หน้าแรก ประชาชื่น 100 ปี แห่งกา...

100 ปี แห่งการประดิษฐาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

7.10.16 | 17:01 น.

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความชื่นมื่นของชาวจามจุรี เมื่อครบรอบ 100 ปีแห่งการประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 26 มีนาคม 2560

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าว ทำให้หอประชุมจุฬาฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแน่นขนัดไปด้วยนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน ที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มีการแสดงคอนเสิร์ตของซียู ซิมโฟนี ออเคสตรา, ซียู คอรัส และซียู แบนด์

โดยมีคณะผู้บริหาร อาทิ ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภามหาวิทยาลัย, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ (วศ.26) อธิการบดี, เทวินทร์ วงศ์วานิช (วศ.19) นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(สนจ.), ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ประธานจัดงาน 100 ปี จุฬาฯ, ดร.พสุ โลหารชุน (วศ.19) ประธานจัดงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2559 และ ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตมิวสิก ฟอร์ เดอะ คิง ผลัดเปลี่ยนกันบอกเล่าเรื่องราว และการจัดกิจกรรมในโอกาสของการเฉลิมฉลองครั้งนี้

แถลงข่าว100ปีจุฬา 14 กย59 ส่งสัญญาณเริ่มงาน ด้วยเพลงอุทยานจามจุรี ขับร้องโดย ร.ต.หญิง พิมดาว พานิชสมัย หรือ มัดหมี่ บัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ และศรัณย์ คุ้งบรรพต (โน้ต) บัณฑิตคณะอักษรศาสตร์

“งามเงาใจเรานี้เพราพิลาศ ผุดผาดผ่องพิพัฒน์จรัสศรี น้องจุฬาฯ พี่จุฬาฯ พร้อมกันมารื่นฤดี รักเราพูนเพิ่มทวีนิจนิรันดร์” ท่อนหนึ่งของเพลงอุทยานจามจุรี ที่บรรยายภาพงานวันนั้นได้เป็นอย่างดี

Advertisement

ต่อด้วยเพลงขวัญใจจุฬาฯ, เพลงจุฬาฯของเรา และเพลงเดินจุฬาฯ ซึ่งเพลงที่สี่นี่เองมีน้องๆ เชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัยมาทำท่าทางประกอบจังหวะ ดึงดูดสายตาทุกคนในงานให้เป็นหนึ่งเดียว

ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์ อดีตนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เป็นคนแรกที่ขึ้นมาบอกเล่าความเป็นมาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ที่ตรงนี้คือทุ่งจามจุรี แปลงผัก-กว่าจะมาเป็นจุฬาฯนั้นยากลำบากเพียงไหน

“รัชกาลที่ 5 มีวิสัยทัศน์ยาวไกล เห็นว่าเวลานั้นไทยเจอศึกหลายด้าน โดยเฉพาะจากการล่าอาณานิคม ขณะที่ระบบการศึกษาในประเทศยังไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงในปี 2435 มีการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่มีคนทำงาน แม้รัชกาลที่ 4 ส่งลูกไปศึกษาต่างประเทศ แต่ก็เดินทางกลับมาไม่ทัน
“พระองค์จึงวางรากฐานการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา ปี 2430 ตั้งกรมศึกษาธิการเพื่อดูแลโรงเรียนต่างๆ ปี 2435 ตั้งกระทรวงธรรมการ พร้อมสร้างระบบการวัดผลว่าพร้อมต่อการเรียนระดับอุดมศึกษาหรือไม่ กระทั่งปี 2442 จึงมีการตั้งโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนขึ้น

“ปี 2459 รัชกาลที่ 6 มีพระราชบัญชาว่า โรงเรียนแห่งนี้ต้องขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยได้แล้ว จึงโปรดเกล้าฯประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันที่ 26 มีนาคม 2459 มีพระราชดำรัสในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารว่า เป็นพระราชประสงค์ พระราชปรารถนาของพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชมานานแล้ว ยังไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ พระองค์ท่านซึ่งเป็นลูกต้องการจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ เพื่อจะให้สิ่งนี้เป็น

พระราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีความถาวร มีความยั่งยืน เพื่อเป็นหลักให้ประเทศให้ได้” ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิง สุชาดา เล่าความเป็นมา ก่อนเผยว่า เราเดินมายาวไกลมาก ท่ามกลางความขรุขระในบางตอน ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในบางตอน แต่เราก็ได้สนองพระราชดำริ สนองพระมหากรุณาธิคุณ สร้างคนดีและเก่งออกสู่สังคม

“อายุคน 100 ปี ถือว่าแก่มาก อายุมหาวิทยาลัย 100 ปี ถือว่ายังเยาว์นัก จุฬาฯจะเดินอย่างสง่าผ่าเผยไปอีกเป็นร้อยเป็นพันปี จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ อยู่ในมือเราทุกคน ศิษย์เก่าทั้งหลาย” นายกสภามหาวิทยาลัยทิ้งท้าย

ด้าน ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ เริ่มว่า สำหรับมหาวิทยาลัย การครบ 100 ปี ถือว่ากำลังเริ่มก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ฉะนั้นต้องมีเรื่องพัฒนาอีกมาก เรามีเรื่องท้าทายพอสมควร แต่เชื่อว่าด้วย น้ำใจน้องพี่สีชมพู

แถลงข่าว100ปีจุฬา 14 กย59-2

จะช่วยกันนำพาจุฬาฯ ก้าวไปสู่อนาคตในศตวรรษใหม่ได้อย่างมั่นคง ถือว่าเป็นวัยรุ่นที่เก่งกาจ มีพลานามัยสมบูรณ์

“แม้โลกจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัย เราคงยึดหลัก 3 ประการ 1) จุฬาฯ มีหน้าที่ผลิตคนดีและเก่งออกสู่สังคมไทย 2) จุฬาฯ ต้องทำหน้าที่สร้างสรรค์ ผลิตองค์ความรู้ออกสู่สังคมไทย และสังคมโลก และ 3) เราต้องนำองค์ความรู้เหล่านั้น ไปใช้ประโยชน์ให้แก่สังคมไทยและสังคมโลกต่อไป

“เราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมานมนาน วันนี้ถ้าเราจะก้าวเข้าสู่ 100 ปี เชื่อว่าศิษย์เก่าทุกคนออกไปสร้างสรรค์ความเจริญอย่างต่อเนื่อง… เรามีตัวอย่างในการทำให้สังคมไทยมากมาย ล่าสุดคือเราร่วมกับจังหวัดน่าน นำองค์ความรู้และพลังจุฬาฯในภาคส่วนต่างๆ มาร่วมกันทำโครงสร้างซียู น่านโมเดล ในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่จังหวัดน่าน ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำให้แก่สังคมไทยปัจจุบัน”

ศ.ดร.บัณฑิตยังบอกอีกว่า โอกาสนี้ จุฬาฯยังตั้งใจมอบของขวัญให้คนไทย นั่นคือ อุทยานจุฬาฯ 100 ปี ปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุง พื้นที่ 29 ไร่ บริเวณสวนหลวง-สามย่าน คาดว่าจะเปิดใช้งานปี 2560

ส่วนพ่องานใหญ่อย่าง เทวินทร์ วงศ์วานิช บอกว่า นิสิตเก่าจุฬาฯ มีมากกว่า 4 แสนคน กระจายตัวอยู่ในทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนา มองว่าเป็นโอกาสอันดีในการ 1) ทบทวนอดีต 2) มองอนาคต และ 3) จะเตรียมความพร้อมอย่างไร

“ที่ผ่านมาชาวจุฬาฯมีบทบาทในการสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศและสังคมเราอย่างไรบ้าง เพื่อเชิดชูผู้มีอุปการคุณของประเทศ ขณะเดียวกันเราต้องปรับตัวและอยู่รอดได้ภายใต้ความท้าทายของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน ฉะนั้น พวกเราที่มีศักยภาพขอใช้ความคิด ช่วยกันมองว่าในภาวะเช่นนี้ของโลก ไทยจะเดินไปทางไหน สถาบันการศึกษาต้องทำอย่างไรเพื่อผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นการระดมสมองของนิสิตเก่าทุกคณะ

