ม็อบคนรุ่นใหม่-แรงงานไทย ไม่เอาสงคราม หนุนใจ ‘ยูเครน’ หยุด ‘ปูติน’

สถานการณ์ความรุนแรงจากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงดำเนินไปท่ามกลางการจับตาของประชาคมโลก

ข้อมูลเมื่อ 20 มีนาคม กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เผยว่ามีชาวเมืองเสียชีวิตแล้ว 228 ราย

ในขณะที่ ‘ยูเอ็น’ เปิดตัวเลขน่าเศร้า ว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 847 รายเป็นเด็กไร้เดียงสาถึง 64 ราย

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า เหยื่อสงครามหนีออกจากยูเครนแล้วกว่า 3.3 ล้านคน อีก 6.5ล้านต้องพลัดถิ่น

ด้านยูนิเซฟ เตือนประเด็น ‘เด็กผู้ลี้ภัย’ ยูเครน เสี่ยงเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

สำหรับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย ยังคงมีการนัดหมายชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่หน้าสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ย่านบางรัก

ล่าสุด 19 มีนาคมที่ผ่านมา ชาวไทยผู้ฝักใฝ่สันติ พร้อมด้วยชาวยูเครนในประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมชุมนุม ‘สร้างสันติภาพ หยุดสงครามยูเครน’ ตลอดช่วงเย็นถึงค่ำ

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน สหภาพคนทำงาน และกลุ่มโมกหลวง เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากยูเครน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นาย พร้อมตำรวจหญิง ยืนประจำการบริเวณโดยรอบ

ตัวแทนสภาประชาชนแห่งชาติ สภาพระภิกษุสงฆ์และพุทธบริษัท 4 และสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติและนานาชาติ นุ่งห่มชุดขาว ชูแผ่นป้ายระบุข้อความ “สร้างสันติภาพโลกถาวร” U=MS

ภิกษุรูปหนึ่ง นามว่า ‘พระพิษณุ’ กล่าวว่า เรามารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อแสดงมติของชน ของโลก ที่ต้องมีสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม เราเรียกร้องสันติภาพของโลกโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของมวลมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังเรียกร้องทุกฝ่าย ทั้งรัสเซีย ยูเครน และนาโต ให้ยุติสงครามโดยปราศจากเงื่อนไข

ผู้ชุมนุมชาวยูเครนและไทย กว่า 100 คน ร่วมกันเปล่งถ้อยคำ No war กึกก้อง

สงครามไม่ใช่หนัง สูญเสียจริง

ไม่มีตัวแสดงแทน ยันความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ

สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรังสิตนักกิจกรรมที่คุ้นตาในแฟลชม็อบคนรุ่นใหม่ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ความโดยสรุปว่า

สถานการณ์ตอนนี้ฉันเห็นและรู้สึกถึงความโศกเศร้า ฉันรู้สึกถึงการไม่มีบ้านให้กลับ ในฐานะคนไทย เรามีผลกระทบอย่างมากในเรื่องราคาน้ำมันจากสงครามรัสเซีย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องโควิด-19 เรามีปัญหาอีกมาก นี่ไม่ใช่หนัง แต่คนตายจริง รวมถึงเด็กที่ไม่รู้ประสีประสา

“ไทยกับรัสเซีย ห่างไกลมาก แต่เราได้ผลกระทบจากสงคราม นั่นไม่แฟร์และแย่มาก ฉันจะยืนข้างคุณ จนกว่าสงครามจะยุติ” เมนู สุพิชฌาย์กล่าว

ด้าน พัชนี คำหนัก หรือเล็ก ตัวแทนกลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ร่วมปราศรัยว่า พวกเราทนดูสิ่งที่รัสเซียทำกับคนยูเครนไม่ได้

“พลังของประชาชนคือสิ่งเดียวที่จะต้องกดดันรัฐบาลตัวเองไม่ให้ยืนเคียงข้างมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง ต้องยืนข้างความถูกต้อง เราไม่ต้องการเห็นยูเครนเป็นหมากกระดานของรัสเซีย อยากให้ยูเครนกำหนดอนาคตตัวเอง” ตัวแทนแรงงานกล่าว

นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่ม สังคมนิยมแรงงานยังอ่านแถลงการณ์ ‘หยุดสงครามในยูเครน ต้านจักรวรรดินิยม นาโตต้องออกจากยุโรปตะวันออก พลังต้านสงครามอยู่ที่ประชาชน’ มีเนื้อหาร่วมประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซียที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างแสนสาหัสให้แก่ประชาชน พร้อมกับมีจุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งอันเลวร้าย 3 ข้อ

ดังนี้

1.รัสเซียต้องออกจากยูเครนทันที หยุดครอบงำประชาชนของประเทศอื่น

2.ต่อต้านการยกระดับการใช้กำลังทางทหารของประเทศมหาอำนาจตะวันตกและนาโต (NATO)

