หมู่บ้านอัครเทวดามีคาแอล
อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล
ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง สกลนคร
มรดกวัฒนธรรมชุมชน
เมื่อวันที่ 4-5 ธันวาคม พ.ศ.2564 ได้ทำหน้าที่ประธานมอบรูปแกะสลักเทวดามีคาแอล (St. Michael) แกะด้วยหินอ่อนจากอิตาลี โดยเป็นตัวแทน ดร.สมศักดิ์และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ณ วัดอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล หมู่บ้านคาทอลิก ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวคริสเตียนมากที่สุดในประเทศไทย (14,000 คน) ได้อาศัยสืบทอดกันมานาน อยู่ร่วมกันเป็นชุมชนมา 137 ปี ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากเวียดนาม เริ่มต้นจากบาทหลวงชาวฝรั่งเศสได้นำคนที่เป็นสาวกจากสกลนคร ข้ามหนองหารด้วยแพไม้ไผ่ เมื่อแพได้เกยตื้นที่ชายป่า จึงได้ตั้งรกรากที่นั่น เรียกว่าตำบลท่าแร่
ดร.สมศักดิ์และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เป็นชาวคริสต์ผู้มีจิตศรัทธาสูง ได้บริจาคทรัพย์เพื่ออุทิศสร้างเป็นประติมากรรมมอบให้เป็นของขวัญแด่ชาวคาทอลิกท่าแร่ ได้เลือกช่างแกะสลักหินจากเมืองปิเอตราซานตา (Pietrasanta) อิตาลี ให้ช่างที่สุดยอดฝีมือ 2 พ่อลูก (Ulderigo Giannoni ผู้พ่อ และ Alberto Giannoni ผู้เป็นลูก) แกะหินโดยใช้ต้นแบบ (location) ของนักบุญเทวดามีคาแอล (Saint Michael) จากรูปที่อยู่บนหลังคาปราสาท (Castel Sant’Angelo) ในกรุงโรม
การแกะสลักหินที่แข็งให้ดูอ่อนช้อยงดงามโดยลอกจากต้นแบบที่ละเอียดเนียน (Finishing type semi gloss) หินชนิดเดียวกับนักบุญทั้งหลาย ใช้หินชนิดเบียนโค (Bianco P Marble) ประติมากรรมเทวดามีคาแอลมีน้ำหนัก 1,700 กิโลกรัม แท่งฐานหินอ่อนตั้งเป็นฐานหนัก 2,300 กิโลกรัม ใต้แท่งหินได้แกะชื่อผู้บริจาคไว้ด้วย
ประติมากรรมหินอ่อนเทวดามีคาแอลนี้ มีอยู่ที่เดียวในเมืองไทย ต่อไปก็จะมีคนไปชื่นชมจากทั่วโลก


ทั้ง 2 พ่อลูก ทำงานกันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงมีนาคม 2564 จึงได้ส่งประติมากรรมลงเรือมา เมื่อถึงเมืองไทยก็ติดช่วงของโควิด ต้องหยุดงานการติดตั้งทั้งหมด มี คุณพิสิฐ เกียรติสุขศรี เป็นผู้วางแผนขนส่งและวางประติมากรรมที่วัด มี คุณกัญญาภัค โกธรรม เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับช่างตลอดระยะเวลา 1 ปี 3 เดือน โดยมี คุณชาตรี ลดาลลิตสกุล ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางสถาปัตยกรรม
เมื่อเช้าวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2564 บาทหลวง สังฆราชประจำสังฆมณฑลได้ทำพิธีเสกเทวดามีคาแอล (St. Michael) ที่อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ ซึ่งมีประชาชนชาวคาทอลิก 1,000 กว่าคน เข้าร่วมในพิธี โดยมีการถ่ายทอดออนไลน์ เพื่อให้ชาวคริสต์ทั่วโลกได้ชื่นชม และสามารถดูย้อนหลังได้
กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมมีสมาธิ มีส่วนร่วม และเป็นการประกาศข่าวดี เพื่อสื่อสารในการประกอบกรรมดีด้วยการรำลึกถึงบรรพบุรุษ 120 คน ที่ได้อพยพในเวลาค่ำคืน จากเมืองสกลนครข้ามหนองหารด้วยเรือไม้ไผ่ เมื่อเรือเกยตื้นจึงได้ตั้งหมู่บ้านอัครเทวดามีคาแอลเมื่อ พ.ศ.2427 มีบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำทาง


ประติมากรรมหินอ่อน เทวดามีคาแอล (St. Michael) ที่อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ มีความงดงามมาก ซึ่งจะนำพาผู้คนให้ไปชมความสวยงามของเทวดามีคาแอล ที่น่าชื่นชมมากคือ หมู่บ้านมีความสะอาด ในการวางผังเมือง ตัดถนนเป็นตาหมากรุก ถนนกว้างขวางด้วยวิสัยทัศน์ของบาทหลวงชาวฝรั่งเศส นอกจากนี้ชุมชนได้รักษาบ้านเก่าแก่แบบฝรั่งเศสผสมบ้านเวียดนาม มีบ้านไม้สักอายุเกิน 100 ปี มีร้านกาแฟที่สวยงามอบอุ่น
หมู่บ้านอัครเทวดามีคาแอล อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ที่ท่าแร่ เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้คนทั่วไปจะรู้จักน้อย ชาวท่าแร่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีความเป็นอยู่ที่พึ่งพิงกันโดยมีวัดคริสต์เป็นศูนย์กลางที่รวมจิตใจของผู้คนเอาไว้ กลายเป็นต้นแบบที่ยิ่งใหญ่ของการอยู่ร่วมกันในชุมชน เป็นการสร้างให้ชุมชนมีความสุข อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน วัดก็อยู่ร่วมกับชาวบ้าน
การเดินทางไปทำงานแทนครั้งนี้ที่หมู่บ้านอัครเทวดามีคาแอล อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ที่ท่าแร่ เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและตื้นตันมาก เพราะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะมีหมู่บ้านที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ มีชุมชนที่เข้มแข็ง มีศาสนาที่สามารถนำจิตใจคนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คุณธรรมยังมีอยู่กับชุมชน ผู้คนยังเปี่ยมด้วยมนุษยธรรมที่มีเกียรติ มีน้ำใจ มีความรัก และมีความไว้วางใจน่าเชื่อถือ


หากหมู่บ้านอัครเทวดามีคาแอล ตำบลท่าแร่ สามารถจะรักษาบ้านเก่าของชุมชนเอาไว้ โดยพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของชุมชน พิพิธภัณฑ์ประจำของหมู่บ้าน ซึ่งต้องหาความร่วมมือจากสถานทูตฝรั่งเศส ยูเนสโก กระทรวงวัฒนธรรมไทย เพื่อรักษาชุมชนต้นแบบเอาไว้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ทั้งยังมีบุคคลสำคัญที่มาจากบ้านท่าแร่และสามารถที่จะช่วยสร้างให้เกิดความสำเร็จได้ก็คือ ดร.เสรี พงศ์พิศ ซึ่งท่านผู้นี้มีความสามารถสูงและมีเครือข่าย สามารถที่จะสื่อสารกับโลกได้ จะช่วยความฝันของชาวบ้านให้สำเร็จได้
นอกจากนี้ ที่จังหวัดสกลนคร มีบุคคลสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นเกจิที่คนทั้งหลายทั่วประเทศศรัทธา อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่บู่ กิตติญาโณ หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ วัดดอยธรรมเจดีย์ หลวงปู่เกิ่ง และมี หลวงปู่กู่ ธัมมทินโน วัดป่ากลางโนนภู่ หลวงปู่แบน ธนากโร หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดคำประมง เป็นต้น
อีกประเด็นหนึ่ง ที่สกลนครมีบุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ สถานที่เสียชีวิตของ จิตร ภูมิศักดิ์ นักปฏิวัติความคิดของสังคมไทย เจ้าของเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา ทะเลชีวิต ครูครอง จันดาวงศ์ ถูกประหารชีวิตมาตรา 17 ความผิดการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เจ้าของวลีเด็ดว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ยังมี ครูเตียง ศิริขันธ์ สมาชิกเสรีไทยผู้แทนราษฎรหลายสมัย ซึ่งถูกฆ่าตายอย่างอนาถ เป็นบุคคลที่มีอุดมการณ์และรักประชาธิปไตย เป็นชาวสกลนคร

ที่วัดอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล หมู่บ้านคาทอลิก ตำบลท่าแร่ มีการสวดร้องเพลงในโบสถ์ ซึ่งคาทอลิกทุกคนสามารถที่จะร้องเพลงของวัดได้อย่างไพเราะ ร้องได้เต็มเสียง ร้องเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจ และเต็มใจร้อง “เสียงใสออกมาจากจิตใจที่สะอาด” การได้พบประวัติศาสตร์ของชุมชนที่สำคัญครั้งนี้ สามารถบอกให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์ บันทึกเรื่องราวโดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อแบ่งปันความรู้ให้โอกาสสังคมได้ทำความเข้าใจ
เชื่อว่าคนทั้งโลกก็จะมาเที่ยวในชุมชน มาดูเทวดามีคาแอล มาดูพิพิธภัณฑ์ชุมชน มาดูบ้านเมืองเก่า และจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพราะประวัติศาสตร์ชุมชนคือมรดกวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่

