ฝรั่ง “มะริกัน” มองไทย ทางวัฒนธรรม และพฤติกรรม

13.01.22 | 11:11 น.
ฝรั่ง “มะริกัน” มองไทย ทางวัฒนธรรม และพฤติกรรม

ฝรั่ง “มะริกัน” มองไทย

ทางวัฒนธรรม และพฤติกรรม

…“วัฒนธรรมและพฤติกรรมของไทย” ถือว่าเป็นงานทางมานุษยวิทยาเล่มแรกที่ทำการศึกษาสังคมไทยอย่างเป็นระบบ

…งานเขียนชิ้นสำคัญของ “รูธ เบเนดิกต์” นักมานุษยวิทยารุ่นบุกเบิกชาวอเมริกันเล่มนี้ ถูกเขียนขึ้นในฐานะเครื่องมือทางการเมืองและการทหารของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในการศึกษาประเทศศัตรูช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

…ในท้ายที่สุด ผลงานชิ้นนี้จึงได้กลายมาเป็นต้นแบบของงานมานุษยวิทยาไทยในแวดวงวิชาการตะวันตกสืบมา

Advertisement

วัฒนธรรม และพฤติกรรมของไทย โดย พรรณี ฉัตรพลรักษ์ แปลและเรียบเรียงจาก Thai Culture and Behavior ของ Ruth Benedict (พิมพ์ครั้งแรก พ.. 2524) นักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุงใหม่) .. 2564 ราคา 220 บาท


จินตกวีและนักวิทยาศาสตร์

จากคำนำหนังสือ (.. 2495)

โดย ลอริสตัน ชาร์ป อดีตผู้อนวยการหลักสูตรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คณะการศึกษาตะวันออกไกล มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐฯ

หนังสือที่ชวนให้ศึกษาประเพณีและแบบฉบับของวัฒนธรรมไทย โดยศาสตราจารย์รูธ เบเนดิกต์ ผู้ล่วงลับ ได้รวบรวมเขียนขึ้นที่สหรัฐอเมริการะหว่างภาวะสงคราม หนังสือเล่มนี้สำเร็จเมื่อเดือนกันยายน ค.. 1943 (.. 2486

หนังสือเล่มนี้รวบรวมเขียนขึ้นมาในสภาพจกัด ดังที่ ดร. เบเนดิกต์เขียนโครงร่างไว้ใน “บทน” ของเธอ ทั้งข้อมูลและข้อสรุปบางประการ คนไทยและผู้รู้จักประเทศไทยดีคงยอมรับข้อยกเว้นเหล่านี้ได้ ผู้เขียนค่อนข้างเชื่อถือเอกสารที่ตรงกับประเด็นของคนลาวทางเหนือมากกว่าของคนไทยส่วนใหญ่ พระสงฆ์ในประเทศไทยไม่จเป็นจะต้องอยู่ว่าง ดังที่เธอบรรยายถึงพระไว้ อีกทั้งชายทุกคนไม่จเป็นที่จะต้องบวชเป็นพระ วรรณกรรมอาจเล่าขานกันเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าแสดงถึงทัศนคติ หรือพฤติกรรมของคนไทย แต่เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย และหนังสือเล่มนี้ก็ยังคงคุณค่าสหรับนักศึกษาของประเทศไทย ทั้งยังไม่มีหนังสือเล่มอื่นแทนที่ได้—-

แน่ทีเดียวว่า ด้วยเหตุที่สภาพการณ์ต่างๆ อันจกัดขอบเขตของหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นทีเดียวของการใช้ระเบียบวิธีทางมานุษยวิทยาวัฒนธรรม (Cultural Anthropology) ในการศึกษาพิจารณา “วัฒนธรรมที่อยู่ห่างไกล” ได้เป็นผลสเร็จ แม้ว่าข้อมูลที่ใช้ได้จะมีอยู่อย่างไม่สมบูรณ์และไม่เพียงพอ

รูธ เบเนดิกต์ เป็นจินตกวีเท่ากับเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นบุคคลที่มีความเฉียบแหลมและมีความสามารถในการเขียนอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้การแสวงหาความเข้าใจประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือสังคมต่างชาติอื่นๆ ที่ยังไม่มีข้อศึกษาเพียงพอ นักศึกษาก็ควรอ่านผลงานของเธอและตั้งใจพยายามแข่งกับเธอให้ดีที่สุดเท่าที่นักศึกษาจะทได้