“เมื่อเรามองอนาคตแล้ว เราต้องหันกลับมามองที่จุฬาฯ อีกครั้ง ว่า 100 ปีข้างหน้าจะทำอะไรบ้าง ทั้งเรื่องหลักสูตร คุณสมบัติที่นิสิตพึงมี ซึ่งนิสิตเก่าในภาคส่วนต่างๆ สามารถให้คำแนะนำได้ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมความพร้อมเรื่องทุน มีการก่อตั้ง เงินทุนจุฬาฯ 100 ปี เพื่อนำมาใช้เป็นต้นทุนพัฒนาให้จุฬาฯ ก้าวหน้า เติบโตต่อไป” เทวินทร์อธิบาย

และว่า นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมบันเทิง ทั้งกีฬาอย่างวิ่ง เดิน ปั่น, กิจกรรมบันเทิง ทั้งดนตรี ละคร และคอนเสิร์ต เพราะชาวจุฬาฯมีศักยภาพ เชี่ยวชาญ และพรสวรรค์ในหลายๆ ด้านทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยกิจกรรมจะมีต่อเนื่องจนถึง 26 มีนาคม 2560

ทั้งหมดนี้ หวังว่าจะเป็นการระดมพลังให้ชาวสีชมพูมารวมตัวกันและนำศักยภาพของเรามาสร้างสรรค์สังคม สร้างสรรค์สถาบันที่เรารักต่อไป

ไฮไลต์ของงานแถลงข่าว เริ่มเมื่อทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน ดังขึ้น

ขับร้องโดย แป๋ง-ภูษิต ไล้ทอง และกิต กิตตินันท์ เดอะวอยซ์ โดยเป็นตัวอย่างของคอนเสิร์ต “Music for the KING: The Royal Gift to the World ดุริยางค์แห่งองค์ราชัน มิ่งขวัญประชาสง่าสากล”

ซึ่งสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งใจจัดขึ้นเนื่องในโอกาส 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติขององค์อัครมหาศิลปินแห่งสยาม

แถลงข่าว100ปีจุฬา 14 กย59-4

ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตมิวสิก ฟอร์ เดอะ คิง กล่าวว่า คอนเสิร์ตแห่งรัชสมัยครั้งนี้ เป็นการรวมใจสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ กับบทเพลงพระราชนิพนธ์แห่งแรงบันดาลใจของปวงชนชาวไทย โดยศิลปินชั้นนำของไทยและของโลก

ไฮไลต์สำคัญของคอนเสิร์ต เป็นการร่วมกันบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ทางดนตรีครั้งใหม่ คือ

1) การรวมตัวของนักดนตรีแซกโซโฟนจำนวนมากที่สุด เพื่อร่วมบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ณ ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2559 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

2) คอนเสิร์ตมิวสิก ฟอร์ เดอะ คิง จะแสดงเพียงรอบเดียว ในวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2559 บริเวณเวทีกลางแจ้งอันงดงามตระการตา โดยมีพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล และมนต์ขลังของหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นฉากหลัง โดยคอนเสิร์ตจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. พร้อมด้วยการแสดงโชว์แสงสีตระการตา บทเพลงต่างๆ ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์แจ๊ซในรูปแบบทันสมัย โดยมีวงออเคสตรามาบรรเลงแบ๊กอัพตลอดค่ำคืน

สามารถหาซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำหน่ายบัตรตั้งแต่ 15 ตุลาคม เป็นต้นไป และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.MusicForKing.com โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของการจัดงานใน

ครั้งนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และสมทบเงินทุนจุฬาฯ 100 ปี

ทั้งนี้ จุฬาฯและ สนจ.วางแผนจัดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 26 มีนาคม 2560

14616538231461660619l

pic-59_campus01_1