ม็อบ(หนุน)ยูเครนกลางกรุงเทพฯ ขยับต้านศึกรัสเซีย ไม่เป็นกลาง อยู่ข้าง ‘สันติภาพ’

การชุมนุมของชาวยูเครนในไทยและผู้รักสันติ ที่ลานหน้าห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี เสาร์ที่ 5 มีนาคม

นับเป็น ‘วาระแห่งโลก’ ประจำปี 2022 อย่างแท้จริง สำหรับสงคราม ‘รัสเซีย-ยูเครน’

การเดินขบวนต่อต้านเกิดขึ้นทั่วโลก เรียกร้อง วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยุติความรุนแรง

การคว่ำบาตรด้วยมาตรการต่างๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร กระทั่ง ‘แมว’ จากรัสเซียก็ถูกแบนในการประกวดระดับนานาชาติ

วอดก้า สุรารัสเซียถูกเททิ้ง เก็บลงจากชั้นวางในร้านรวงหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา นักการทูตนับร้อย ตัวแทนจาก 40 ประเทศ ‘วอล์กเอาต์’ จากที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กำลังแถลง

สมาชิกยูเอ็น 141 ประเทศ จากทั้งหมด 181 ประเทศ รวมทั้ง ไทยแลนด์ ลงคะแนนสนับสนุนมติประณามรัสเซีย จี้ถอนกำลังทหารทั้งหมดในทันที ขณะที่กองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนทั้งทางบกและอากาศ

มีเพียงรัสเซียและอีก 5 ชาติพันธมิตร ได้แก่ เบลารุส ซีเรีย เกาหลีเหนือและ เอริเทรีย ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนอีก 35 ประเทศงดออกเสียง หนึ่งในนั้นคือ ‘จีน’

ตัดภาพมายังความเคลื่อนไหวในประเทศไทย ชาวยูเครนในไทยเดินหน้ากิจกรรมอย่างต่อเนื่องนับแต่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้คนหลายสิบรายทั้งชาวยูเครน ชาวต่างชาติอื่นๆ รวมถึงประชาชนคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับสงคราม รวมตัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย ถนนทรัพย์ เขตบางรัก

‘พระสมาน’ พร้อมภิกษุกลุ่มหนึ่ง ร่วมแสดงจุดยืนหนุนสันติภาพในการชุมนุมต้านรัสเซีย
  • บุก(หน้า)สถานทูตรัสเซีย วอนโลกหยุด‘ปูติน’

STOP WAR STOP PUTIN, We want PEACE, NO WAR และ #StopRussianAggression

คือส่วนหนึ่งของข้อความบนแผ่นป้ายของผู้ชุมนุมส่งสารถึงรัสเซีย ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูสถานทูต

เสียงตะโกนด้วยภาษาอังกฤษว่า Hands Off Ukraine, STOP PUTIN รวมถึงภาษาไทยในสำเนียงตะวันตกว่า ‘พวกเราต้องการสันติ’ ดังกึกก้อง

“ขอให้โลกช่วยกันหยุดปูติน ขอให้ครอบครัวของเราปลอดภัย”

คือถ้อยคำจากใจชาวยูเครนที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหน้าสถานทูตรัสเซีย

ผู้รักสันติและนักกิจกรรมชาวไทยที่คุ้นหน้าใน ‘ม็อบคนรุ่นใหม่’ ทยอยเข้าร่วม โดยถือป้ายข้อความทั้งภาษาไทยและอังกฤษ อาทิ Make love Not War, Stop war ปูติน คุ้มครองพลเรือน, สงครามมีแต่สูญเสีย เราขอแสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชนในการสนับสนุนรัฐเอกราชของยูเครน และเป็นกระบอกเสียงเพื่อต่อต้านมาตรการทหารโจมตีทางอากาศ

ท่ามกลางอากาศร้อนชื้นของไทย อุณหภูมิในการชุมนุมพุ่งสูงขึ้นตามลำดับ ธงชาติรัสเซีย 2 ผืน ถูกโยนลงบนพื้นทางเดินเท้าใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามสถานทูตรัสเซีย ชายชาวตะวันตกรายหนึ่งเทสีแดงลงบนธงดังกล่าว ก่อนตะโกนเป็นภาษาอังกฤษว่า

