นับถอยหลัง เปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ เสียงจากนักร้อง-คนดนตรี 18 เดือนชีวิต ‘ล็อกดาวน์’

17.11.21 | 15:02 น.

หลังจากหลายสาขาอาชีพเริ่มทยอยกลับมาฟื้นตัวและเดินหน้าได้หลังจากต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 มาเป็นเวลานาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่ยังว่างงาน หนึ่งในนั้นคือกลุ่มศิลปิน นักร้อง นักดนตรี ถึงแม้ว่าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ศบค.จะคลายล็อกให้เล่นดนตรีในร้านอาหารได้ แต่ไม่ใช่ร้านอาหารทุกร้านที่จะพร้อมจ้าง จึงไม่ใช่นักดนตรีทุกคนที่จะได้กลับมาเล่น บวกกับข้อจำกัดที่มากมายไม่ว่าจะเป็นการจำกัดระยะเวลาในการแสดงให้ทันก่อนเวลาเคอร์ฟิว หรือการจำกัดจำนวนนักดนตรี

1 พฤศจิกายน เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัว แต่ยังคงปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และเห็นชอบเลื่อนการเปิดบริการจากแผนเดิมจากวันที่ 1 ธันวาคมปีนี้ เป็น 16 มกราคมปีหน้า เพื่อเตรียมการและประเมินสถานการณ์การระบาดรวมถึงความครอบคลุมการได้รับวัคซีน

นับเป็นเวลากว่า 18 เดือนที่นักร้อง นักดนตรี ได้รับผลกระทบ
อย่างหนัก เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพหลักได้ จากวันนี้ถึงวันนั้น คือเวลา 60 วันแห่งการรอคอย

ล็อกดาวน์ ไม่ล็อกรายจ่าย

พิษโควิด ปิดสถานบันเทิง

ประดิพัทธ์

ประดิพัทธ์ ก้องกุลเดช หรือพัตเตอร์ นักร้องเสียงเอกลักษณ์ ผู้ที่ใช้ความสามารถเข้าไปถึงรอบตัดเชือก The Voice Thailand 2019 เล่าถึงผลกระทบจากโควิดที่มีต่ออาชีพของตนเองซึ่งทำรายได้หายไปทันที

“โดยปกติแล้วในหนึ่งสัปดาห์จะรับงานร้องเพลง 4-5 วัน มีร้านที่เซ็นทรัลเวิลด์ สนามเป้า รังสิต เอกมัย ทองหล่อ และจะมีงานอีเวนต์ งานแต่ง หรือเล่นเป็นวงเปิดให้ศิลปินในนามของพัตเตอร์ The Voice ก็จะมีรายได้ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อเดือน พอเจอล็อกดาวน์คือหายไปเลยในพริบตา เราส่งตัวเองเรียน ต้องจ่ายค่าหอ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าเทอม แต่รายได้หลักรายได้เดียวหายไป เลยต้องเอาเงินเก็บมาใช้ดำรงชีวิต คือมันล็อกดาวน์ไปหลายรอบมาก แต่นานสุดก็คือที่ปิดสถานบันเทิงตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงตอนนี้” พัตเตอร์เล่าย้อนผลกระทบตั้งแต่ล็อกดาวน์รอบแรก มาจนถึงวันนี้ที่แม้รัฐอนุญาตให้ร้องเพลงในร้านอาหารได้ แต่ตราบใดที่สถานบันเทิงยังไม่เปิดอย่างแท้จริง รายได้ก็ยังไม่กลับมา

Advertisement
พันธกิจ

ด้าน พันธกิจ อรรฆภิญญ์ หรือแดเนียล มือกีตาร์ที่ยึดการเล่นดนตรีในสถานบันเทิงเป็นอาชีพหลัก เล่าว่า ปกติแล้วตนจะมีรายได้หลักมาจากการเล่นดนตรีร้านเหล้ากับอีเวนต์ประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ รายได้เฉลี่ย 4,500 บาทต่อสัปดาห์ การที่ไม่ได้เล่นดนตรีมานาน 6-7 เดือน ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมากทั้งด้านการเงิน ร่างกาย และจิตใจ

