เริงโลกด้วยจิตรื่น : หนทางของ‘ผู้ชนะ

23.01.22 | 11:11 น.
เริงโลกด้วยจิตรื่น : หนทางของ‘ผู้ชนะ

เริงโลกด้วยจิตรื่น : หนทางของ‘ผู้ชนะ

ด้วยค่านิยม “ชีวิตคือการต่อสู้” ที่เราปลูกฝังให้พัฒนาให้เจริญเติบโตในความคิดมายาวนาน “ชีวิตคือการต่อสู้” จึงดูจะกลายเป็นธรรมชาติของมนุษย์ไป

เมื่อเรารู้สึกว่ามีเพื่อนพ้อง ญาติมิตร หรือคนรู้จักต้องเผชิญกับอุปสรรค หรือต้องแข่งขันกับอะไรสักอย่าง ที่เราจะบอกต่อกันคือ “สู้ๆ”

การต่อสู้จึงเป็นชีวิตจิตใจของผู้คนตลอดมา ผ่านยุค ผ่านสมัยมายาวนาน

การต่อสู้ในหนทางที่เข้าใจกันคือ เอาชนะอุปสรรค หรือเอาชนะคู่แข่ง

Advertisement

ชีวิตต้องมุ่งมั่นที่จะชนะ เพราะนั่นเป็นความหมายเดียวของความสำเร็จ

ไม่มีใครเรียกผู้พ่ายแพ้ว่าประสบความสำเร็จ

เพราะนิยามของ “ผู้ชนะ” เช่นนี้เอง การดำเนินชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่จึงโฟกัสที่อุปสรรค คู่แข่ง และเกม ว่าจะหาทางให้ตัวเองสู่ชัยชนะได้อย่างไร

แม้จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เรียนรู้ว่า หนทางแห่งชัยชนะนั้นประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ ความสามารถของตัวเรา กับความสามารถของคู่แข่ง

อาจจะซับซ้อนไปกว่านั้นบ้าง ตรงที่ในบางเรื่องผลการต่อสู้มีคนอื่นเป็นผู้ตัดสิน ทำให้ผู้ตัดสินเข้ามาเป็นปัจจัยด้วย แต่ถึงที่สุดแล้ว “ความสามารถ” มีอิทธิพลต่อผลการตัดสินอยู่ดี

และระหว่างความสามารถของเรา กับของคู่แข่ง หรืออุปสรรคนั้น หากพิเคราะห์ดูจะเห็นว่าที่เราเน้นให้ความสนใจ เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ชี้ขาดตัดสินว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้คือ อุปสรรคหรือคู่แข่ง

การมองมาที่ตัวเองนั้นมีอยู่ แต่น้อยกว่า

ด้วยมุมมอง “การต่อสู้” แบบนี้ ทำให้คนเรามีแนวโน้มที่จะหมิ่นแคลนเพื่อชนะ และโทษนั้นโทษนี่เมื่อพ่ายแพ้ หรือทุกข์ยาก ไม่เป็นอย่างไร

มีไม่กี่คนหรอกที่คิดโทษตัวเอง

ในหนทางแห่งความสุข ทรรศนะการสู้ชีวิตเช่นนี้ผิดพลาดอย่างมาก เพราะกระตุ้นให้เราเอาแต่ประเมินสิ่งภายนอก ละเลยที่จะพัฒนาตัวเอง

เพราะในความเป็นจริงแล้ว การเพ่งโทษไปที่สิ่งภายนอกนั้น ทำให้ยุ่งยากในการจัดการให้เป็นไปอย่างที่ต้องการได้ยากกว่า การหาทางจัดการให้ตัวเองมีความสามารถเพิ่มขึ้น

ยิ่งในมุมมองการพัฒนาจิตใจด้วยแล้ว

การไม่โฟกัสภายในตัวเอง เพ่งแต่ภายนอก ถูกระบุให้เป็นหนทางผิดพลาดร้ายแรงกันเลยทีเดียว

ด้วยในทางปฏิบัติที่จะให้เข้าถึงสัจธรรม หรือความจริงที่แท้นั้น จะต้องทำให้จิตไม่ถูกครอบงำจากสิ่งทั้งปวง

หนทางที่จำเป็นอย่างยิ่งต้องพิจารณาจิตตัวเองเป็นสำคัญ

เมื่อได้สัมผัสรับรู้อะไรสักอย่าง มี 2 สิ่งเกิดขึ้น คือ สิ่งที่เราสัมผัสรับรู้ กับความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นในใจเรา

คำถามที่เราควรถามตัวเองมากกว่า คือ ทำไมเรารู้สึก อะไรทำให้เราคิดอย่างนั้น เพื่อประเมินว่าตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นในใจเรานั้นเป็นอะไร

ทำให้เรามีเจตนาต่อเรื่องนั้นแบบไหน เป็นเจตนาดี หรือเจตนาร้าย หรือเป็นกลาง

การโฟกัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตตัวเอง ให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้

และการพัฒนาตัวเองให้มีจิตใจแบบไหน ย่อมเป็นผลต่อชีวิตที่จะเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือโปร่งโล่งเบาสบาย

และนั่นเป็น “ชัยชนะที่แท้”

เพราะคือ “การชนะตัวเอง”