อาศรมมิวสิก : ช่างซอขับขานเพลงลุงตู่ครับ โอดครวญอำๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยธวัช เมืองเถิน

30.01.22 | 10:30 น.
อาศรมมิวสิก : ช่างซอขับขานเพลงลุงตู่ครับ โอดครวญอำๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยธวัช เมืองเถิน
ช่างซอธวัช เมืองเถิน กับช่างซอหญิง ปุยฝ้าย สันทราย

ช่างซอขับขานเพลงลุงตู่ครับ

โอดครวญอำๆ อย่างสร้างสรรค์

โดยธวัช เมืองเถิน

ผมได้คลิปเพลง “ลุงตู่ครับ” จากคนที่นับถือส่งมาให้ ท่านได้มาจากไหน และมีวัตถุประสงค์อะไรก็ไม่รู้ แต่ทำให้ผมอยากรู้ว่า ใครเป็นคนร้องและต้องการอะไร ที่สำคัญก็คือ เป็นการโอดครวญ เยาะเย้ยถากถาง ขำๆ อำๆ อย่างสร้างสรรค์ จึงได้ส่งต่อคลิปวิดีโอเพลง “ลุงตู่ครับ” ไปให้ผู้รู้ที่เมืองเหนือช่วยแสวงหาไขข้อข้องใจให้ ก็ได้ความกระจ่างมาว่า นักร้องเป็นผู้เขียนเพลงเอง ชื่อ ธวัช เมืองเถิน ทำนองเพลงพี่สาวครับ ของ จรัล มโนเพ็ชร คนร้องเพลงเป็นช่างซอ ชื่อจริงว่า วัชรากร ใจอ้าย เป็นคนเมืองเถิน ลำปาง ชื่อช่างซอธวัช เมืองเถิน มีชื่อเสียงในวงการซอพื้นเมือง ปัจจุบันทำมาหากินขับซออยู่ที่เชียงใหม่

ได้โทรศัพท์คุยกับช่างซอ ธวัช เมืองเถิน แจ้งความประสงค์ว่า วันที่ 23 มกราคม 2565 จะไปเป็นวิทยากรที่ไร่ผดุงธรรม ลำปาง อยากเชิญช่างซอธวัช เมืองเถิน ไปแสดง มีนักดนตรีกี่คน ค่าตัวเท่าไหร่ มีผู้ฟังอยู่ไม่กี่คน เชิญแสดง 1 ชั่วโมง เมื่อประสานงานตกลงกันเสร็จ ก็ได้แจ้งแก่เจ้าของที่ไร่ผดุงธรรม ตั้งใจจะไปไขข้อข้องใจเรื่องช่างซอ และความเป็นดนตรีพื้นบ้านเมืองเหนือ

Advertisement

คืนวันที่ 22 มกราคม 2565 เจ้าของไร่ผดุงธรรมได้เชิญช่างซอชาวบ้านมาเล่นให้ฟัง ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม ได้เรียนรู้และประทับใจซอเมืองเหนือ ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า กระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอดการแสดงที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการความคิดสร้างสรรค์ การสร้างความสุข การประกอบอาชีพ การดำรงอยู่

วันที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 15.00-17.00 น. เป็นเวทีของการเสวนา ซึ่งมีวิทยากร (สุกรี เจริญสุข สุชาติ วงษ์ทอง และผดุง พรมมูล) มีผู้ฟังที่สนใจเรื่องกระบวนการความคิดสร้างสรรค์มาฟังหลายคน มีบุคคลสำคัญๆ อาทิ ดร.ขวัญนภา สุขคร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลำปาง นำนักศึกษาที่สนใจเรื่องความคิดสร้างสรรค์มาร่วมฟัง คุณจิตรี จิวะสันติการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ชักชวนพรรคพวกมาฟังการเสวนา คุณตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ได้ทิ้งงานอื่นๆ มานั่งฟังเพื่อจะนำไปพัฒนาวัฒนธรรมลำปาง คุณลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง เป็นต้น

อาศรมมิวสิก : ช่างซอขับขานเพลงลุงตู่ครับ โอดครวญอำๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยธวัช เมืองเถิน

เวลา 17.00-18.00 น. เป็นเวลาของช่างซอธวัช เมืองเถิน คราวนี้ผู้ฟังไม่ยอมไปไหน แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ก็โหยหาและกระหายดนตรีพื้นบ้านสะล้อซอซึง ได้พบกับช่างซอที่มีไหวพริบปฏิภาณด้นสดอย่างสนุก

