บก.ฟอรั่ม มติชน วันที่ 24 เมษายน 2565

24.04.22 | 11:11 น.
บก.ฟอรั่ม มติชน วันที่ 24 เมษายน 2565

บก.ฟอรั่ม มติชน วันที่ 24 เมษายน 2565

ห่วงจะมีโกง

เรื่อง การทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ
เรียน ประธานและคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จำกัด ผ่านมติชน

จากข่าวการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด ที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์โกงเงินสมาชิก มีผู้จัดการสหกรณ์และหัวหน้าฝ่ายการเงินได้ร่วมมือกันแอบถอนเงินฝากของสมาชิก ไปใช้ส่วนตัว มูลค่าความเสียหายมากกว่า 491 ล้านบาท ตามข่าวแจ้งแล้วนั้น

ในการนี้ ผมเป็นห่วงสหกรณ์ออมทรัพย์ครู…….. จำกัด ของเรา เพราะเมื่อหลายปีก่อนเราเคยมีประวัติการทุจริต คือเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์ได้นำเงินที่สมาชิกชำระเป็นค่าฌาปนกิจของสมาคมฌาปนกิจ สสอค. และสมาคมฌาปนกิจ สส.ชสอ. มาใช้ส่วนตัว ไม่ส่งต่อให้สำนักงานใหญ่ สสอค. และ สส.ชสอ. มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก จับได้ไล่ทันดำเนินคดี ศาลสั่งจำคุกเจ้าหน้าที่ท่านนี้ เหตุเกิดเมื่อหลายปีก่อน

Advertisement

จึงขอให้ท่านประธานและคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู….. จำกัด ได้เข้มงวดในการบริหารจัดการ กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ อย่าให้มีการทุจริตเป็นอันขาด คนทำงานการเงินต้องตรวจสอบเงินเข้า-เงินออกทุกวันนะครับ จะปล่อยปละละเลยไม่ได้ ต้องล้อมคอกก่อนที่วัวจะหายเป็นครั้งที่สอง

ผมในฐานะสมาชิกสหกรณ์คนหนึ่ง จึงเรียนตั้งข้อสังเกตผ่านมติชนมาด้วยความเป็นห่วง ท้ายที่สุดนี้ผมขออวยพรให้ท่านประธานและคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู…….จำกัด จงประสบแต่ความสุขความเจริญ สุขกาย สบายใจ มีพลังกาย พลังใจพร้อมที่จะบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ของมวลสมาชิกสหกรณ์ ตลอดไป
ขอแสดงความนับถือ
สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู……. จำกัด

โควิด‘ขาลง’

เรียน บก.ฟอรั่ม

คนรอบข้างป่วยโควิดกันเป็นแถวๆ เพิ่งคุยกันไปหลัดๆ กลับไป ส่งข่าวมาว่าป่วยเสียแล้ว
ที่อายุน้อยๆ ไม่เท่าไหร่ กินยาแก้ไข้ กินฟ้าทะลายโจร ไม่กี่วันก็หาย แต่คนอายุมากล้มตายกันมาก ได้ข่าวว่ารัฐบาลจะเน้นฉีดวัคซีนให้กลุ่ม 60+ ขอสนับสนุนเต็มที่

ข่าวโอมิครอนระบาดทั่วประเทศ ทำให้ตอนนี้ทุกคนตั้งการ์ดรัดกุมมาก การพบปะสังสรรค์ลดไปเลย ประกอบกับเงินทองเริ่มจะหายากขึ้นมาอีก เลยต้องปลีกวิเวกกันไปโดยปริยาย

เห็นหมอเตือนว่าหลังสงกรานต์ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา แล้วกลับเข้ากรุงเทพฯ เชื้อจะแพร่กระจาย เกิดการติดเชื้ออย่างหนัก เลวร้ายสุดจะถึงวันละแสนราย ตายอาจถึง 250 หรือกลางๆ ลงมา อาจจะติดวันละ 5 หมื่นราย ฯลฯ ฟังแล้วกลุ้มเหมือนกัน เศรษฐกิจประเทศแบบนี้ ถ้าเจออีกระลอก สงสัยกิจการต่างๆ ที่หายใจรวยรินมาตลอด อาจจะถึงขั้นหยุดหายใจ

