เริงโลกด้วยจิตรื่น : หนทางของ‘ผู้ชนะ
ด้วยค่านิยม “ชีวิตคือการต่อสู้” ที่เราปลูกฝังให้พัฒนาให้เจริญเติบโตในความคิดมายาวนาน “ชีวิตคือการต่อสู้” จึงดูจะกลายเป็นธรรมชาติของมนุษย์ไป
เมื่อเรารู้สึกว่ามีเพื่อนพ้อง ญาติมิตร หรือคนรู้จักต้องเผชิญกับอุปสรรค หรือต้องแข่งขันกับอะไรสักอย่าง ที่เราจะบอกต่อกันคือ “สู้ๆ”
การต่อสู้จึงเป็นชีวิตจิตใจของผู้คนตลอดมา ผ่านยุค ผ่านสมัยมายาวนาน
การต่อสู้ในหนทางที่เข้าใจกันคือ เอาชนะอุปสรรค หรือเอาชนะคู่แข่ง
ชีวิตต้องมุ่งมั่นที่จะชนะ เพราะนั่นเป็นความหมายเดียวของความสำเร็จ
ไม่มีใครเรียกผู้พ่ายแพ้ว่าประสบความสำเร็จ
เพราะนิยามของ “ผู้ชนะ” เช่นนี้เอง การดำเนินชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่จึงโฟกัสที่อุปสรรค คู่แข่ง และเกม ว่าจะหาทางให้ตัวเองสู่ชัยชนะได้อย่างไร
แม้จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เรียนรู้ว่า หนทางแห่งชัยชนะนั้นประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ ความสามารถของตัวเรา กับความสามารถของคู่แข่ง
อาจจะซับซ้อนไปกว่านั้นบ้าง ตรงที่ในบางเรื่องผลการต่อสู้มีคนอื่นเป็นผู้ตัดสิน ทำให้ผู้ตัดสินเข้ามาเป็นปัจจัยด้วย แต่ถึงที่สุดแล้ว “ความสามารถ” มีอิทธิพลต่อผลการตัดสินอยู่ดี
และระหว่างความสามารถของเรา กับของคู่แข่ง หรืออุปสรรคนั้น หากพิเคราะห์ดูจะเห็นว่าที่เราเน้นให้ความสนใจ เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ชี้ขาดตัดสินว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้คือ อุปสรรคหรือคู่แข่ง
การมองมาที่ตัวเองนั้นมีอยู่ แต่น้อยกว่า
ด้วยมุมมอง “การต่อสู้” แบบนี้ ทำให้คนเรามีแนวโน้มที่จะหมิ่นแคลนเพื่อชนะ และโทษนั้นโทษนี่เมื่อพ่ายแพ้ หรือทุกข์ยาก ไม่เป็นอย่างไร
มีไม่กี่คนหรอกที่คิดโทษตัวเอง
ในหนทางแห่งความสุข ทรรศนะการสู้ชีวิตเช่นนี้ผิดพลาดอย่างมาก เพราะกระตุ้นให้เราเอาแต่ประเมินสิ่งภายนอก ละเลยที่จะพัฒนาตัวเอง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว การเพ่งโทษไปที่สิ่งภายนอกนั้น ทำให้ยุ่งยากในการจัดการให้เป็นไปอย่างที่ต้องการได้ยากกว่า การหาทางจัดการให้ตัวเองมีความสามารถเพิ่มขึ้น
ยิ่งในมุมมองการพัฒนาจิตใจด้วยแล้ว
การไม่โฟกัสภายในตัวเอง เพ่งแต่ภายนอก ถูกระบุให้เป็นหนทางผิดพลาดร้ายแรงกันเลยทีเดียว
ด้วยในทางปฏิบัติที่จะให้เข้าถึงสัจธรรม หรือความจริงที่แท้นั้น จะต้องทำให้จิตไม่ถูกครอบงำจากสิ่งทั้งปวง
หนทางที่จำเป็นอย่างยิ่งต้องพิจารณาจิตตัวเองเป็นสำคัญ
เมื่อได้สัมผัสรับรู้อะไรสักอย่าง มี 2 สิ่งเกิดขึ้น คือ สิ่งที่เราสัมผัสรับรู้ กับความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นในใจเรา
คำถามที่เราควรถามตัวเองมากกว่า คือ ทำไมเรารู้สึก อะไรทำให้เราคิดอย่างนั้น เพื่อประเมินว่าตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นในใจเรานั้นเป็นอะไร
ทำให้เรามีเจตนาต่อเรื่องนั้นแบบไหน เป็นเจตนาดี หรือเจตนาร้าย หรือเป็นกลาง
การโฟกัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตตัวเอง ให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้
และการพัฒนาตัวเองให้มีจิตใจแบบไหน ย่อมเป็นผลต่อชีวิตที่จะเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือโปร่งโล่งเบาสบาย
และนั่นเป็น “ชัยชนะที่แท้”
เพราะคือ “การชนะตัวเอง”

