วิทยาเขตใหม่ในโลกเสมือน ธรรมศาสตร์ ลุย ‘เมตาเวิร์ส’ ‘ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นโอกาส’

8.03.22 | 13:00 น.

นับเป็นประเด็นพูดคุยสำคัญทั่วทั้งโลก สำหรับ Metaverse หรือชื่อไทยที่ราชบัณฑิตยสภาบัญญัติว่า ‘จักรวาลนฤมิตร’

โดยเชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งประโยชน์นานัปการแก่มวลมนุษยชาติหากนำมาใช้ในทางสร้างสรรค์

ล่าสุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศเปิดวิทยาเขตแห่งที่ 5 ในโลก เมตาเวิร์ส ภายใต้ แพลตฟอร์ม T-Verse เพื่อมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหนือกว่าการเรียนทั้งแบบ Online และ Onsite หวังใจว่าจะตอบโจทย์หน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยในอนาคตทั้ง 4 ด้านสำคัญ สร้างทักษะที่จำเป็น
บ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัพ

งานนี้ จับมือกระชับแน่นกับ บริษัท แบรนด์เวิร์ส จำกัด โดยเพิ่งจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว T-Verse: Thailand Multiverse Bridge Platform แห่งแรกของไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

Advertisement
รศ.เกศินี วิฑูรชาติ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงานต่างๆ กว่า 52 องค์กรในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลกอย่าง ‘เมตาเวิร์ส’ มาพัฒนา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มของการเชื่อมต่อ การทำธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ บนจักรวาลของ T-Verse ซึ่งจะสนับสนุนให้ประเทศมีการพัฒนาก้าวล้ำหน้า พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

“ในโอกาสครบรอบ 88 ปี ขณะนี้ มธ.เตรียมเปิดวิทยาเขตแห่งที่ 5 ที่เรียกว่า “Thammasat Metaverse Campus” ที่จะให้บริการทางการศึกษาแก่ผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม T-Verse ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ งานวิจัย รวมทั้งนวัตกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะเข้ามาร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มแห่งนี้ เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในการพัฒนาศักยภาพของทุกคน” อธิการ มธ. 2 สมัยกล่าว

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล

ด้าน รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ และประธานคณะกรรมการ Thammasat Metaverse ลงลึกในรายละเอียดว่า ปัจจุบันธรรมศาสตร์มี 4 วิทยาเขต คือ ท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์ลำปาง และศูนย์พัทยา ส่วนวิทยาเขตที่ 5 นี้ จะตั้งอยู่บนโลกเมตาเวิร์ส ภายใต้แพลตฟอร์ม T-Verse ซึ่งภายใน Thammasat Metaverse Campus จะตอบโจทย์ใน 4 ด้าน ได้แก่

1.Immersive Learning Classrooms ที่จะยกระดับประสบการณ์การเรียนการสอนรูปแบบใหม่

2.VR Museum of History, Culture and Democracy นอกจากการเรียนวิชาการแล้ว มธ.ยังมุ่งเน้นการเรียนการสอนนอกห้องเรียน โดยจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประชาธิปไตยที่ มธ.มีมาอย่างยาวนาน ให้ทุกคนสามารถย้อนเวลาผ่านยุคสมัยเพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์ได้มากกว่าการท่องจำ และเข้าใจบริบทต่างๆ จากประสบการณ์ที่ได้รับบนเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) Technology

3.Next Generation Omnichannel Marketplace จากการทำงานของ มธ.ที่ได้ร่วมสนับสนุนและมีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ มาเป็นเวลาหลายปี มธ.จะนำพาธุรกิจเหล่านี้สู่ขั้นถัดไป ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายบนโลกเสมือนจริงแบบไร้รอยต่อ โดยผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผ้าซิ่น อาจนำมาขายได้ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล (NFT) เพื่อเป็นชุดมาสวมใส่อวตารของผู้ใช้งาน ขณะที่ตัวผลิตภัณฑ์จริงก็จะถูกส่งไปที่บ้านของผู้ซื้อสินค้าได้ เป็นต้น

