หน้าแรก ประชาชื่น ก่อนเป็นคนไทย...

ก่อนเป็นคนไทย ล้วนเป็นคนไม่ไทย

29.09.16 | 16:22 น.

ความไม่ไทยของคนไทย
[ปกเป็นรูปแถนแม่เบ้า หรือช่องคลอดของแม่ที่ให้กำเนิดมนุษย์]
ปรับปรุงจากหนังสือ ความไม่ไทย ของคนไทย ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2559 ราคา 130 บาท

ไทย, คนไทย ในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อยกเลิกความรู้วิปริตที่ถูกครอบงำมานาน เรื่องการอพยพยกโขยงอย่างถอนรากถอนโคนจากเทือกเขาอัลไต นักวิชาการยังสร้างหรือแสวงหาคำอธิบายอย่างอื่นไม่ได้ แล้วเสาะหาที่มาที่ไปไม่พบ

ความไม่ไทย ของคนไทย ของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เล่มนี้ ปรับปรุงจากเรื่อง นาน้อยอ้อยหนู (ที่เคยพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์) เป็นคำอธิบายล่าสุดที่สำคัญและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง ช่วยคลี่คลายความอึดอัดขัดข้องทั้งหลายที่เคยมีมา ให้บรรเทาเบาบางลงมากหรือเกือบหมด

ภาษาไต-ไท (รากเหง้าภาษาไทย) เป็นภาษากลางการค้าทางไกลทางบก แพร่กระจายไปสู่คนในตระกูลภาษาต่างๆ เพื่อสื่อสารการค้าขายกันในกลุ่มคนนานาชาติพันธุ์

ด้วยเหตุผลหลายอย่าง นานเข้าคนนานาชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางตอนล่างก็กลืนกลายตัวเองเป็นไต-ไท ในที่สุดเรียกตัวเองว่า ไทย

Advertisement

คนไทย มีขึ้นจากภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท

อำนาจของภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท ทำให้คนพูดภาษาอื่นๆ (เช่น มอญ-เขมร ฯลฯ) บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง เรียกตัวเองว่า ไทย, คนไทย แล้วขยายไป ลุ่มน้ำอื่นๆ ในสมัยหลังจนทั่วประเทศไทย

การขยายอำนาจทางการเมืองของพวกไต-ไทในคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 (หรือพุทธศตวรรษที่ 17-20) ในภูมิภาคอุษาคเนย์ เข้ามาสู่ “เมือง” ที่อยู่ในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เช่น เชียงใหม่, หริภุญไชย, สุโขทัย, ละโว้, สุพรรณบุรี, อยุธยา ฯลฯ เป็นการขยายอำนาจทางการเมืองของภาษาไต-ไท มากกว่าการขยายอำนาจของ “ชนเผ่า” ไต-ไทโดยพร้อมเพรียงและในอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนั้น

เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าพระเจ้ามังรายก็ตาม, ขุนบางกลางหาวก็ตาม, พระเจ้าอู่ทอง ก็ตาม, ฯลฯ เป็นคนไต-ไทหรือไม่ แต่คนเหล่านี้คุ้นเคยกับวัฒนธรรมของพวกไต-ไท ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน แม้ในชีวิตปรกติเขาอาจพูดภาษาเขมร, ภาษาจีน, ภาษาลัวะ, หรือภาษามอญ ก็ตาม

ข้อผิดพลาดของนักประวัติศาสตร์ยุคก่อนๆ

นักประวัติศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ตอนต้นไม่ได้มองการอพยพเคลื่อนย้ายของพวกไต-ไท-ไทย-ลาวอย่างนี้

แต่ไปคิดว่ามีการอพยพเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมากภายใต้การนำของผู้นำ ลงมาแย่งชิงอำนาจกับรัฐหรืออาณาจักรที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป แล้วสถาปนาราชอาณาจักรของพวกไต-ไท-ไทย-ลาว-ยวนขึ้นตามที่ต่างๆ

และด้วยเหตุดังนั้นจึงต้องทำให้พวกไต-ไท-ไทย-ลาว-ยวนเป็นทายาทของอาณาจักรขนาดใหญ่ทางตอนเหนือ ไม่อย่างนั้นจะมาสร้างอาณาจักรในอุษาคเนย์ได้อย่างไร

จึงจับชาติพันธุ์กลุ่มนี้ยัดเข้าไปเป็นชนชั้นปกครองของอาณาจักรโบราณต่างๆ ที่ไม่ใช่ฮั่น และกล่าวถึงไว้ในเอกสารจีนโบราณ นับตั้งแต่ภูเขาอัลไต, นครลุงนครปา ไล่ลงมาถึงน่านเจ้า

ต้นอ้อยหนู
ต้นอ้อยหนู ขึ้นปรกรกนาน้อยอ้อยหนู (ภาพทั้งหมดและคำอธิบายได้จาก อ. ยุกติ มุกดาวิจิตร)

การเมืองภายในสยาม สร้างคนไทยมาจากอัลไต

คนไทยมีถิ่นกำเนิดบริเวณเทือกเขาอัลไต เป็นคำอธิบายที่สร้างขึ้นด้วยเหตุผลทางการเมืองในประเทศสยามช่วงนั้น

นิทานประวัติศาสตร์ที่บอกว่าไต-ไท-ไทย-ลาวล้วนเป็นทายาทของอาณาจักรมหึมาในหลักฐานจีน สอดคล้องกับความพยายามจะสถาปนารัฐสมัยใหม่ที่ชื่อสยาม อันมีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ไทยครอบงำมากกว่า