“นี่คือเลือดของชาวยูเครนบนธงชาติรัสเซีย พวกเขาฆ่าฟันผู้คนบนแผ่นดินของเรา”

แม้บรรยากาศดุเดือด แต่เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สุดท้ายก็จบลงอย่างสันติ ก่อนแยกย้ายกลับอย่างไร้เหตุรุนแรง

‘ป้าเป้า’ วรวรรณ แซ่อั๊ง และนักกิจกรรมชาวไทยหลายรายเข้าร่วมกิจกรรม
  • หลากสัญชาติร่วมขบวนเดินเท้า ‘ไม่เอาสงคราม’ พรึบสวนลุมฯ

ถัดจากการชุมนุมหน้าสถานทูตรัสเซียเพียง 2 วัน กิจกรรมสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีการนัดหมายเดินขบวนของชาวยูเครนในไทย นำโดยชายชื่อว่า โรมัน รัค (Roman Rak หรือ Roman Vasylyovych) ปักหมุดที่สวนลุมพินี ถนนวิทยุ ในช่วงเย็นของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ก่อนเดินเท้ามุ่งหน้าสวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก

“การเรียกร้องในวันนี้มีขึ้นเพราะต้องการให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกไปจากประเทศยูเครน ไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น โดยวันนี้ทหารรัสเซียฆ่าเด็กเสียชีวิตไปแล้ว 5 คน จึงต้องการแสดงพลังเรียกร้องให้ยุติสงครามโดยเร็ว” โรมัน รัค กล่าวท่ามกลางขบวนต้านสงคราม

ธงชาติยูเครนถูกเพนต์ลงบนใบหน้าของผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งไม่ได้มีเพียงชาวยูเครนและชาวไทย หากแต่ชาว ‘เบลารุส’ และชาว ‘รัสเซีย’ ในไทยก็เห็นพ้องต้องกัน จับมือร่วมขบวนคัดค้านการตัดสินใจของผู้นำประเทศตัวเอง

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวต้องหยุดลงบริเวณหน้าทางเข้าสวนเบญจกิติ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้เก็บธงชาติและป้ายสัญลักษณ์หากจะเข้าไปภายในสวน ผู้ร่วมขบวนจึงร่วมกันร้องเพลงชาติยูเครน ก่อนยุติและแยกย้ายในช่วง 5 โมงเย็น

ต่อมา เสาร์ที่ 5 มีนาคม เช็กโลเกชั่นสวนลุมพินีอีกครั้ง ตั้งหลักบริเวณลานหน้าห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ โดยชาวยูเครนในประเทศไทย และอีกหลายหลายสัญชาติระบุว่า ‘เป็นการบังเอิญเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย’ รวมกว่า 100 ราย

บรรยากาศยามเย็น นอกจากการสวมเสื้อยืดสกรีนข้อความและถือป้ายมีเนื้อหาจี้ยุติสงคราม เรียกร้องสันติภาพ แสดงเจตนารมณ์เคียงข้างยูเครนแล้ว ยังมีการนำภาพประชาชนยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากการรุกรานของรัสเซีย, ภาพบ้านเรือนที่ถูกอาวุธสงครามทำลายล้าง, ภาพเด็กทารก และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว มาวางเรียงไว้ต่อหน้าสื่อมวลทั้งไทยและต่างชาติ

ไฮไลต์มาถึง เมื่อสตรีชาวตะวันตกรายหนึ่งสวมเสื้อขาว-กางเกงสีแดง แต่งแต้มใบหน้าด้วยสีเหลือง-น้ำเงิน โดยมีรอยคราบน้ำตา สีแดงแทนความเจ็บปวด ก่อนนำโซ่ตรวนมาล่ามคอของตน บนหน้ากากอนามัยเขียนข้อความว่า

If I lose country I don’t have home to stay’ สื่อความว่า ‘ถ้าฉันสูญเสียประเทศ ฉันก็ไม่มีบ้านอยู่’