“ปกติเล่นร้านแถวรังสิต ในเมืองก็จะเป็นร้านแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อารีย์ แต่ตอนนี้ว่างมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว พอหลังจากที่เขาคลายล็อกให้เล่นดนตรีในร้านอาหารได้ก็มีติดต่อมาให้ไปเล่น 1-2 ร้าน แต่ยังไม่ได้กลับไปเล่นประจำเป็นคอนแทคติดต่อเป็นรายครั้งมากกว่า ช่วงระหว่างที่ไม่มีงานก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ว่างงานยาว ใช้เงินเก็บอย่างเดียว

การที่ไม่ได้เล่นดนตรีชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะนะ ช่วงที่ว่างนี่คือเรารู้สึกว่ามีผลทั้งด้านการเงิน ทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจเลย ปกติเราได้ออกไปข้างนอก ได้ซ้อม ได้วอร์ม ได้ขยับร่างกาย พอว่างงานแทบจะอยู่ห้อง
ตลอดเลย เป็นมนุษย์ถ้ำ ช่วงแรกก็เหมือนจะอยู่ได้ แต่พออยู่ไปสักพักก็เริ่มมีปัญหาเรื่องจิตใจ เริ่มมีความรู้สึกห่างกับดนตรี อยากให้รัฐแก้ปัญหาในส่วนที่มันเป็นปัญหาอยู่จริงๆ อย่างจริงจัง อย่างเช่นเรื่องโรค บางทีเขาก็พยายามจะจัดการนะ แต่ดูแล้วเหมือนไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่ ถ้าปัญหานี้หายไปเราก็คงได้ทำอะไรมากขึ้น”

อีกหนึ่งสมาชิกของวงที่เล่นเครื่องดนตรีชิ้นหลักอย่างกลองชุดคือ อุกฤษฏ์ เจริญสว่าง หรือแมมโบ้ เล่าว่า ตนเองเล่นดนตรีกลางคืนมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบสามารถทำรายได้มากขึ้น รับงานได้มากขึ้น จึงวางแผนยึดงานเล่นดนตรีเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องหยุดแผนที่วางไว้

“ปกติจะเล่นประจำที่ร้านอาหาร สถานบันเทิง ตลาดไนต์มาร์เก็ตแถวรังสิต ช่วงที่ใกล้เรียนจบเริ่มมีงานดนตรีเข้ามารายได้อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน พอช่วงเรียนจบไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน เรื่องสอบ เลยรับงานได้มากขึ้นก็มีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน ด้วยเงินจำนวนนี้ก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามันอยู่รอดได้ พอเจอสถานการณ์โควิดก็ไม่มีรายได้ ต้องเริ่มใช้เงินเก็บเพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ขอเงินจากที่บ้านเลย ตอนนี้ก็ไม่ได้เล่นมานาน 6-7 เดือน จริงๆ มีปิดร้านหลายรอบ แต่รอบตอนเดือนเมษายนนานที่สุด คือยาวมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงนี้ก็จะมีงานอีเวนต์แบบเล็กๆ เป็นแบบจัดงานวันเกิดแล้วเขาก็จ้างไปเล่น ระหว่างนี้ที่ไม่ได้เล่นดนตรีก็ช่วยงานที่บ้าน แต่จริงๆ อยากเล่นดนตรีเป็นหลักอยู่แล้วตั้งแต่ที่เข้ามหาวิทยาลัย ตอนแรกมองไว้ว่า
อยากทำวง อยากทำเพลง อยากเป็นศิลปิน และเริ่มสนใจการเป็นนักดนตรีแบ๊กอัพให้ศิลปิน ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรมันก็คงมีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว” แมมโบ้เล่า

อุกฤษฏ์

คลายล็อก เล่นดนตรีในร้านอาหาร

แก้ปัญหาได้แค่บางกลุ่ม

สำหรับการคลายล็อกดาวน์ให้เล่นดนตรีในร้านอาหารได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น อุกฤษฏ์และพันธกิจมองว่าแก้ปัญหาได้แค่ส่วนน้อย การที่รัฐออกระเบียบแบบนี้เหมือนไม่ได้รู้จักวงการนี้เลยว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าเวลานักดนตรีทำงานเขาทำกันอย่างไร และไม่คาดหวังว่าจะได้กลับไปทำงานเพราะสถานการณ์ของการควบคุมโรคยังไม่ดีขึ้น

