แท็งก์ความคิด : สูตรความสำเร็จ

21.11.21 | 12:01 น.

ตั้งใจจะบอกว่าหากผู้บริหารท้องถิ่นมีปัญญา แม้ชาวบ้านจะมีปัญหา ในที่สุดทุกอย่างจะมีทางออก

ปัญญาของผู้บริหารท้องถิ่น นอกจากมองเห็นปัญหาชาวบ้าน และวิธีการแก้ปัญหาแล้ว

ยังต้องสามารถผลักดันให้วิธีการที่คิดได้นั้นแก้ปัญหาได้จริงๆ ด้วย

วิธีหนึ่งที่มองเห็นคือ การสร้างความร่วมมือ

สร้างความร่วมมือจากชุมชน สร้างความร่วมมือจากเครือข่าย

Advertisement

สัปดาห์นี้ขอยกตัวอย่างการทำงานของเทศบาลตำบลที่เพิ่งได้รับรางวัลพระปกเกล้าไปเมื่อเร็วๆ นี้

เทศบาลตำบลที่กำลังจะกล่าวถึง คือ เทศบาลตำบลเวียงเทิง อ.เทิง จ.เชียงราย

รางวัลพระปกเกล้าที่ได้รับ เป็นรางวัลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ใช้วิธีส่งเสริมการมีส่วนร่วมมาแก้ปัญหาท้องถิ่น

โฟกัสความสำเร็จไปที่โครงการลดปริมาณขยะเป็นตัวอย่างให้แลเห็น

ที่เทศบาลตำบลเวียงเทิงนั้น มีปัญหาขยะเช่นเดียวกับท้องถิ่นอื่นๆ

กระทั่งคนในเทศบาลตำบลตั้งใจจะแก้ไข

ผลจากการดำเนินการแก้ไข ทำให้ปริมาณขยะของเทศบาลลดลง

จากวันละ 6.3 ตัน ลดลงเหลือไม่ถึง 1 ตันต่อวัน

แนวทางการดำเนินการเท่าที่ฟังมามีหลายประการ แต่ละแนวทางล้วนต้องอาศัยความร่วมมือ

เช่น การร่วมกันกำหนด “ธรรมนูญพลเมือง” ของเทศบาลตำบลขึ้นมา เพื่อใช้ร่วมกัน

มีการจัดทำโครงการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร โดยให้แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วม

กำหนดใช้ธงสีบอกความสามารถในการคัดแยกขยะ

“ธงเขียว” บอกให้ทราบว่า บ้านหลังนั้น จัดการขยะบางอย่างได้เอง เช่น เศษอาหารแทนที่จะทิ้งก็นำไปใช้ประโยชน์

“ธงแดง” บอกให้ทราบว่า บ้านหลังนั้นยังจัดการขยะเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาเทศบาลตำบลคอยช่วยเหลือ

ความสามารถในการจัดการขยะของครัวเรือนมีผลต่อการเก็บค่าขยะรายเดือน

บ้านที่จัดการขยะได้ เทศบาลจะเก็บค่าขยะเดือนละ 3-7 บาท ส่วนบ้านที่จัดการเองไม่ได้อาจต้องเสียค่าขยะเป็นหลักสิบถึงหลักร้อยต่อเดือน

หลังจากนั้นเทศบาลตำบลเวียงเทิงได้ต่อยอดโครงการ

จากธงเขียว ธงแดง ได้เพิ่มธงน้ำเงินเข้ามาอีก

“ธงน้ำเงิน” นี้มอบให้บ้านที่ “ปลอดถุงปลอดถัง”

บ้านหลังใดสามารถจัดการขยะได้จนปลอดถุงปลอดถังจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม

การดำเนินการดังกล่าว ทำให้ปริมาณขยะลดฮวบ

กลายเป็นความสำเร็จร่วมกันของเทศบาล

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จหนีไม่พ้นผู้บริหารท้องถิ่น ที่กำหนดเป้าหมายชัด

เจ้าหน้าที่ในองค์กรท้องถิ่นที่ผลักดันงานให้บรรลุเป้า

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรภายนอก เช่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน มูลนิธิ เข้ามาช่วยเหลือ

และปัจจัยที่สำคัญมากๆ คือ ความร่วมมือจากชาวบ้าน

เมื่อทุกปัจจัยกลมเกลียว ความสำเร็จก็บังเกิดขึ้น

สูตรความสำเร็จเช่นนี้เชื่อว่าไม่มีใครหวง

ท้องถิ่นใดจะนำวิธีการไปใช้บ้างก็ไม่มีใครห้าม

ท้องถิ่นใด ถ้ามีผู้นำที่มีศักยภาพ มีเจ้าหน้าที่มากความสามารถ มีองค์กรภายนอกสนับสนุน

และประชาชนให้ความร่วมมือ

ไม่ว่าท้องถิ่นจะมีปัญหาใด ย่อมมีโอกาสแก้ปัญหานั้นให้คลี่คลายได้

เชื่อว่าทุกท้องถิ่นมี ผู้นำ เจ้าหน้าที่ สถาบันวิชาการ ราชการ ภาคเอกชน ชุมชน และชาวบ้าน

ถ้าทุกฝ่ายได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ การพัฒนาท้องถิ่นก็อยู่ไม่ไกล

ท้องถิ่นใดสร้างการมีส่วนร่วมได้ยั่งยืน การพัฒนาท้องถิ่นจะยืนยาวต่อยอด ไปเรื่อยๆ

แต่หากต่างคนต่างอยู่ ไร้การมีส่วนร่วม การดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายย่อมลำบาก

วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งเพิ่งเลือกตั้งผู้บริหาร และเลือกตั้งสภาท้องถิ่น

จึงเป็นโอกาสของผู้บริหารท้องถิ่นนำหลักการมีส่วนร่วมไปใช้ขับเคลื่อนการพัฒนา

พัฒนาตามนโยบายหาเสียงที่สัญญาชาวบ้านไว้ พัฒนาตามแผน 3 ปีที่ผ่านการประชาคม และอื่นๆ

หากทำได้ โอกาสกลับมาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นอีกครั้งหลังครบวาระก็มีสูง

ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ที่จะเลือกตั้งกันในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้

ต้องผ่านการเลือกตั้งและได้รับการรับรองก่อนจึงจะเริ่มต้นพัฒนาท้องถิ่นได้

ขณะนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้ตัดสินใจ

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ทำตัวให้ว่าง แล้วไปคูหา เพื่อกาบัตรเลือกตั้ง

เลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ สามารถแก้ปัญหาให้ท้องถิ่นได้

เลือกคนที่ชาวบ้านศรัทธา พร้อมจะมีส่วนร่วมในการพัฒนา

เลือกคนที่เมื่อเข้าไปทำงานแล้ว สามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์

ตั้งเป้าเอาไว้ว่า 4 ปีข้างหน้านี้ ชาวบ้านจะพ้นทุกข์

ชาวบ้านจะเป็นสุขด้วยทีมงานที่เราเลือก

28 พฤศจิกายน ไปเลือกตั้ง อบต.