มีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนให้ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และสันติครั้งใหญ่กันอีกครั้งหลัง ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สั่ง ‘ปฏิบัติการรักษาสันติภาพ’ แต่กลับนำมาซึ่งความสูญเสียที่โลกร่วมต่อต้าน
แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องประกันการคุ้มครองชีวิตของพลเรือน รวมถึงละเว้นจากการโจมตีตามอำเภอใจและการใช้อาวุธสงครามต้องห้าม
นอกจากนี้ ยังขอให้อำนวยความสะดวกให้องค์กรด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าช่วยเหลือพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม

กลับมาที่สถานการณ์ในประเทศไทย แม้นักโทษทางความคิดทยอยได้รับสิทธิประกันตัว ทว่า ยังมีอีกหลายรายที่ยังถูกจองจำ ย้อนไปไกลกว่านั้น ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ผ่านมา การบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือ ‘อุ้มหาย’ เกิดขึ้นอย่างน้อย 75 กรณี
เตียง ศิริขันธ์ คือกรณีแรกที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ หะยีสุหลง ผู้นำศาสนาอิสลาม บิลลี่
พอละจี รักจงเจริญ ผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านบางกลอย ไหนจะนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไปหลังปี 2557 อาทิ
สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ สยาม ธีรวุฒิ จนถึง วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกอุ้มหายในกรุงพนมเปญ กัมพูชา เมื่อ พ.ศ.2561
ยังไม่นับผู้สาปสูญจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ อย่างเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่มีผู้สูญหายกว่า
40 คน และกรณีถีบลงเขา เผาลงถังแดง ในจังหวัดพัทลุง เมื่อปี 2510 เป็นต้น
23 กุมภาพันธ์ 2565 หลังต่อสู้ผลักดันอย่างยาวนานถึง 12 ปี ในที่สุด สภาผู้แทนราษฎรผ่านฉลุย ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … ในวาระที่ 2 ในสภาผู้แทนราษฎร หลังคณะกรรมาธิการได้พิจารณาและปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ฉบับล่าสุดจนเสร็จสิ้น ด้วยตัวเลข 359 เสียง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้คนทั่วโลกยังต้องต่อสู้ เหล่าศิลปินยังคงสร้างสรรค์ผลงานหวังจุดไฟแห่ง
ความหวัง และร่วมเปล่งเสียงแห่งพลังเพื่อยืนหยัดเคียงข้างสิทธิมนุษยชน เพราะศิลปะคือเครื่องมือในการจดบันทึกเหตุการณ์ ถ่ายทอดความคิด และส่งต่อความรู้สึก นับตั้งแต่การมีอยู่ของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ผลิบานจากผนังถ้ำ สู่วันที่พื้นที่แห่งศิลปะของประชาชนกลายเป็นโลกไร้พรมแดน
ดังเช่นที่ปรากฏในนิทรรศการ Ignite the Rights: Art Exhibition by Amnesty International Thailand ซึ่งจัดแสดงผลงานจาก 13 ศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์ภาพประกอบปฏิทินแอมเนสตี้ “ศิลปะกับเสรีภาพ”
นอกจากนี้ ยังมีทั้งกิจกรรมที่ผู้เข้าชมงานสามารถมีส่วนร่วมแสดงออก พร้อมรังสรรค์งานศิลปะในรูปแบบของตัวเอง และร่วมส่งโปสการ์ดให้กำลังใจผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิทั่วโลก
“ความสนุกในมุมมองของผม คือการมองเห็นการแสดงออกด้วยศิลปะและสื่อต่างๆ ในการเมืองไทย
ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ที่สามารถนิยามได้ว่าเป็นการช่วงชิงความหมาย เพราะว่าเราได้เห็นอะไรหลายอย่างจากการที่คำบางคำมันถูกสร้างภาพจำเอาไว้ อินเตอร์เน็ตทำให้ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ ทุกคนมีพื้นที่ ไม่ต้องไปง้อผู้มีอำนาจ หรือผู้มีอิทธิพลที่สร้างสื่อขึ้นมา จึงมีพื้นที่ของการสร้างสรรค์และงานศิลปะขึ้นมาที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดผู้ถืออำนาจรัฐบาลนั้น”
คือคำกล่าวของแอดมินเพจประชาธิปไทป์ที่สะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อศิลปะ การเมืองไทย และการส่งเสียงออกไปสู่สาธารณะ
เพราะคนธรรมดาสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

