คนเราเกิดมามีอยู่บ่อยครั้งที่จะเกิดอาการอย่างหนี่งที่เรียกว่า “ใจหาย”
ใจหายมากหายน้อยขึ้นอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีความสำคัญต่อเรามากแค่ไหน
ความสำคัญมากสำคัญน้อยขึ้นอยู่กับชีวิตของเรา เกี่ยวพันพึ่งพาสิ่งนั้นมากน้อย บ่อย นานแค่ไหน
ความเกี่ยวพันพึ่งพานั้นเป็นไปได้ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือเรื่องความปรารถนาอื่น รวมถึงการเกี่ยวข้องพึ่งพาในฐานะที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวของจิตใจ
การพึ่งพาเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ หลากหลายอย่าง ทั้งคน สิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ หากเหล่านั้นได้เข้ามาเกิดขึ้นในใจ และประทับอยู่ในความทรงจำแล้ว เมื่อวันหนึ่งเกิดการสูญเสียสิ่งเหล่านั้นไป อาการใจหายก็จะเกิดขึ้น
“ใจหาย” นั้นบางครั้งเกิดมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดหายไป แต่บางครั้งเกิดจากความรู้สึกของเราเองว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว
“ใจหาย” ส่วนใหญ่จะนำมาซึ่งความเศร้าเสียใจ
เรื่องเหล่านี้เป็นความปกติของจิตใจมนุษย์เรา ชีวิตที่ดำเนินไปมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เป็นธรรมชาติของคนเราที่หากมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีจะต้องการรักษาสิ่งหรือเรื่องราวนั้นได้
ยิ่งมีอยู่แล้วรู้สึกอิ่มใจ ยิ่งต้องการให้คงอยู่
ในทางกลับกัน ในสิ่งที่มีอยู่แล้วทำให้เกิดความรู้สึกว่านำความลำบากยากเย็นมาให้ชีวิต จะต้องสละออกไป สูญเสียสิ่งหรือเรื่องราวในทางนี้จะไม่รู้สึกว่าใจหาย
เมื่อพิจารณาให้ละเอียดแล้ว “ใจหาย” มีส่วนประกอบใหญ่อยู่ 2 ส่วน คือ “สิ่งหรือเรื่องราว” สอง “ความรู้สึกนึกคิดของเราเอง”
สองสิ่งที่เชื่อมกันอยู่ที่ความเกี่ยวข้องพึ่งพา
เป็นธรรมชาติของคนส่วนใหญ่ ที่มักจะมุ่งไปที่การกำหนดกะเกณฑ์สิ่งหรือเรื่องราวที่เป็น “เรื่องภายนอก” แล้วใช้ “ความรู้สึกนึกคิดในใจ” ไปกำหนด ไปกะเกณฑ์ ไปจัดการให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างนี้อย่างโน้น
พอเรื่องราวไม่เป็นอย่างที่หวังตั้งใจก็ “ใจเสีย-ใจหาย”
ว่าไปแล้วมีอีกวิธีหนึ่งที่จะจัดการกับการเกี่ยวพันพึ่งพานั้น คือการพิจารณาที่ “จิตใจ” หรือ “อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของเราเอง”
พิจารณาให้เห็นความจริง อะไรเป็นเครื่องชี้นำ กำหนดให้จิตใจของเราไป “เกี่ยวพันพึ่งพา” กับสิ่งที่หายไปแล้วเกิดใจหายตาม
หากพิจารณาจนเห็นว่าเป็นเพราะมีอะไรบางอย่างที่มาชี้นำให้จิตใจของเราติดอยู่กับความรู้สึกที่ต้องพึ่งพานั้น บางทีอาจจะเกิดการทบทวนว่า สิ่งหรือเรื่องราวที่คิดว่าต้องพึ่งพานั้น เป็นเพียงความเคยชินอย่างหนึ่ง
เป็นแค่ความเคยชินที่มีอยู่แล้วเกิดความรู้สึกอุ่นใจ หรือมีความปลอดภัย ทั้งที่พิจารณาให้ถึงที่สุดแล้ว ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นเรื่องความรู้สึกของเราเอง
การเกิดขึ้น คงอยู่ และหายไปของสิ่งนั้นกระทบต่อความรู้สึกของเราทางใดทางหนึ่ง
มีอยู่ก็อุ่นใจ หายไปก็ใจหาย
ในอีกทางหนึ่ง เพราะจิตใจของเราชื่นชอบกับความเคยชินนั้น เปิดรับสิ่งหรือเรื่องราวนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
เพียงแต่ว่า ความเคยชินกับการพึ่งพาเหล่านี้ ในวิถีชีวิตของปุถุชน เป็นความจำเป็นต้องมีอยู่
และความพยายามที่จะต้องรักษาความเกี่ยวพัน และการพึ่งพากันและกันเหล่านั้นไว้ เป็นทั้งพลังชีวิต และสร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบได้