3.ภาคประชาชนต้องออกมายืนหยัดต้านสงครามร่วมกับประชาชนในยูเครนและประเทศอื่นๆ พร้อมทั้งต้านลัทธิจักรวรรดินิยมมหาอำนาจต่างๆ ลัทธิทหาร กดดันรัฐบาลของตัวเองให้ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ

แถลงการณ์ร่วม 30 องค์กรไทย-เทศ

เรียกร้อง 5 ข้อ หยุดปูติน Stop the war

อีกหนึ่งถ้อยแถลง คือ แถลงการณ์ร่วมจาก 30 กลุ่มองค์กร ทั้งไทยและต่างประเทศ แนวร่วมประชาชนต่อต้านสงครามยูเครน โดยเนื้อหากล่าวถึงสงครามที่เกิดจากความคิดของผู้นำ ไม่ใช่จากประชาชน ผลกระทบค่อยๆ ปรากฏ ทั้งการคว่ำบาตร การประณาม ไปจนถึงการส่งอาวุธสนับสนุน อันเกิดจากข้อพิพาทด้านดินแดน โดยมี โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท กลุ่มโมกหลวง เป็นตัวแทนอ่าน

ความว่า

‘การเจรจาอย่างสันติเท่านั้น ที่จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เพราะเมื่อสงครามสิ้นสุด ไม่ว่าใครชนะ ทุกฝ่ายย่อมได้รับความเสียหาย อนึ่งผู้นำทุกประเทศมีจุดร่วมอย่างหนึ่ง คือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งไม่ใช่ดินแดน แต่คือผู้คน

ยิ่งไปกว่านั้น สงครามจะทำลายชีวิตมนุษย์ หากจุดจบนำไปสู่ความตายมหาศาล จะเรียกจุดจบนั้นว่าชัยชนะได้เต็มปากหรือ

เราขอประกาศจุดยืนร่วมกันว่า เราจะยืนหยัดต้านสงครามทุกรูปแบบแม้ข้อพิพาทซับซ้อนเพียงใด จะแก้ไขได้ด้วยการเจรจาสันติวิธี โลกเสียหายจากสงครามมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกมาแสดงจุดยืน เรียกร้องให้

1.ปูติน ถอนทหาร ยุติสงครามทันที

2.รัฐบาลทุกประเทศ ช่วยเหลือพลเมืองของตน ที่อาศัยในยูเครนให้ได้รับความปลอดภัย

3.เรียกร้องให้พลเมือง หน่วยงานสากล ที่เห็นด้วยกับหลักสันติภาพ ให้ยืนเคียงข้างยูเครน

4.รัฐบาลและหน่วยงานสากล แสดงจุดยืนต้านสงคราม

5.รัฐบาลทุกประเทศ หยุดผลิตและส่งออกอาวุธทุกประเภท

ขอแสดงความเสียใจต่อเหยื่อสงคราม หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและปลอดภัย หาทางออกอย่างสันติ ปราศจากความรุนแรง สงครามจงยุติ เสรีภาพจงบังเกิด’

ผู้ชุมนุมร่วมเปล่งเสียง “Stop Putin Stop the war” อย่างกึกก้อง

เยาวชนไทย ไม่เอาเผด็จการโลก จี้รัฐไทยแสดงจุดยืน

กิจกรรมนี้ สมาชิก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อย่าง เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือบิ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุนนุม ร่วมด้วย โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สื่อ นักวิชาการ ผู้รู้หลายคน สร้างความชอบธรรมให้กับสงคราม ทั้งที่ควรเรียกร้องให้ยุติสงคราม สิ่งสำคัญที่โลกนี้สู้กันมา คือ
หลักการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

“ผมขอประณามความรุนแรงที่ปูตินได้สร้างไว้ให้กับโลกและชาวยูเครน สงครามที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อผลดีต่อใครเลย ความโหดร้าย ใช้กำลังข่มขู่ ทำร้ายคนที่เห็นต่างกับตัวเอง ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน เงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น นี่คือความโหดร้ายจากเผด็จการเพียง 1 คน หรือกลุ่มเดียว” เกียรติชัยกล่าว

นอกจากนี้ ‘โจเซฟ’ นักกิจกรรม เป็นตัวแทนของ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง อ่านแถลงการณ์ ‘หยุดสงครามยูเครน รัสเซียต้องถอนกำลังทหารออกจากยูเครน’ เป็นภาษาอังกฤษ มีเนื้อหาความว่า