อักษรไทย ได้จากอักษรเขมรหรือมอญ

อักษรไทยคืออักษรเขมรหรือมอญที่ถูกทำให้ง่ายขึ้น (Simplified) เท่านั้น

(ไม่เชื่อว่ามีบุคคล “ประดิษฐ์” อักษรและอักขรวิธีขึ้น อย่างมากที่บุคคลจะทำได้ก็คือสร้างระบบแบบแผนของอักษรและอักขรวิธีที่ใช้กันอยู่แล้ว)

อักษรไทย และอักขรวิธีสำหรับคนไม่พูดไทย

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คืออักขรวิธี นับเป็นอักขรวิธีที่ง่ายที่สุดในบรรดาตัวอักษร ที่ใช้กันอยู่ในอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีป ทั้งในช่วงนั้นและสืบมาจนทุกวันนี้ และตรงอักขรวิธีนี่แหละที่ทำให้ไม่เชื่อว่ามีบุคคลคนใดคนหนึ่ง “ประดิษฐ์” ขึ้นได้ ต้องอาศัยความคุ้นชินของคนอื่นที่อ่านหนังสือออกเป็นฐาน

ทำไมจึงต้องทำให้อักษรและอักขรวิธี “ไทย” ง่าย?

ตัวอักษรและอักขรวิธีไทยถูกพัฒนาขึ้นสำหรับคนที่ไม่ได้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่

ภาพประกอบเรื่องนาน้อย
บ้านนาน้อยอ้อยหนู มีสายน้ำธรรมชาติไหลผ่าน

ภาษาไทย เป็นภาษากลางการสื่อสาร

อยู่ในเฮือนของตนก็พูดภาษาแม่ของตน แต่ออกนอกบ้านต้องใช้ภาษาไต-ไท เป็นภาษากลางสื่อสารกับคนอื่น

อาจเป็นเพราะภาษาไต-ไทพอเป็นที่เข้าใจแก่ประชากรส่วนใหญ่ของราชอาณาจักรใหญ่ ผู้เผยแผ่พุทธศาสนาสำนักลังกาในดินแดนแถบนี้จึงเลือกใช้ภาษาไต-ไทเป็นภาษาสำหรับการเผยแผ่ศาสนา

แน่นอนภาษาของศาสนาคือภาษาบาลี แต่นั่นสำหรับนักปราชญ์ที่ได้เรียนรู้

แต่ในการเทศน์, การทำพิธี โดยเฉพาะพิธีนอกบาลีทั้งหลาย, ตลอดจนการเล่านิทานชาดก จำเป็นต้องใช้ภาษาที่ผู้ฟังเข้าใจ ภาษาไต-ไทอำนวยความสะดวกในการนี้

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อต้องเขียนอธิบายหลักธรรมทั้งแก่ผู้เรียนศาสนา และคนทั่วไป ภาษา “พื้นเมือง” ที่ถูกเลือกใช้คือภาษาไต-ไท อันเป็นภาษาที่คนทั่วไปพอเข้าใจได้อยู่แล้ว

พุทธศาสนาสำนักลังกาอันเป็นศาสนาใหม่ที่มีพลังในการเผยแผ่ไปสู่คนธรรมดาสามัญอย่างกว้างขวาง จึงมีส่วนในการทำให้ภาษาไต-ไทกลายเป็นภาษาที่คนในชาติพันธุ์อื่นๆ รู้จัก และเป็นประตูอีกบานหนึ่งที่ผู้คนเหล่านั้นค่อยๆ กลืนตัวเองเป็นไต-ไทไปในที่สุด

กลืนตัวเองเป็นไต-ไท และไทย

อักษร “ไทย” ถูกทำให้เป็นระบบในช่วงที่ภาษาไต-ไทกำลังถูกใช้โดยคนที่ไม่ได้พูดภาษาไต-ไทมาแต่กำเนิด แต่ต้องใช้เพื่อศึกษาศาสนาใหม่ และต้องสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการค้าทางไกลทางบก

หากมองการขยายตัวของการใช้ภาษาไต-ไทจากแง่นี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องมองหาการอพยพเคลื่อนย้ายอย่างใหญ่ของชนเผ่าไต-ไท ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 แต่อย่างใด

กระบวนการกลายตัวเองให้กลายเป็นไตในสิบสองจุไทกองโดมินาส์เรียกว่า Thaiization ซึ่งเอดมันด์ ลีช ก็พบอย่างเดียวกันในที่ราบสูงชาน

ในทั้งสองดินแดนนี้ อาจกล่าวได้ว่าอำนาจทางการเมืองของชนชั้นสูงซึ่งได้กลายเป็นไต-ไทไปแล้ว ทำให้สามารถสถาปนาสิทธิ์และอภิสิทธิ์ โดยอาศัยลักษณะทางชาติพันธุ์เป็นตัวเร่งกระบวนการ Thaiization หรือการกลืนตนเองให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไท

แต่นอกจากอำนาจทางการเมืองแล้ว การใช้ภาษาไต-ไทด้วยเหตุจำเป็นของการค้าทางไกลทางบก และการเข้ามาของศาสนาใหม่อันมีลักษณะเป็นศาสนามวลชน ก็เป็นแรงจูงใจอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้กระบวนการกลืนตัวเองเป็นไทยยังดำเนินต่อไป แม้ว่าการจัดองค์กรทางสังคมได้เปลี่ยนจากชาติพันธุ์ไปสู่การสร้างพระราชอำนาจแล้วก็ตาม

DSC_0060
“แถนแม่เบ้า” แก่งหินกั้นกลางลำน้ำโซม (หรือน้ำยม) บ้านนาน้อยอ้อยหนู ชาวบ้านเชื่อว่า นี่คือภาพแทนแถนแม่เบ้า หรือช่องคลอด ซึ่งเป็นแถนผู้หญิงที่ทำหน้าที่แม่ผู้ให้กำเนิดมนุษย์