วัดต่างๆ ในเชียงรายที่สะท้อนความเชื่ออันแตกต่าง
นับเป็นจังหวัดยอดนิยมสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวไม่น้อยสำหรับเหนือสุดแดนสยามอย่าง เชียงราย
จะฤดูร้อน หนาว กระทั่งฝน เชียงรายก็อ้าแขนต้อนรับเสมอ
และไม่แปลกที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะจัดทัวร์ แอ่วเหนือสุดสยาม งดงามวิถีล้านนา พร้อมเปิดตัวข้าวแรมฟืน-อาหารประจำถิ่น แนมด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในท้องถิ่นและวัฒนธรรมเชียงรายให้ได้อิ่มหนำ

เริ่มจากการนั่งรถรางทัวร์รอบเมือง ที่พาชมมากพอจะเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์และความเชื่อของเชียงรายผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่าง อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช, อาคารเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ และอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5, วัดและพระธาตุต่างๆ ในจังหวัด
ด้านหนึ่ง นี่ย่อมสะท้อนถึงการคานงัดกันของความเชื่อและวิถีเคารพในเชียงรายหลายสิบหลายร้อยปีก่อนอย่างน่าสนใจ และการผสานผสมวิถีชีวิตปฏิบัติของคนหลากหลายกลุ่มในตัวจังหวัดเองผ่าน ราชรถ 8 จังหวัดภาคเหนือ ที่จัดแสดงในหอรถบุษบกเพื่อใช้ในงานปีใหม่และแห่พระ
ราชรถทั้ง 8 แตกต่างและโดดเด่นเรื่องเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นถิ่น ผ่านการสังเกตและวิเคราะห์อย่างละเอียดลออของศิลปิน
ราชรถอย่างเชียงใหม่ ที่ออกแบบจากจินตนาการของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังจากเชียงราย ใช้คณะสร้างจากเชียงใหม่ ลงรักปิดทองอย่างล้านนา รูปเทวดาพนมกรได้รับอิทธิพลจากรูปปูนปั้นที่จัดเจ็ดยอดจังหวัดเชียงใหม่ แกะสลักด้วยไม้
หรือ นิวัตร แปงคำมูล ผู้ออกแบบราชรถอย่างแม่ฮ่องสอนผ่านการตีความถึงความเชื่ออันหลากหลายของชนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยในตัวจังหวัดซึ่งอยู่ติดพม่าและไทยใหญ่ ทำให้ตัวราชรถต่างจากราชรถจังหวัดอื่น ใช้สีฟ้าสดเป็นหลัก มีพาหนะรวมกัน 5 อย่างเพื่อสะท้อนถึงศาสนาในการใช้เป็นฐานในการออกแบบ

สมฤทธิ์ ลือชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอุษาคเนย์ ให้ความเห็นต่อความเชื่ออันหลากหลายของชาวเชียงรายในฐานะวิทยากรอย่างน่าสนใจ
“ต้องเข้าใจก่อนว่า เดิมทีเรานับถือศาสนาผี กลุ่มไทยเดิมเมื่อเคลื่อนตัวลงมาเขานับถือศาสนาผีกัน ซึ่งการนับถือศาสนาผีมันเป็นจุดร่วมของวัฒนธรรมอุษาคเนย์อยู่แล้ว จะลัวะ, มอญ, ขอม, ไทย หรือมลายู ก็นับถือผีอย่างเป็นศาสนาร่วม เพียงแต่ผีจะปรากฏตัวในรูปอะไรนั้นเป็นอีกเรื่อง”
กับการนับถือบูชาผีแต่เดิมนั้น สำหรับหลายคนก็ยังเป็นเรื่องใหม่ในสำนึกรู้ กระทั่งมองไม่เห็นว่าตนเองก็ยังเคารพและนับถือผีเหล่านี้ผ่านศาสนาพุทธอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