‘นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ประเทศจักรวรรดินิยมทั้งรัสเซียและโลกตะวันตกทั้งหลาย ต่างแข่งขันกันสะสมอาวุธร้ายแรงและแผ่ขยายอิทธิพลไปยังประเทศต่างๆ จนในที่สุดประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียทำสงครามโจมตียูเครน เมื่อ 24 ก.พ.65 มาถึงขณะนี้ มีชาวยูเครนเสียชีวิตแล้ว
กว่า 3,000 คน มีผู้อพยพลี้ภัยถึง 3,000,000 คน อาคารและทรัพย์สินถูกทำลายกว่าพันแห่งแล้ว สงครามยังคงยืดเยื้อ อาจลุกลามเป็นสงครามโลกได้ จึงเป็นมหันตภัยร้ายแรง

ต่อทุกคน ทุกหนแห่ง ไม่ใช่แค่ชาวยูเครนที่ต้องล้มตายไปเท่านั้น แต่ส่งผลให้ราคาพลังงาน เช่น น้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น นำความทุกข์ยากเดือดร้อนไปทุกประเทศ สงครามยูเครนยังก่อให้เกิดรัฐเผด็จการทหารใช้ความรุนแรงยึดครองอำนาจไปในหลายประเทศด้วยกัน รัฐเผด็จการทหารทำการเพิ่มงบประมาณการทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ ตัดงบประมาณสวัสดิการสังคมก่อให้เกิดความยากจน หิวโหยและความทุกข์ยากเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง

ควรยึดถือไว้เพื่อความปลอดภัยและการอยู่รอดของมนุษย์ทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกกีดกัน ด้วยประวัติศาสตร์มนุษยชาติทุกหนแห่ง สอนให้พวกเรารู้ว่า สันติภาพคือสิ่งเดียวที่มีคุณค่า และควรยึดถือไว้เพื่อความปลอดภัยของมนุษย์ทุกคน โดยไม่แบ่งแยก

กีดกันเพศ เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ หรือดินแดน ดังนั้น ไม่ควรมีข้ออ้างใดๆทั้งสิ้นในการทำสงครามเข่นฆ่า ประชาชนและทำลายล้างมนุษยชาติ

พวกเราในนามของประชาชนคนไทยผู้รักสันติภาพชาติ รักประชาธิปไตยขอต่อต้านสงครามและความรุนแรงทุกชนิด ขอประณามการทำสงครามของรัสเซีย ขอเรียกร้องให้รัสเชียถอนกำลังทหารออกจากยูเครน ยุติการทำสงครามทำลายล้างมนุษยชาติ หยุดการสะสมอาวุธทำลายล้างทุกชนิด ชดใช้ค่าเสียหายจากการก่อสงครามยูเครน รักษาสันติภาพตามกติกาสากลของสหประชาชาติ

พวกเราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยในการแสดงบทบาทต่อต้านสงครามยูเครน มีบทบาทใน สหประชาชาติ เพื่อกดดันให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากยูเครน ด้วยมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจ-สังคมต่อรัสเซียอย่างจริงจัง ให้ความช่วยเหลือชาวยูเครนที่ต้องลี้ภัยสงคราม มีบทบาทต่อการสร้างสันติภาพในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เราขอเรียกร้องต่อนาโตและสหรัฐอเมริกาในการหยุดขยายอิทธิพลทางการทหาร-การสะสมอาวุธ และการขยายอิทธิพลคุกคามอธิปไตยประเทศอื่นๆ อันก่อให้เกิดสงครามและการเข่นฆ่าประชาชน พร้อมๆ กับ สร้างสันติภาพและความร่วมมือ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ประชากรโลกหลุดพ้นไปจากความยากจน หิวโหยและการขาดแคลนปัจจัยการดำรงชีวิตเพื่อสร้างมนุษยชาติในปี 2022’

รังเกียจสงคราม ประณามรัสเซีย ปลุกสู้ป้องอธิปไตย

สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักต่อสู้ทางการเมือง กล่าวว่า การรุกรานใช้กำลังทหารบุกเข้าไปในยูเครน คือสิ่งที่รับไม่ได้ เพราะนั่นคือการจุดชนวนสงครามทำลายล้างชีวิต ชาวยูเครนตายถึง 3,000 คน อพยพ ลี้ภัยอีกกว่า 3 ล้านคน นี่คือโศกนาฏกรรมที่ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากสงคราม จากน้ำมือมนุษย์

“เราเห็นชัดเจนแล้วว่า นี่คือการทำสงครามทำลายล้าง ไม่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป เรามีสงครามโลกแต่ละครั้ง ก็ฉุดให้คนหิวโหย ผู้ที่ได้ประโยชน์คือมหาอำนาจ สามารถกดขี่ ขูดรีด ปล้นสดมภ์ ขยายเศรษฐกิจ ตั้งแต่ยุคจักรวรรดิรัสเซีย มาจนล่มสลาย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเอกราช อธิปไตยในดินแดน
จึงไม่มีเหตุผลใดที่รัสเซียจะทำสงคราม” นายสมยศกล่าว พร้อมประกาศจุดยืน ดังนี้