ูธ เบเนดิกต์ (Ruth Fulton Benedict) (June 5, 1887-September 17, 1948) เป็นนักมานุษยวิทยารุ่นบุกเบิกของสหรัฐฯ เธอเขียนหนังสือเล่มสคัญๆ ทางวิชาการหลายเล่ม แต่เล่มที่เป็นที่รู้จักกันดีคือเล่มที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น Chrysanthemum and the Sword ที่จัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.. 1946 (.. 2489) ส่วนเล่ม Thai Culture and Behavior นั้นพิมพ์ขึ้นครั้งแรกเป็นจนวนจกัดเมื่อปี ค.. 1943 (.. 2486) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้นมาตีพิมพ์ซ้ำในปี ค.. 1952 (.. 2495) โดยศาสตราจารย์ลอริสตัน ชาร์ป ผู้อนวยการหลักสูตรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ในยุคของสงครามเย็นที่สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทนในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสม์ทั้งในจีนและปักกิ่ง กับในสหภาพโซเวียต และสงครามต่อสู้เพื่อเอกราชกลังดเนินอยู่อย่างรุนแรงในเวียดนาม กัมพูชา และลาว โดยที่ไทยในสมัยรัฐบาล ป. พิบูลสงครามสฤษดิ์ ธนะรัชต์ถนอม กิตติขจร ได้เข้าร่วมรบเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ จนกระทั่งฝ่ายชาตินิยมคอมมิวนิสต์ชนะสงครามอย่างเด็ดขาดไปในปี ค.. 1975 (.. 2518) หนังสือ Thai Culture and Behavior ถูกนมาแปลและตีพิมพ์ในภาษาไทยเป็นครั้งแรกในปี ค.. 1981 (.. 2524) โดยสนักพิมพ์เจ้าพระยา


ฝรั่ง “มะริกัน” มองไทยทางวัฒนธรรมและพฤติกรรม

คนไทยในภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

มองสังคมไทยอย่างผิวเผิน

สรุปบางตอนจากบทกล่าวนำ หนังสือของรูธ เบเนดิกต์ โดย

อานันท์ กาญจนพันธุ์ (.. 2522)

รูธ เบเนดิกต์ ได้อาศัยข้อมูลจากข้อเขียนทั้งภาษาอังกฤษและเยอรมัน รวมถึงการสัมภาษณ์ชาวไทยในอเมริกา ซึ่งเธอเองก็เห็นว่ามีข้อจำกัดมาก แต่ก็คิดว่าอาจให้พื้นฐานในการศึกษาสังคมไทยต่อไปข้างหน้าได้

พื้นฐานดังกล่าวนี้คือลักษณะพิเศษของสังคมไทยที่ประมวลมาจากคุณค่าในชีวิตสังคม 3 ประการสคัญ คือ ชอบสนุก ใจเย็น และเน้นเพศชายเป็นหลัก

รูธ เบเนดิกต์ เห็นว่าคุณค่าดังกล่าวของไทยสร้างสมขึ้นมาจากการปฏิบัติทางพุทธศาสนา และแบบแผนการเรียนรู้ทางสังคมของเด็ก เธอให้เหตุผลว่า ลักษณะของการเลี้ยงดูเด็กของชาวไทยสร้างให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นตัวของตัวเองมาก เพราะคนไทยมักจะเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลย เด็กต้องช่วยตัวเองแต่เล็ก และการที่คนไทยเป็นคนแบบง่ายๆ มีมิตรจิตมิตรใจและไม่ขี้สงสัย เธออธิบายว่าไม่ใช่เพียงเพราะสังคมไทยมีคุณค่าเช่นนั้น แต่เป็นเพราะว่าเด็กต้องตอบสนองต่อสภาพทางวัฒนธรรมไปในทนองนั้น

การอธิบายสังคมจากแง่วัฒนธรรมทนองนี้มักจะทให้ละเลยความแตกต่างที่มีอยู่ในสังคม ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง แม้จะรับรู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมใหญ่ที่มีชนชั้นต่างๆ ทั้งข้าราชการ พ่อค้า ชาวนา และมีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่ความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นก็มีความสคัญน้อยกว่าการมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งที่เกิดอยู่สม่ำเสมอตลอดมา ซึ่งเปรียบเสมือนโลกทัศน์ของทุกคนในสังคม รูธ เบเนดิกต์ เห็นว่าไม่มีการต่อต้านในสังคมไทย ทุกคนยอมรับความคิดคุณค่าของผู้หลักผู้ใหญ่ แม้จะพบว่าความคิดดังกล่าวช่างเป็นการมองสังคมไทยโดยผิวเผิน แต่ความคิดนี้เองได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองสังคมไทยในสายตาของนักวิชาการตะวันตก และได้ครอบงแนวการศึกษาสังคมไทยในช่วงอายุคนแรก อิทธิพลของงานชิ้นนี้เทียบได้กับบทความของจอห์น เอ็มบรี (John F. Embree) เรื่อง Thailand-A Loosely Structure Social System ซึ่งเป็นแง่คิดที่สนับสนุนงานของเบเนดิกต์ได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุที่รูธ เบเนดิกต์ คิดว่าวัฒนธรรมไม่อาจจะมีกฎสากลมาอธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มานุษยวิทยาจึงเป็นเพียงศิลปะของการบรรยายลักษณะวัฒนธรรม ความหมายของมานุษยวิทยาดังกล่าวมีลักษณะตื้นเขินเกินไป ไม่ช่วยให้เข้าใจอะไร ไม่เพียงเฉพาะสังคมที่ศึกษาเท่านั้น แต่แม้วัฒนธรรมที่บรรยายก็ปราศจากความหมาย เพราะไม่อาจจะบ่งชี้ได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของชนส่วนใดของสังคมในยุคสมัยใด วัฒนธรรมที่กล่าวถึงจึงเปรียบเสมือนอากาศที่ลอยไปมา หาสาระแท้จริงอะไรไม่ได้แน่ชัด แต่ไม่น่าประหลาดใจนักที่ทัศนะการศึกษาสังคมดังกล่าวจะมีอิทธิพล เพราะสหรับผู้ที่ไม่ต้องการมองให้ลึกลงไปในส่วนต่างๆ ของสังคมอย่างแท้จริง ก็มักจะติดอยู่กับส่วนที่เป็นแต่เพียงเปลือกนอก ซึ่งมองเห็นได้ง่ายกว่า

งานของนักมานุษยวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับสังคมไทยส่วนใหญ่ นับตั้งแต่รูธ เบเนดิกต์ มาก็มีลักษณะไม่ผิดไปจากนี้เท่าใดนัก บางคนอาจจะวาดภาพวัฒนธรรมไทยที่ดูสลับซับซ้อนกว่าของรูธ เบเนดิกต์ แต่ก็คงจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สวยงามเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในระยะไม่นานมานี้ได้ช่วยทให้นักมานุษยวิทยาตื่นขึ้นมาสลัดภาพลวงตาเหล่านั้นออกไปได้บ้าง เพราะพวกเขาพบว่าความสัมพันธ์ภายในสังคมไทยนั้นเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ที่ล้วนตรงกันข้ามกับลักษณะที่รูธ เบเนดิกต์ และนักมานุษยวิทยารุ่นแรกๆ วาดไว้อย่างสิ้นเชิง เมื่อชาวนาชาวไร่ถูกเอารัดเอาเปรียบก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้ ไม่ได้สงบเสงี่ยมเรียบร้อย รักสนุก หรือใจเย็นดังที่กล่าว อะไรเล่าเป็นเครื่องชักนให้ชาวนากบฏต่อภาพชมรมของสังคมของตน คตอบไม่อาจหาได้จากงานทางมานุษยวิทยาเล่มนี้ และอีกหลายๆ เล่มที่คล้ายคลึงกัน

ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้ช่วยให้เข้าใจสังคมไทยได้ดีขึ้น หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างก็ตรงที่ทให้รู้ว่าปัญญาชนชาวตะวันตกมีทัศนะต่อชนชาติที่ด้อยพัฒนาเช่นชาวไทยอย่างไร มีข้อน่าสังเกตว่าทัศนะเช่นนี้ช่างคล้ายกับทัศนะของอภิสิทธิ์ชนคนไทยที่มีต่อชาวนาชาวไร่เหลือเกิน ถ้าพิจารณาอย่างผิวเผินแล้ว ความคิดของรูธ เบเนดิกต์ ที่เห็นว่าไม่มีชนชาติใดเหนือกว่าหรือต่ำกว่ากัน เพราะล้วนแตกต่างกันที่วัฒนธรรมนั้น เป็นทัศนะเทิดทูนและศรัทธาในความเสมอภาคของมนุษยชาติ แต่เมื่อได้พิจารณาเนื้อหาของวัฒนธรรมไทยที่รูธ เบเนดิกต์ บรรยายมาแล้วจะพบว่าวัฒนธรรมเช่นนั้นมีลักษณะไม่ต่างจากภาพของตุ๊กตาน่ารักตัวหนึ่ง ที่เจ้าของอยากจะเก็บไว้ในตู้โชว์อย่างทะนุถนอมให้นานแสนนานโดยไม่อยากให้มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้

ภาพของสังคมไทยจะต่างไปอย่างสิ้นเชิง หากจะมองจากทัศนะที่ศึกษาจากโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งได้เริ่มมีผู้ศึกษาบ้างแล้ว เช่น งานของ จี. วิลเลียม สกินเนอร์ (G. William Skinner) เกี่ยวกับสังคมชาวจีนในประเทศไทย และงานของ ม... อคิน รพีพัฒน์ เกี่ยวกับโครงสร้างสังคมศักดินา เป็นต้น

สังคมไทยตามการวิเคราะห์ในแนวหลังนี้ดูจะมีชีวิตชีวา มีการเปลี่ยนแปลงการขัดแย้ง การต่อสู้ เพื่อให้พ้นจากการมีสภาพเป็นเพียงตุ๊กตาของใครๆ ก็ได้ แต่งานในลักษณะนี้ยังไม่มีมากพอที่จะทให้สามารถเห็นรูปแบบที่แน่นอนได้เช่นการศึกษาในแนวแรก