ขอให้รัฐบาลดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดอีกรอบ โดยเฉพาะหยูกยาต่างๆ อย่าให้ขาด โดยเฉพาะวัคซีนดีๆ ยาดีๆ ที่เมืองนอกเขาวิจัยผลิตออกมา สื่อลงข่าว ประชาชนอยากใช้ แต่บอกตรงๆ ว่าไม่เคยได้เห็น เห็นมีแต่ฟ้าทะลายโจร ยาแก้ไอมะขามป้อม ฯลฯ ช่วยเหลือตัวเองไปตามมีตามเกิด

ประชาชนก็เข้าใจดีว่า รัฐบาลกระเป๋าแห้ง ตอนนี้กินหอมกินกระชาย เก็บผักข้างรั้วมากินเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย รอดก็รอด ไม่รอดก็ตัวใครตัวมัน และในฐานะรัฐบาลที่อาสาขอมาเป็น ต้องแก้ปัญหาหลักให้ได้ คือเรื่องเศรษฐกิจ ถ้ามัวยึกๆ ยักๆ เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวไม่เปิด กล้าๆ กลัวๆ ประชาชนอยู่ไม่ได้ขึ้นมา รัฐบาลก็จะลำบาก

นับถือ
โอสถข้างรั้ว

ตอบคุณโอสถฯ

ยาแผนไทยยาแผนจีนช่วยได้มากครับ ได้ข่าวว่ารักษาหายมาหลายคนแล้ว ส่วนพืชผักสมุนไพรข้างรั้ว มีสรรพคุณทางยา และประหยัดดี เหมาะกับยุคสมัยที่เศรษฐกิจประดักประเดิดแบบนี้ครับ

โชคดีของประเทศไทย สงกรานต์ผ่านมาหลายวัน ตัวเลขติดเชื้อยังทรงๆ ไม่กระฉูดอย่างที่คาดการณ์ ล่าสุดรัฐบาลสั่งผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ชุดใหญ่ หมอใหญ่ที่เป็นกุนซือรัฐบาลบอกว่า ที่คาดว่ายอดผู้ป่วยจะพุ่งลิ่วหลังสงกรานต์ แต่ประชาชนให้ความร่วมมือดีมาก ตัวเลขจึงต่ำจากที่คาดการณ์ไว้

แต่เพื่อความไม่ประมาท ควรรอดูอีกสักพัก คือ สิ้นเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม หรือ 14 วันหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่พ้นระยะฟักตัว

ข้อมูลจากข่าว ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจ RT-PCR อยู่ที่ 2.1 หมื่นราย หากรวมกับการตรวจเชื้อแบบ ATK จะอยู่ที่ 4-5 หมื่นราย ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้หลายเท่า เอาเข้าจริงไม่ขึ้น มีคนไข้อยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 1.9 แสนราย แสดงว่าอาการของคนไข้ไม่ได้หนัก คนไข้ที่ต้องใช้เตียงผู้ป่วยระดับสีเหลืองและระดับสีแดง ใช้ไปเพียง 25% ของเตียงทั้งหมด ถือว่าน้อย

สรุปว่า คนไข้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ได้มากขึ้น และลดลงด้วย ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์หลังจากสงกรานต์ แนวโน้มอยู่ในช่วงขาลง ดีกว่าที่ทางกระทรวงสาธารณสุขและ ศบค. คาดการณ์ไว้

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิต ที่ยังมีตัวเลขประมาณ 120 ราย หากเทียบกับจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าโรงพยาบาล อยู่ที่ 0.29% หากนับผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมดอยู่ที่ 0.67% เมื่อเทียบกับทั่วโลกไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศ

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ได้เวลาฟื้นฟูเศรษฐกิจกันอย่างจริงๆ จังๆ เศรษฐกิจไทยฟื้นช้ากว่าประเทศอื่น จะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว จะเสียโอกาสแน่นอน ทุกอย่างต้องผ่อนคลาย โดยเฉพาะการเปิดประเทศ เพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว

หน่วยงานต่างๆ ของทางราชการ ที่อ้างกลัวโควิด กลัวแก๊งมิจฉาชีพ ตั้งเงื่อนไขสกัดนักท่องเที่ยว จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ ทำตัวเป็นกลไกของการฟื้นฟู ไม่ใช่เป็นกลไกสกัดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