“กราบเรียนทุกท่านที่รักสันติภาพ ที่เราต้องมาชุมนุมวันนี้เพราะเรารักสันติ รังเกียจสงคราม ยืนอยู่ข้างชาวยูเครน ที่จะกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง นั่นคือจุดยืนประการแรก

ประการที่ 2 หลังมีสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเกิดสหประชาชาติ แต่ตอนนี้อ่อนแอ ขอเรียกร้องให้สหประชาชาติมีส่วนร่วมในการเจรจาสงคราม และรัสเซียจะต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยูเครน

3.ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทย แสดงบทบาทต่อต้านสงครามการรุกรานของรัสเซีย ไม่ใช่ยืนเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากสงคราม คนไทยจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาแสดงบทบาทให้สงครามยุติโดยเร็ว ด้วยการถอนกำลังทหาร

4.เราขอเรียกร้องต่อประชาชนคนไทย ที่จะยืนเคียงข้างชาวยูเครน ต่อสู้เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของตนเอง

การทำสงครามของรัสเซีย คือข้ออ้าง บัดนี้เราเห็นว่า จะต้องผนึกกำลังกันเรียกร้องสันติภาพ” สมยศปักธงเรียกร้องสันติภาพ

1 เสียงมีค่า ขอบคุณคนไทยเคียงข้าง ‘ยูเครน’

จากนักเคลื่อนไหวชาวไทย มาฟังเสียงชาวยูเครนในประเทศไทยซึ่งกล่าวอย่างปวดร้าวว่า มันเป็นเวลานานถึง 24 วัน แล้ว ที่กองทัพรัสเซียบุกบ้านของเรา ฆ่าเด็ก จับผู้หญิงของเรามาทารุณกรรม ตอนนี้จังหวัดที่วิกฤตที่สุด มีคนมากกว่า 3,000 คนล้มตาย ถูกตัดไฟ น้ำ ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

“ทุกวันนี้ ชาวยูเครนตื่นขึ้นมา ต้องพยายามติดต่อญาติว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ การรุกรานส่วนมากเกิดจากการทิ้งบอมบ์ทางอากาศ โดยเฉพาะศูนย์กลางและฝั่งตะวันตกของยูเครน นี่คือสาเหตุที่เราเรียกร้องการแบนประเทศรัสเซียทุกรูปแบบ เพื่อให้ทหารรัสเซียถอยโล่กลับไปประเทศตัวเอง ให้ประชาคมโลกร่วมเรียกร้อง เพราะปัจจุบันมีการทิ้งระเบิดไปถึงโรงพยาบาล บ้านเรือนคนธรรมดา” เอเรนากล่าว

นอกจากนี้ ไม่ลืมขอบคุณคนไทยที่ออกมาแสดงจุดยืนเคียงข้าง

“ขอบคุณที่มาให้กำลังใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความสนับสนุน เราปีติกับคนไทยที่มายืนข้างชาวยูเครนในวันนี้ ขอบคุณมากๆ”

จากนั้น ผู้ร่วมชุมนุมหญิงชาวยูเครนอีกราย กล่าวปราศรัยความว่าต้องการให้กองทัพรัสเซียออกไปจากยูเครน ก่อน 24 กุมภาพันธ์ที่มีการทำสงคราม เรามีภูมิประเทศที่สวยงาม อยากเชิญให้ไปเยี่ยมเยียน ถ้าไม่มีสงครามนี้เกิดขึ้น เรามีชื่อเสียงในเรื่องการต้อนรับขับสู้ ถ้าพวกท่านมาเยือนบ้านชาวยูเครนจะไม่กลับด้วยมือเปล่า นี่คือนิสัยของชาวยูเครน เรามีถนนหนทางที่สวยงาม มหา’ลัยที่โด่งดัง พวกคุณสามารถมาเยี่ยมเยียนได้ แต่ ณ ตอนนี้ เป็นที่น่าเสียดาย ที่สิ่งเหล่านี้ถูกกองทัพรัสเซียทำให้เสียหายเป็นจุล พวกเรายืนยันว่า ต่อให้เป็นท่านแต่เพียง 1 คน ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เรายืนยันว่า 1 เสียงมีค่า

ในช่วงค่ำ มีการจุดเทียนเรียงเป็นข้อความ No war และสัญลักษณ์ แห่งสันติภาพ Peace โดยมีภาพนกพิราบขาวอยู่ตรงกลาง ท่ามกลางผู้ชุมนุมที่ร่วมวางดอกไม้ และจุดเทียนแสดงความอาลัย ระหว่างนี้มีการบรรเลงเพลง ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ ก่อนร่วมตะโกน Stop the war

ยืนยันว่าสันติภาพ คือ สิ่งสากลที่ทุกผู้คนในโลกสมควรได้รับ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon