หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ ประสา...

คอลัมน์ ประสานักดูนก : เรื่องราวของนักล่า (2)

2.10.16 | 14:03 น.

12 วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 28 กันยายน 2559 ที่ทีมสำรวจเหยี่ยวอพยพ เขาเรดาร์ ปักหลักนับจำนวนเหยี่ยวอพยพผ่านภาคใต้ พบว่าเหยี่ยวอพยพ 8 ชนิด อย่างน้อย 17,000 ตัวผ่านประเทศไทย มุ่งหน้าไปบนคาบสมุทรมลายู เพื่อเดินทางต่อไปอาศัยในฤดูหนาวที่หมู่เกาะประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ตัวหลักที่เป็นทัพใหญ่ของช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ คือ “เหยี่ยวผึ้ง” และ “เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน” ที่มีจำนวนใกล้ 1 หมื่นตัวแล้ว

ส่วน “เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น” เดินทางมาแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ จำนวนไม่มาก แต่มาทุกวัน วันละหลายสิบตัว ไม่มีวันพีคหลายพันตัวเหมือน 2 ชนิดแรก นอกจากนั้นยังพบ “เหยี่ยวนกเขาชิครา เหยี่ยวออสเปร เหยี่ยวด่างดำขาว เหยี่ยวทุ่งพันธุ์เอเชียตะวันออก” และ “เหยี่ยวหูดำ” อพยพด้วยเช่นกันในจำนวนน้อย (ติดตามรายงานผลการนับวันต่อวันที่ www.facebook.com/ThaiRaptorGroup.TRG)

คาดว่าเสาร์-อาทิตย์นี้จะเป็นวันพีค หรือ Big Day ของเหยี่ยวผึ้ง ซึ่งจากผลการสำรวจเมื่อ 5 ปีก่อน เหยี่ยวผึ้งผ่านเขาเรดาร์ 9,270 ตัว! ในวันที่ 3 ตุลาคม 2554 คงต้องลุ้นว่าปีนี้จะทุบสถิติปีนั้น พบเหยี่ยวผึ้งมากกว่า 1 หมื่นตัวในวันเดียวหรือไม่!

ส่วนเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน แม้ว่าจำนวนตลอดฤดูกาลในอดีตจะมีมากกว่าเหยี่ยวผึ้ง แต่สภาพอากาศและทิศทางลม เป็นปัจจัยสำคัญต่อการอพยพของเหยี่ยวผ่านเขาเรดาร์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายทะเลอ่าวไทย ประมาณ 15 กิโลเมตร

Advertisement

ปีนี้ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ลมพัดมาจากทิศตะวันตก พัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าแผ่นดิน ฝนตกในช่วงบ่ายแทบจะทุกวัน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนซึ่งเป็นเหยี่ยวนกเขาขนาดเล็ก เมื่อเห็นเมฆฝนก็กลัวแล้ว เพราะเหยี่ยวไม่อยากต้องเสียพลังงานมากเกินความจำเป็น ถ้าจะต้องบินตรงดิ่งเข้าไปเจอสภาพฝนตกหนัก ขนบินเปียก บินไกลได้ยาก แถมเหนื่อยมากขึ้นเพราะลมร้อนไม่มี ต้องกระพือปีกต่อเนื่อง ดังนั้น จะเห็นได้ชัดเจน เมื่อสังเกตพฤติกรรมของเหยี่ยวอพยพที่จุดชมเหยี่ยวอพยพบนเขา เช่น เขาเรดาร์ ว่าฝูงเหยี่ยวอพยพจะเปลี่ยนทิศทางการบินทันที หลีกเลี่ยงไม่พุ่งไปหาม่านฝน ถ้าไม่จวนตัว และลมตะวันตก จะผลักฝูงเหยี่ยวให้ต้องบินลัดเลาะชายทะเลมากกว่าจะเดินทางเหนือแผ่นดิน เนื่องจากในเวลากลางวัน ถ้าชายทะเล ไม่มีฝนตก ลมร้อนจากแผ่นดิน ที่ถูกพัดโดยลมตะวันตก ก็ยังมีประโยชน์ต่อเหยี่ยวอพยพ ทำให้เหยี่ยวอพยพขนาดเล็ก เช่น หนุ่มสาวจีน ต้องเลือกเส้นทางชายทะเลเป็นทางหลักในการเดินทาง

ต่างจากเหยี่ยวผึ้ง ยักษ์ใหญ่ที่สุดของเหยี่ยวอพยพ 6 ชนิดหลัก แม้ว่าจะเป็นสายร่อนลมร้อนเช่นชนิดอื่นๆ แต่เพราะตัวใหญ่ ปีกกว้าง จึงไม่ค่อยกลัวฝนมากเท่าขาเล็ก ตัวจ้อย แม้ลมร้อนจะไม่มี ก็บินต่อเนื่องได้ แต่เหยี่ยวจะมีกลยุทธ์อื่น ช่วยผ่อนแรงบิน ด้วยการบินเข้าหาภูเขา เพราะจะมีลมอีกชนิดหนึ่ง คือ ลมปะทะภูเขา ที่พัดกระแทกผนังเขาแล้วลอยตัวขึ้น เหยี่ยวผึ้งจะใช้ลมประเภทนี้ หนุนตัวขึ้นเพื่อมุ่งไปข้างหน้า เมื่อมีลมร้อนข้างหน้า ก็จะร่อนพักปีก ตีวงขึ้นสูง เพื่อพักเหนื่อยไปในตัว

ดังนั้นจุดชมเหยี่ยวอพยพที่อยู่บนภูเขาสูง จึงได้เปรียบด้านภูมิประเทศ และทัศนวิสัยเช่นนี้ ที่เหยี่ยวจะต้องบินเข้าใกล้ ยิ่งมีภูเขาหลายลูก ขนาบร่องเขาแคบๆ จะมีลมปะทะภูเขาบ่อยขึ้น เช่น ที่เขาเรดาร์ จะมีร่องเขาระหว่างเขาเรดาร์และเขาโพธิ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการทางหลวง ริมถนนเพชรเกษม ทำให้เหยี่ยวผึ้งบินผ่าน ในทุกมุมมอง “เหนือศีรษะ ระดับสายตา และมุมปักษีทัศนา” เมื่อเหยี่ยวบินผ่านร่องเขาในระดับต่ำ มองเห็นบนปีกของเหยี่ยวได้ชัดเจน

สอบถามการเดินทางไปเขาเรดาร์ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร 0-3251-3854