หลังงานได้มีโอกาสคุยกับช่างซอธวัช เมืองเถิน ถึงเส้นทางสู่อาชีพจั้งซอ (ช่างซอ) ในกระบวนการเรียนเป็นช่างซอ ธวัช เมืองเถิน เกิดที่อำเภอเถิน เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปเรียนต่อ (ปวช. ปวส.) จบปริญญาตรีที่ราชภัฏเชียงใหม่ ชอบวิชาภาษาไทยมาตั้งแต่เด็ก ชอบแต่งกลอน ฟังเทปบรรยายธรรมล้านนา (เทศน์ตุ๊จ๊ก) ซึ่งมีความตลก มีเรื่องเล่าเป็นนิทานสั้นๆ เป็นสำนวนล้านนา ทำให้อยากศึกษา อยากเข้าถึงเรื่องราวเหล่านี้

ช่วงที่เรียนปริญญาตรีได้ทำงานไปด้วย อาศัยหอพักเล็กๆ อยู่ติดข้างกำแพงวัดสวนดอก วันหนึ่งเห็นป้ายใหญ่ติดประกาศหน้าวัดว่า รับสมัครนักเรียนผู้ที่สนใจเรียนอักษรเมือง (อักษรล้านนา) ค่าว อื่อ กะโลง ขับขาน และขับซอ ใจอยากเรียนซอเพราะเคยฟังเทปซอ บทซอที่พ่อเปิดฟังตั้งแต่เด็กๆ เป็นภาษาเมือง มีเรื่องที่หลากหลาย ทั้งความรู้ บทตลก ทั้งทางโลกและทางธรรม เรื่องราวแบบละครซอ แต่การจะเรียนซอที่วัดสวนดอกได้ ต้องเริ่มเรียนชั้นที่หนึ่งไปก่อน คือ การเรียนตั๋วเมือง (อักษรล้านนา) ชั้นสองเรียนเกี่ยวกับการอื่อ กะโลง ค่าว แกะยันต์ เขียนยันต์ จึงจะขยับขึ้นไปชั้นสาม เพื่อจะเรียนขับขานและการซอ

ธวัช เมืองเถิน เรียนจบชั้นหนึ่งและไปต่อชั้นสองได้ครึ่งเทอม เพื่อนที่ทำงานบอกว่า ถ้าอยากจะเรียนซอโดยตรงให้ไปเรียนกับแม่ครูบัวตอง เพื่อนไปสมัครฝากตัวเป็นศิษย์กับแม่ครูมาแล้ว กำลังหัดเรียนซอได้เดือนกว่า ทำให้ธวัช เมืองเถิน ได้วอนขอให้เพื่อนไปส่งที่บ้านแม่ครูบัวตอง เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

ที่บ้านแม่ครูบัวตอง เมืองป้าว อยู่ติดลำน้ำปิง สมัยก่อนแม่ครูเปิดหน้าร้านขายลาบ แกงอ่อม ขนมจีน ลูกค้าเต็มร้านทุกวันโดยเฉพาะวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) ธวัช เมืองเถิน กับเพื่อน ต้องเรียนกับแม่ครูบัวตอง โดยอาศัยจังหวะที่แม่ครูว่างจากทำอาหารให้ลูกค้า ก็จะมานั่งสอนลูกศิษย์

โดยตำราเรียนคือ บทซอ คำซอดั้งเดิมที่เขียนด้วยลายมือใส่สมุดไว้ ธวัช เมืองเถิน และเพื่อน นำมาพิมพ์เพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้น บทซอก็จะมีหลากหลาย เช่น ซอเรื่องทำบุญ ซองานขึ้นบ้านใหม่ ซอตลก ธวัชเริ่มเรียนบทซอเกี้ยว (ซอจีบหญิง) ซึ่งเป็นบทซอโต้ตอบชายหญิง ลูกศิษย์ผู้ชายก็ให้ท่องจำบทฝ่ายชาย ส่วนลูกศิษย์ผู้หญิงก็ท่องจำบทฝ่ายหญิง ศิษย์อาศัยการอ่าน ท่องจำ อย่างน้อยให้จำได้วันละบท (บทซอเรียกว่า จิ่ม) ซอเกี้ยวจะมีหลายเรื่อง (เครือ) มีบทจากจั้งซอรุ่นเก่า แต่ละเครือมีสำนวนที่แตกต่างตามอารมณ์ผู้คิด ผู้แต่ง จดจำกันมารุ่นต่อรุ่น

แม่ครูจะมีเครื่องเล่นเทปเก่าหนึ่งเครื่องไว้ใส่เทปทำนองปี่ พอทำอาหารให้ลูกค้าเสร็จ แม่ครูก็จะมานั่งประกบลูกศิษย์ เปิดเทปปี่ แล้วให้ลูกศิษย์ซอเข้ากับเสียงปี่ เรียกปี่ที่อัดใส่เทปว่า “ปี่แห้ง” ใหม่ๆ ลูกศิษย์ทั้งอายทั้งสั่น คนเต็มร้านลาบ ครูให้ลูกศิษย์ซอออกเสียงดังๆ ลูกค้าในร้านต่างก็มองกันมาที่จุดเดียวเลย ซอก็ผิดๆ ถูกๆ แม่ครูจะเอามือมาตบที่เข่าลูกศิษย์เพื่อช่วยเป็นจังหวะ ประคองเสียงปี่แห้ง เพื่อไม่ให้ลูกศิษย์หลงทำนองปี่

