถทางการเขียนของเขาในช่วงเวลานั้น

วุฒิชัยอยู่ในช่วงวัย 30 กว่าปีในช่วงเวลาที่เริ่มต้นลงมือเขียนนิยาย เขาพบว่ากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตบางอย่าง ทั้งเรื่องการงานและความโกรธขึ้งไม่พึงพอใจที่เกิดขึ้นภายในใจ จึงใช้การเขียนนิยายเป็นทางออกเพื่อบอกเล่าถึงสภาวะอันว่างเปล่า พร้อมกับความสงสัยในคำตอบที่ยังไม่ค้นพบในตอนนั้น

คุณวิกรานต์ ปอแก้ว ผู้ดำเนินรายการ และคุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

การเขียนคือคำตอบ

ด้วยภาระทางการงาน วุฒิชัยต้องเขียนๆ หยุดๆ นิยายเรื่องนี้ไว้ในตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี จนกระทั่งเมื่อเขาลาออกจากงานประจำจึงมีเวลากลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง เขานำต้นฉบับเดิมกลับมาขัดเกลาเขียนใหม่ และพบว่าแม้ตัวละครที่เขียนไว้จะมีความมืดมน แต่กลับมีคำตอบบางอย่างกระจ่างชัดขึ้นมามากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน พร้อมกับมีตัวละครอื่นๆ อีกมากมายและเรื่องเล่าแวดล้อมในนิยายมากขึ้นกว่าแค่ตัวเอกตัวหลักที่เคยเขียนเอาไว้

งานเขียนของเขาได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ยุค 90-2000 ที่ผู้กำกับมักใช้ตัวละครกระจัดกระจายในการเล่าเรื่องอย่าง 21 Grams หรือ Babel ของอเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตูร์, Magnolia ของพอล โทมัส แอนเดอร์สัน, Pulp Fiction ของเควนติน ทารันติโน, และ Crash ของพอล แฮกกิส งานเขียนของเขาจึงมีจุดเชื่อมโยงตัวละครต่างๆ ร่วมกันอยู่ในลักษณะนี้

วุฒิชัยเล่าไว้ว่า แม้เค้าโครงของนิยายจะเป็นเรื่องแต่งที่ตนสรรหาเหตุการณ์มาท้าทายตัวละครในเรื่อง แต่ตัวละครมากมายถูกสร้างขึ้นจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และถูกกลบเกลื่อนตัวตนของคนเหล่านั้นอีกทีผ่านงานเขียน ซึ่งเขาเชื่อว่าการที่เขาสร้างตัวละครที่มีความเจ็บปวดและจับต้องได้จากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ผู้อ่านย่อมสัมผัสได้ว่าตัวละครเหล่านี้เป็นใครสักคนในชีวิตจริงของพวกเขา ไม่ต่างจากตอนที่เขาสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้นมา

เมื่อมองย้อนกลับไป วุฒิชัยพบว่าข้อเขียนของเขาในฐานะบรรณาธิการเมื่อ 10 ปีก่อน มักวนเวียนอยู่กับความทุกข์ แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ แม้งานเขียนจะเริ่มต้นจากความทุกข์ใจหรือความผิดหวังเช่นเดิม แต่ในตอนจบกลับให้ความหวังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งช่วยชุบชูจิตใจของตนให้ดีขึ้นเมื่อพบว่าสามารถหาทางออกใหม่ๆ ให้แก่วิธีเขียนของตนได้

ร้าน The Marshal Social Cafe

เสียงตอบรับจากนักอ่าน

วินาทีไร้น้ำหนัก เปิด Pre-order เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 หลังจากนิยายวางขายไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีเสียงตอบรับที่วุฒิชัยได้รับจากนักอ่านผ่านการเขียนและแท็กผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เขารู้สึกขอบคุณสำหรับทุกข้อเขียนที่เขียนถึงและดีใจสำหรับทุกเสียงตอบรับ

วุฒิชัยกล่าวว่า สิ่งล้ำค่าที่สุดในงานเขียนนิยาย คือการเขียนถึงคนที่ตนรักอยู่ในนั้น มันจะมีข้อความที่ปกติแล้วเขาไม่กล้าบอกกล่าวในชีวิตประจำวัน แต่สามารถบอกเล่าข้อความเหล่านั้นไว้ได้ในงานเขียนของตน

และสำหรับคำถามที่ว่า นิยายเรื่องถัดไปจะเป็นอย่างไร วุฒิชัยตอบว่ายังบอกไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามว่าช่วงเวลาไหนในชีวิตของเขาที่มีความสุขที่สุด เขาสามารถตอบได้ทันทีว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2016 ที่ได้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่สามารถกะเกณฑ์คาดการณ์ใดๆ ได้ นอกจากปล่อยให้การเขียนดำเนินไป สำหรับนิยายเรื่องถัดไปอาจต้องใช้เวลาสะสมเรื่องราวของตนเอง และเรื่องราวของผู้คนเป็นวัตถุดิบในงานเขียน ซึ่งในนาทีนี้เขายังตอบไม่ได้ ว่าอาจจะได้เขียนนิยายเรื่องใหม่ หรืออาจไม่ได้เขียนอีกเลยก็เป็นไปได้

คุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ ผู้เขียนนิยาย “วินาทีไร้น้ำหนัก”

เสียงตอบรับจากผู้ร่วมงาน

เมื่องานเสวนาจบลง วิกรานต์ ปอแก้ว ผู้ดำเนินรายการเปิดช่วง Q&A ถามคำถามจากนักอ่านที่มาร่วมงาน พร้อมแจกเทียนหอมที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับนิยายเรื่องนี้มอบให้กับผู้ที่ตั้งคำถาม จากนั้น คุณปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มอบของที่ระลึกให้แก่ วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ ผู้เขียนนิยาย “วินาทีไร้น้ำหนัก” คนต้นเรื่องคนสำคัญที่ทำให้เกิดบรรยากาศอบอุ่น และความประทับใจระหว่างนักเขียนและนักอ่านที่ห่างหายไปนานเกิดขึ้นได้อีกครั้ง

นักอ่านคนหนึ่งที่ติดตามผลงานของ วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ และมาร่วมงาน “Book Talk: วินาทีไร้น้ำหนัก-ความรัก ความตาย ความหมายของการมีชีวิต” กล่าวว่า “ทุกคนล้วนมีเรื่องเศร้าและช่วงเวลาอันยากลำบาก สับสน สั่นคลอนหรือถึงขั้นแหลกสลายอยู่ในชีวิตตัวเองช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่คงไม่บ่อยนักที่เราจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นหรือกระทั่งกล้าพอที่จะเผยมันออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งและแสนเปราะบางในชีวิตเรา”

“พี่อ๋อง (วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ) เป็นคนหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต่างเผชิญร่วมกันให้เกิดเป็นประสบการณ์ที่พิเศษได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามประดิษฐ์โวหารมากมาย”

“การออกนอกบ้านวันนี้มีความหมาย และคิดว่าหลังจากนี้จะใช้เวลาทยอยนัดเจอ พบปะผู้คนมากขึ้นในช่วงสองเดือนสุดท้ายก่อนจะสิ้นปี…”

“เราคิดถึง ‘Human touch’ และเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรมาแทนที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ ไม่มีจริงๆ”

เรื่องกรกฤษณ์ พรอินทร์

ภาพวรวิทย์ พานิชนันท์