และในชั่วระยะที่มีการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรม อิทธิพลจากอินเดียเริ่มเข้ามาสู่อุษาคเนย์ในชื่อกลางๆ อย่างกระบวนการภารตภิวัฒน์ (Indianization) ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดการผสมผสานด้านความเชื่อ หรือมากกว่านั้น-นับเป็นการประสานงากันอย่างจัง
ที่สามารถหลอมรวมเป็นความเชื่อใหม่ได้นั้นก็กลายมาเป็นอารยธรรมขอมหรือมอญ ที่มีลักษณะสอดแทรกศาสนาผีเข้ากับศาสนาพุทธ
“ผู้ปกครองเมืองช่วงนั้นเริ่มยอมรับอารยธรรมอินเดีย มีการแทรกเข้ามาของอินเดียอย่างหนักในดินแดนแถบนี้”
สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เพียงความเชื่ออย่างเดียว แต่ย่อมหมายถึงอำนาจและความมั่นคงของเมือง กระทั่งของตัวผู้ปกครองเอง
“ในอาณาจักรอุษาคเนย์ ผู้ปกครองที่นับถือศาสนาผีจะถูกทำให้อยู่ในรูปลักษณ์เจ้าเมือง สูงสุดแค่นั้น”
“แต่ถ้านับถือตามศาสนาพราหมณ์หรือพุทธ ก็จะเป็นเทพ เป็นเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าเจ้าใดๆ ในโลก”
คำอธิบายของสมฤทธิ์ย่อมบอกชัดถึงอิทธิพลความเชื่อในแง่ของศาสนาพุทธ ที่นำมาสู่ความเป็นธรรมราชา เทวราชา ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของอาณาจักรอย่างมหาศาล และก่อให้เกิดชื่อเรียกผู้นำอย่างคำว่าจักรพรรดิ
“แต่ก็ใช่ว่าในระยะแรกๆ นั้นศาสนาพุทธและศาสนาผีสู้กันหนัก ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะมันหมายถึงเรื่องผลประโยชน์ด้วย”
สมฤทธิ์ขยายความถึงการตายอย่างน่าสงสัยของเจ้าเมืองหรือผู้ปกครองที่เปลี่ยน-ประกาศว่าหันมานับถือพุทธอย่างชัดเจนอย่างพญามังราย ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่าสิ้นเพราะฟ้าผ่ากลางเมือง จนทำให้บุตรผู้สืบสกุลหนีมาอยู่เชียงรายแทนจากเชียงใหม่ หรือหลานซึ่งขยับขยายที่ทางตัวเองไปไกลถึงเชียงแสน
“ซึ่งก็สะท้อนชัดเจนว่า พวกเขาอยู่เชียงใหม่ไม่ได้ เพราะเชียงใหม่มีปัญหา”
และกับพระเจ้าฟ้างุ้มที่รับศาสนาพุทธมาจากขอม ก็มีความพยายามในการจะเปลี่ยนชาวล้านช้างให้เป็นพุทธเช่นกัน แต่สุดท้ายไปสิ้นที่น่าน ในข้อหาว่า “เอาเมียชาวบ้าน”
สุดท้ายที่พระเจ้าอโนรธามังช่อ ซึ่งถูกบันทึกว่าสวรรคตในปี พ.ศ.1620 ตามพงศาวดารพม่าระบุว่าพระองค์สวรรคตด้วยอุบัติเหตุระหว่างออกล่าสัตว์ เนื่องจากถูกกระบือเผือกขวิด
ลำพังจะตอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นก็สุดแท้จะเชื่อหรือจะคาดเดา แต่สมฤทธิ์ให้เหตุผลว่า การที่เจ้าเมืองเปลี่ยนความเชื่อนั้น เลี่ยงไม่ได้เด็ดขาดที่จะต้องปะทะกับความเชื่อเก่าและกลุ่มอำนาจเก่า ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง ประชาชน หรือกระทั่งคนใกล้ชิดที่รู้สึกและเข้าใจว่าการเปลี่ยนความเชื่อนั้น ย่อมส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของตนมากกว่าผลดี
“แล้วสุดท้ายคือไม่มีใครสิ้นแบบดีๆ เลย”
“เรื่องความเชื่อเรื่องศาสนาก็เป็นการต่อสู้ทางการเมือง และแน่นอนว่าย่อมเป็นประเด็นหนึ่งในความขัดแย้งทั้งหลาย”

ถัดไปจากแง่มุมด้านประวัติศาสตร์ของสมฤทธิ์ เชียงรายยังมี ดอยดินแดง ของ สมลักษณ์ ปันติบุญ ที่สร้างสรรค์งานเครื่องปั้นดินเผามากว่าสองทศวรรษ ที่โดดเด่นด้านความเป็นไทยที่ผสมลงตัวกับความเป็นญี่ปุ่นและความร่วมสมัยของเครื่องปั้นดินเผา และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยเพราะมีการทำเวิร์กช็อปอยู่เสมอ
“ผมอยู่ที่นี่มา 26 ปีแล้ว อยากมาปั้นหม้อปั้นไห” เขาให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดี
“ก็ไม่ได้ราบรื่นอะไร ตอนแรกๆ ที่เริ่มทำก็มีเพื่อนที่เรียนปั้นดินรุ่นเดียวกันหัวเราะเยาะเอา แต่ก็ไม่เป็นไร”
“ผมเชื่อมั่นว่าถ้าทำงานด้วยความรักก็จะดีเอง เราปั้นด้วยมือ คนหัวเราะเพราะชอบเห็นความล้มเหลวของคนอื่นก็เท่านั้นเอง”

ปิดท้ายที่อาหารประจำถิ่นอย่าง ข้าวแรมฟืน ที่เป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัด เป็นได้ทั้งอาหารว่างและอาหารหลัก เป็นที่นิยมของชาวไทยใหญ่ ไทลื้อ และไทเขิน มีประวัติการนำเข้ามาจากสิบสองปันนาประเทศจีน เข้าทางอำเภอแม่สาย เชียงราย
ซึ่งเมนูนี้เองที่เป็นตัวหลักในการดึงให้คนเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด
นับเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ที่ไม่หยุดอยู่แค่เป็นการไปแล้วกลับ
แต่มันหมายถึงการเข้าไปสัมผัสความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมของคนพื้นถิ่นอย่างน่าสนใจ