ธวัช เมืองเถิน บอกว่าตอนนั้นชอบและลุ่มหลงเสียงซอมาก ใครเป็นจั้งซอดัง จั้งซอดี ต้องตามไป หรือขอติดรถไปงานด้วย ไปนั่งฟังติดขอบเวที คำไหนสวยก็แอบจดแล้วบันทึกใส่ซาวด์อะเบาท์ไว้ ธวัช เมืองเถิน บอกว่าจะชอบดูลีลาของฝ่ายชาย พ่อครูต่างๆ แอบจำท่าทาง มุกตลก คำตลก การหยอดมุข เล่าเรื่อง การสะกดคนดูหน้าเวที การด้นสด การเรียงคำ และการสร้างโอกาสโดยอาศัยผู้ชม

พยายามอยู่ปีกว่า ก็สามารถซอได้ตามบทที่จดจำจากในตำราซอ แต่ยังไม่สามารถด้นสดได้ แปลกใจว่าทำไมคนอื่นทำได้ คิดได้ ซอได้ ด้นได้ แต่ทำไมตัวเองทำไม่ได้ ช่วงนั้นธวัชบอกว่าท้อมากๆ ถึงกับหยุดฝึกไปเลย คิดว่าเราคงทำได้แค่ท่องจำ เมื่อด้นสดไม่ได้ก็แสดงบนเวทียาก

เมื่อหยุดไปนานเข้า พอได้ยินเสียงปี่เสียงซอในงานวัด ใจมันก็อดไม่ได้ จึงต้องกลับมาฝึกจริงจังอีกรอบ อาศัยความกล้าในการร้องออกมา ลบความอายออกไป แม่ครูบอกว่าลองซอออกมา มันอาจจะติดบ้าง สัมผัสไม่ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่บทหลักๆ ของเรา คือ บทที่ท่องจำจนขึ้นใจ มันมีอยู่แล้วในสมองเรา

เมื่อเรากล้าที่จะซอ เอ่ยออกไป มันก็เริ่มมีคำใหม่ๆ มีคำอะไหล่ที่เรามีอยู่แล้วนำมาร้อยเรียง พอเราได้ฝึกบ่อยขึ้น ได้ลองซอกับฝ่ายหญิงบ่อยขึ้น จึงมีความกล้ามากขึ้น แม่ครูได้เปิดโอกาสให้ไปออกงานด้วย ให้ขึ้นไปขับซอบนเวทีจริง ที่มีคนดูอยู่เต็มหน้าเวที จั้งซอหัดใหม่จะพิมพ์บทซอไว้แล้วนำไปแอบเปิดบนเวที หาอะไรบังไว้ เพื่อไม่ให้คนดูรู้ว่าเราอ่านบท ตาก็จะแอบชำเลืองดูบ้างเป็นครั้งคราว คือ การโต้ตอบต้องอยู่ในบทนี้ ถ้าอีกฝ่ายซอออกนอกบท ถามนอกบท เรานี่ตายเลย ไปต่อไม่ได้ เพราะมันจะกลายเป็นการซอคนละเรื่องกัน

อาศรมมิวสิก : ช่างซอขับขานเพลงลุงตู่ครับ โอดครวญอำๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยธวัช เมืองเถิน

แต่ด้วยการซอนอกบทและการได้ซอกับคนที่เก่งกว่า จะทำให้เกิดความแตกฉานและเก่งขึ้น เมื่อเขาซอนอกบท เราจำเป็นต้องตอบนอกบทโดยคิดคำเอง มันจะฝึกให้เราคุ้นเคยและเก่งขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อแม่ครูให้โอกาสและนำไปออกงานด้วยบ่อยๆ จะทำให้เกิดความชำนาญ จากที่เป็นคู่ซอบ่าวสาว ได้ซอแค่ช่วงบ่ายแก่ๆ ใกล้จะเลิกแล้ว เมื่อเก่งขึ้นก็จะได้ขยับมาซอช่วงเช้า ต่อมาก็รับงานเอง เป็นงานของตัวเอง หรือแยกวงออกมาจากแม่ครู เพื่อตั้งคณะซอเป็นของตนเอง

คำให้การของช่างซอธวัช เมืองเถิน เป็นกระบวนการเรียนรู้โดยการเลียนแบบฝึกทำซ้ำจนเกิดความชำนาญ สามารถคิดแหกคอกนอกครู กลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ เมื่อออกนอกครู คือการออกจากบทท่องจำ เป็นการด้นเพลง เป็นตัวตนด้นเองได้ การได้เรียนกับครูซอมืออาชีพ ทำให้เข้าสู่อาชีพเป็นช่างซอ โบยบินเองได้ ซึ่งเป็นวิธีการของการเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ เป็นที่มาของเพลง “ลุงตู่ครับ”