4.88 Sandbox Spaces เป็นการต่อยอด 88 Sandbox ที่เป็นโครงการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัพให้เป็น Next Unicorn ของประเทศ โดยภายใน Thammasat Metaverse Campus ผู้เข้าร่วมจะสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับบรรดาที่ปรึกษา (Mentor) นักลงทุน (Venture Capitalist) และระหว่างสตาร์ตอัพ
กันเอง โดยจะมีพื้นที่สำหรับการขายงาน (Pitching) การประชุม ตลอดจนการจัดกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันระหว่างสตาร์ตอัพ และ Mentor

“เราได้เห็นข้อจำกัดจากการขาดปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ หรือแม้แต่การเรียนออนไซต์แบบเดิมก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ในวิชาการแพทย์ จำนวนอาจารย์ใหญ่ที่มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการศึกษาก็ลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน แต่เมตาเวิร์สจะนำนักศึกษาเข้าเรียนในโลกเสมือนจริง สามารถฝึกฝนกับร่างจำลอง ได้เรียนรู้ทักษะมากกว่าการอ่านจากหนังสือ หรือการเรียนในด้านสังคม มนุษยศาสตร์ เราก็สามารถเข้าไปทดลองทำ Social Experiment ได้โดยไม่กระทบกับผู้คนอื่น” รศ.ดร.สุรัตน์กล่าว

ณัฐเศรษฐ์ ไตรทิพย์เจริญชัย

จากแง่มุมการศึกษา มาดูทรรศนะเชิงธุรกิจจาก ณัฐเศรษฐ์ ไตรทิพย์เจริญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนด์เวิร์ส จำกัด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เมตาเวิร์สไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายมหาศาล ซึ่งหลายประเทศรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลกต่างกำลังกระโดดเข้ามาช่วงชิงพื้นที่และร่วมในอุตสาหกรรมนี้ จึงเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะร่วมก้าวไปพร้อมกัน ด้วยความร่วมมือของภาคการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ รวมถึงภาครัฐ เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโต

สำหรับแพลตฟอร์ม T-Verse จะเป็นระบบเมตาเวิร์สพื้นฐานของประเทศไทยแห่งแรก ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาใช้งานและออกแบบเมตาเวิร์สที่ต้องการให้เป็น ขณะเดียวกันผู้ใช้งานยังสามารถข้ามไปมาระหว่างเมตาเวิร์สแต่ละแห่งได้ โดยใน T-Verse จะประกอบด้วยวงแหวนจำนวน 13 วง พร้อมกับดาวทั้งหมด 985 ดวง และข้อดีคือข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ภายใต้เมตาเวิร์สของตนเอง ส่วนผู้คนที่เข้ามาใช้ชีวิตในโลก T-Verse จะสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ช้อปปิ้ง เรียน หรือแม้แต่เข้ามาทำงานก็ได้เช่นเดียวกัน

“ในเฟสแรกเราได้ชวนแบรนด์และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ และวันนี้เราอยู่ในเฟสที่ 2 คือการเปิดตัวโลก T-Verse ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ปีนี้ เราจะเข้าสู่เฟสที่ 3 คือการออกเหรียญ T-Verse Coins และ Foundation ส่วนเฟสที่ 4 ในไตรมาสที่ 4 เราตั้งใจที่จะไปสู่ตลาดสากล เชื่อมต่อกับ
ต่างประเทศ โดยเชื่อว่าพลังของทุกคนที่มาร่วมกันพัฒนาในครั้งนี้ จะเป็นหัวใจในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันที่มั่นคง นำพาเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่โลกดิจิทัลใบใหม่ไปด้วยกัน” ณัฐเศรษฐ์กล่าว

เป็นก้าวใหม่ของธรรมศาสตร์ และอีกก้าวของการศึกษาไทยในโลกยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม

ทีมข่าวเฉพาะกิจ