“มันช่วยได้เป็นบางกลุ่ม ไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมด เช่น พวกวงเล็กๆ วงโฟล์กซอง แต่มันก็มีหลายวงที่เขามีสมาชิกเกิน 5 คน เท่ากับเขาต้องเอาสมาชิกออกคนหนึ่งเหรอ มันก็ไม่ถูก” อุกฤษฏ์เล่า

“ตอนที่เขาประกาศคลายล็อกให้เล่นดนตรีในร้านอาหารได้เราไม่หวังว่าจะได้กลับไปเล่นนะ เพราะดูจากสถานการณ์ที่ยังไม่ดีขึ้น น้อยคนมากๆ เลยที่จะได้ไปเล่น คิดว่าเปิดแล้วก็อาจจะมีปิดอีกรอบ สุดท้ายก็ยังจัดการไม่เสร็จ หลังจากที่มีการเปิดประเทศ หรือสถานบันเทิงก็หวังว่าจะได้กลับมาเล่นนะ แต่ก็รู้สึกไม่มั่นคงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ดี” พันธกิจเล่า

อุกฤษฏ์ กล่าวเสริมถึงปัญหาของโควิดที่ตัดโอกาสในอาชีพนักดนตรี รวมไปถึงสภาพจิตใจ ทักษะที่ถูกบั่นทอนจากการไม่ได้เล่นดนตรีเป็นเวลานาน

“ตอนนี้เพิ่งเรียนจบ มันยังมีเรี่ยวแรงพร้อมจะลุยเช้ายันดึกบวกกับเครื่องมันกำลังร้อนเพราะเราได้เล่นดนตรีทุกวัน พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไป หนึ่งคือมันไม่มีรายได้ ซึ่งโลกเรามันก็ต้องใช้เงิน ทางเดียวก็คือต้องอยู่เฉยๆ เพื่อใช้เงินให้น้อยที่สุด พอไม่มีเงินเดินทางก็ลำบาก จะไปกิน ไปเจอคนก็ลำบาก สมมุติมีงานเล่นดนตรีที่เป็นงานฟรีเข้ามาเราก็ไม่พร้อมจะรับ ซึ่งงานฟรีตรงนั้นมันอาจจะเป็นโอกาสอะไรบางอย่างที่เราพลาดก็ได้

อีกส่วนหนึ่งคือ พอมันเว้นช่วงนานเกินไปนักดนตรีก็เหมือนนักกีฬา พอไม่ซ้อมทักษะมันก็ค่อยๆ หายไปเรื่อย เรื่องสภาพจิตใจมันก็ดร็อปเพราะมันไม่รู้ว่าจะได้กลับไปทำงานเมื่อไหร่ เหมือนคุณค่าเรามันหายไป มีสิ่งที่เราเคยทำได้ดีมาตลอด อยู่ๆ โดนใครก็ไม่รู้ริบเอาไปสั่งไม่ให้เราทำ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่ความผิดเรา คนบางคนกว่าเขาจะได้มายืนจุดนี้เขาใช้เวลาตั้งกี่ปีก็ไม่รู้”

ขณะที่ พันธกิจ บอกว่า ผลกระทบจากการที่ไม่ได้เล่นดนตรีเป็นเวลานาน หรือถูกตัดโอกาส ทำให้หลายคนต้องล้มเลิกการเล่นดนตรีเพื่อกลับมาวางแผนชีวิตตัวเอง

“มันก็ทุกข์นะสำหรับนักดนตรี ยิ่งเป็นนักดนตรีที่คิดว่าจะจริงจังทางนี้แล้วช่วงนี้ทำให้โอกาสมันน้อยลง กลับกลายเป็นว่าต้องไปหาโอกาสกันเองในทางอื่น นี่เห็นบางคนไม่เล่นดนตรีแล้วพอเจอสถานการณ์นี้ก็กลับไปโฟกัสชีวิตตัวเอง ในกรุ๊ปเฟซบุ๊กมีหลายคนเริ่มขายเครื่องดนตรีกันแล้ว ขายแบบต่ำกว่าราคาตลาดด้วย ราคาขายกินอะไรแบบนี้”

ส่วนนักร้องสายประกวดอย่าง พัตเตอร์ ประดิพัทธ์ เล่าว่า หลังจากจบเวทีการประกวดเดอะวอยซ์ ตนเองได้รับความไว้วางใจในการทำงานกับผู้อื่นมากขึ้น แต่เมื่อเจอสถานการณ์โควิด ทุกอย่างหยุดลง ไม่มีแรงบันดาลใจในการร้องเพลงเหมือนเช่นเคย

“สถานการณ์โควิดตัดโอกาสในงานน่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลย รู้สึกเสียดายเวลา เสียดายชีวิตของเราช่วงนั้น เพราะเราหยุดทุกๆ อย่างไปเลย ตอนที่หลังจากไปแข่งรายการเดอะวอยซ์งานไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความไว้ใจ ความมั่นใจของคนอื่นต่อตัวเราในแต่ละร้านที่จ้าง พอมีโควิดมามันทำให้เราต้องหยุดทุกอย่าง หยุดพัฒนาไปด้วย สิ่งที่ตามมาคือสุขภาพจิตมันแย่ นี่ภูมิใจในตัวเองมากนะที่ไม่คิดสั้นเพราะเราก็มีภาระเยอะ งานก็ไม่มี เรียนหนักอีก แพสชั่นในการร้องเพลง ในความมั่นใจในตัวเองหมดไปเยอะ”

16 ม.ค.ปีหน้า เปิดผับ บาร์

มีหวังแต่ยังหวั่น จี้รัฐ‘ปรับทัศนคติ’

สำหรับความหวังในการเปิดสถานบันเทิงกลางเดือนมกราคมปีหน้า เหล่านักดนตรีมองตรงกันว่า อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่โควิดจะกลับมาระบาดได้ตลอดเพราะการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการควบคุมโรคและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และไม่อยากให้สังคมเพ่งเล็งคนทำอาชีพกลางคืน หรือสถานบันเทิงว่ามั่วสุม หรือเป็นตัวแพร่เชื้อ

“ประเทศนี้มันอยู่ภายใต้กฎหลายกฎเยอะไปหมด ซึ่งมันต่อต้านคนทำงานกลางคืนมากๆ เขาไม่เข้าใจการเอ็นเตอร์เทนเขามองไปในภาพของการผิดศีลธรรม มั่วสุมอะไรทำนองนี้ ซึ่งเราแค่รู้สึกว่ามันเป็นอาชีพที่สุจริตมากนะ เราตกเป็นจำเลยสังคมเอย จากการที่ถูกมองว่าตัวเองเป็นตัวแพร่เชื้อ การเปิดประเทศแต่สถานบันเทิงยังไม่เปิดคือเข้าใจว่ามันอาจจะช่วยหยุดการแพร่เชื้อได้บ้าง เพราะก็มีหลายเคสที่เราเห็นๆ กันที่ติดเชื้อจากร้านเหล้า แค่สงสัยในใจว่าแน่ใจเหรอว่า

มันมีแค่ในร้านเหล้า โควิดมันไม่ใช่แดร็กคูลาที่จะออกมาแค่ตอนกลางคืน ตอนเช้าก็ติดได้จากการเดินห้าง แค่รู้สึกว่าคนทำงานกลางคืนถูกเพ่งเล็งและได้รับความสนใจมากกว่าที่อื่น

มันมีโอกาสมากที่จะกลับไปเกิดเหตุการณ์แบบเดิมเพราะปัจจุบันก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เรามั่นใจว่าปลอดภัย ที่ทุกคนออกมาเพราะไม่มีทางเลือก เราทุกคนกำลังจะอดตายจนเขาลืมเรื่องเสี่ยงไปเลย ซึ่งเรื่องนี้
ควรมีคนออกมาทำให้เราสบายใจขึ้นว่าเราปลอดภัย เช่น การฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยก็ยังฉีดไม่ครบ คนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วมั่นใจได้แค่ไหนว่ามันปลอดภัย หรือมีประสิทธิภาพแค่ไหน”

ประดิพัทธ์ทิ้งท้ายด้วยคำถาม