ชาวยูเครนในไทยร่วมกันขึงธงชาติยูเครนขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง เยาวชนชาวยูเครนทั้งหญิงชาย รวม 5 คน ถือป้ายที่ขีดเขียนด้วยสีน้ำเงิน-เหลืองยืนหน้าธงชาติ

หญิง 6 ราย สวมชุดกระโปรงสีขาวครีม นั่งคุกเข่ากับพื้น เปิดเสียงไซเรนสื่อถึงสงคราม ก่อนลุกขึ้นพร้อมคราบสีแดงแทนเลือดเนื้อ มือประคองเทียน ร่วมกันสวดภาวนา

หญิงสาวหลากสัญชาติสวมชุดขาวเรียกร้องยุติสงคราม

โรมัน รัค ตัวแทนชาวยูเครนในไทยรายเดิม ย้ำว่า

“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านของเราทุกวัน ขอบคุณทุกคนที่ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน เราแค่ต้องการแสดงให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้ถึงสิ่งที่เราเผชิญอยู่”

จากนั้นร่วมกันร้องเพลงชาติยูเครน

  • มอบถังผ้าป่า สันติภาพไม่มีพรมแดนศาสนา

อีกภาพน่าสนใจคือ นอกจากกลุ่มคนไทยโดยเฉพาะนักกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยที่เข้าร่วม คือ การปรากฏตัวของ ‘พระสมาน’ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เคยถูกจับกุมในข้อหา ‘แต่งกายเลียนแบบพระ’ พร้อมภิกษุ 3 รูป และสีกานุ่งขาวจำนวนหนึ่ง เดินเท้าพร้อมกระถางผ้าป่ามายังหน้าห้องสมุด

พระสมานกล่าวกับชาวยูเครนในตอนหนึ่งว่า

“ฉันเข้าใจว่าคุณทุกข์มากกับสถานการณ์ตอนนี้ ฉันหวังว่ายูเอ็นจะยุติสงครามได้ วันนี้ฉันจะขอมอบเงินเล็กน้อยนี้ให้ แต่ก่อนฉันชอบปูติน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ปูตินคือสงครามตอนนี้ สงครามมวลมนุษยชาติ

“ฉันเป็นคนไทย ขอแสดงความต้อนรับสู่ประเทศเรา และยินดีที่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของคุณในวันนี้ เป็นการเคลื่อนไหวที่สันติ ไม่ขัดต่อกฎหมายของไทย คือการเคลื่อนไหวที่ดีมาก”

สงครามคือประวัติศาสตร์ที่เศร้าโศกของมวลมนุษย์ และปูตินกำลังจะทำลายตัวเอง นี่คือความจริง

ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสร้างสันติโลก ฉันจะสนับสนุนคุณ เอาใจช่วยให้ชนะสงครามครั้งนี้ ฉันอยากสนับสนุนเท่าที่ทำได้ จะเห็นว่าตำรวจมาอยู่ที่นี่ เพราะไทยไม่ใช่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ถ้ามีประชาธิปไตย คุณจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีเสรีภาพ แต่ไทยไม่ใช่ ขอมอบเงินบริจาคจากใจ จาก 1 บาท 1 ดอลลาร์ เป็นเงินบริจาคเล็กน้อย แต่มาจากใจของเรา”

จากนั้นพระสมานเชิญชวนร่วมเดิน Stop the world จากนครราชสีมาถึงสถานทูตรัสเซีย เป็นเวลา 21 วัน โดยระบุว่าจะเริ่มในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมกิจกรรมชาวยูเครนไม่ได้ตอบตกลงว่าจะรับเงินบริจาคดังกล่าว โดยหารือว่าจะรับเงินดีหรือไม่ ก่อนมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาแจ้งว่าไม่สามารถรับเงินได้ เนื่องจากเป็นกฎของทางสวนสาธารณะซึ่งห้ามจัดงานรับเงินบริจาค

รวมตัวหน้าสถานทูตรัสเซีย
25 กุมภาพันธ์
  • สถานทูตรัสเซียเตือน (ชายไทย) เบรกสมัคร‘ทหารอาสา’ช่วยยูเครน

อีกความเคลื่อนไหวในไทยมาจาก สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ซึ่งเปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคจากประชาชนชาวไทย ในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวยูเครน ตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ในวันเดียวกัน มีอีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจกว่า นั่นคือการประกาศรับสมัครชาวต่างชาติเพื่อไปร่วมรบกับกองทัพรัสเซีย มีข้อความตามที่ปรากฏในเพจเฟซบุ๊กสถานทูตยูเครนในไทย ความว่า

‘ขอเรียกร้องให้ชาวต่างชาติช่วยยูเครนต่อสู้กับการคุกคามของรัสเซีย ขณะที่เนื้อหามีใจความสำคัญระบุว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ขอร้องให้พลเมืองโลก มิตรของยูเครน ยุโรป สามารถเดินทางมาร่วมต่อสู้เคียงข้างชาวยูเครน เพื่อต่อต้านอาชญากรรัสเซีย

จากระเบียบของการระดมพลพลเรือน กองทัพบกยูเครนมีการอนุมัติผ่านกฤษฎีกาลงนามโดยประธานาธิบดียูเครน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี 2016 ชาวต่างชาติมีสิทธิร่วมรบกับกองทัพบกยูเครนภายใต้สัญญาอาสาสมัคร ร่วมในกองกำลังรักษาดินแดนของกองทัพบกยูเครน โดยเวลานี้กำลังจัดการแยกหน่วยทหารย่อยที่มีชื่อว่า กองกำลังนานาชาติรักษาดินแดนแห่งยูเครน พร้อมทั้งระบุด้วยว่า ไม่มีอะไรที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการมีส่วนร่วมในการทำเพื่อสันติภาพ’

แม้ระบุด้วยว่า ต้องจ่ายค่าเดินทางเอง คิดเป็นเงินไทยราว 30,000 บาท ปรากฏว่ามีคนไทยเดินทางไปสมัครหลายราย รวมถึง ‘ไบรท์’ ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แห่งกลุ่ม ‘ราษฎร’ ที่ประกาศผ่านเฟซบุ๊กพร้อมช่วยยูเครนรบรัสเซีย

บรรยากาศที่เกิดขึ้นถูกเบรกโดยสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยที่แจ้งผ่านเฟซบุ๊ก ‘เตือนคนไทย’ อย่าสมัครทหารอาสาช่วยยูเครนรบ

ชาวยูเครนในประเทศไทย ต่างนั่งหมอบลงกับพื้นขณะเปิดเสียงไซเรน สะท้อนความไม่ปลอดภัยและความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญจากสงคราม

ความว่า

‘ขณะนี้สื่อต่างๆ กำลังถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และได้เรียกร้องให้เข้าร่วมกองกำลังอาสาสมัครนานาชาติ และเข้าร่วมสู้รบไปกับกองทัพยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องนั้นได้ถูกโพสต์ลงเพจของสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย

ในเรื่องนี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เตือนไว้ว่า ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทหารรับจ้างชาวต่างชาติไม่ได้จัดให้เป็นทหารและไม่มีสิทธิได้รับสถานะเชลยศึก พวกเขาจะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามมา กระทรวงกลาโหมขอเตือนว่าไม่ให้เข้าร่วมในการกระทำดังกล่าว’

นอกจากนี้ สถานทูตรัสเซียในไทยยังโพสต์ด้วยว่า ในช่วงเวลานี้ สถานทูตได้รับจดหมายจากผู้ที่ให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ในยูเครน โดยได้แสดงการให้การสนับสนุนต่อรัสเซีย จดหมายนั้นมาจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มาอยู่ที่ประเทศไทย

‘บางคนได้ประกาศความพร้อมในการลงทะเบียนเข้าร่วมกองทัพรัสเซีย อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัสเซียในปัจจุบันไม่ได้ให้การมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติที่พำนักถาวรนอกสหพันธรัฐรัสเซียเข้าร่วมทางการทหาร อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกขอบคุณทุกคนสำหรับความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนที่ส่งถึงรัสเซีย’

นี่คือส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนของ ‘ภาคประชาชน’ ในประเทศไทย ส่วนบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร โลกยังจับตา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon