เทศกาลเหยี่ยวอพยพเข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลแล้ว ทัพใหญ่ของเหยี่ยวผึ้ง และเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนผ่านไปแล้ว
จำนวนนับของเหยี่ยวผึ้งเกิน 1 หมื่นตัว นับจากกลางเดือนตุลาคม จำนวนงวดน้อยลงเรื่อยๆ (ติดตามผลการนับเหยี่ยวอพยพเขาเรดาร์ที่ www.facebook.com/ThaiRaptorGroup.TRG) แต่นักล่าหน้าใหม่ อาทิ “เหยี่ยวหน้าเทา” หนึ่งใน Big Six เหยี่ยวอพยพ 6 ชนิดหลักของไทย กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ตุลาคม เดินทางผ่านเขาเรดาร์ 1,733 ตัว
นักล่าหน้าเทาชนิดนี้จะยกทัพใหญ่กันมาสูงสุดในสัปดาห์ที่ 3 ของตุลาคม ก่อนที่ทัพหลวงของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำจะมาถึง ซึ่งก็มีรายงานฝูงขนาดเล็ก 40-100 ตัวผ่านเขาเรดาร์ในแต่ละวันบ้างแล้ว นอกจากนั้น เหยี่ยวเทพ ชนิดพันธุ์หายากของภาคใต้ แต่พบง่ายๆ ถ้าไปเฝ้ารอ ณ จุดชมเหยี่ยวอพยพ เช่น “เหยี่ยวกิ้งก่าสีน้ำตาล นกอินทรีเล็ก เหยี่ยวทุ่งหญ้าสเต็ป เหยี่ยวหิมาลัย เหยี่ยวออสเปร เหยี่ยวเพเรกริน เหยี่ยวนิ้วสั้น” ล้วนแสดงตัว รับการขานชื่อว่าเดินทางถึงประตูสู่ภาคใต้กันไปแล้ว
ดังนั้น “สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ตั้งแต่วันปิยมหาราชเป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงเด่นเวลาดี สำหรับการชมเหยี่ยวอพยพทั้งในแง่ชนิดหายากหรือนกเทพ” และจำนวนอันมหาศาลอย่างมืดฟ้ามัวดินของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำที่วันหนึ่งๆ จำนวนนับอาจทะลุไปถึงหลายหมื่นตัว และ “เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็น สายธารเหยี่ยวอพยพ ปรากฏการณ์ธรรมชาติของเหยี่ยวบนฟากฟ้าที่หาดูได้ยาก” แต่พบเห็นง่ายๆ ในฤดูกาลอพยพต้นหนาวช่วงนี้
ดูเหมือนว่าปีนี้จะหนาวเร็ว หนาวนาน และหนาวแรง ยิ่งลมหนาวพัดพาอากาศเย็นยะเยือกจากประเทศจีนมามากเท่าไหร่ เหยี่ยวอพยพจำนวนมากจะยิ่งต้องเร่งรีบเดินทางหนีความหนาวเย็นและภาวะขัดสนอาหาร เดินทางลงใต้ไปบ้านในฤดูหนาวที่ยังอุดมด้วยอาหารในป่าดิบชื้นของหมู่เกาะในเขตศูนย์สูตรของประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ยามยืนอยู่บนลานนับเหยี่ยว จะรู้สึกว่าเหยี่ยวอพยพเร่งรีบเดินทางในเวลากลางวันให้ได้ระยะทางมากที่สุด ยิ่งถ้ามีพายุฝน อุปสรรคสำคัญของนักล่ามีปีก จะยิ่งนับถือในความหาญกล้า อุตสาหะของเหยี่ยวอพยพที่แม้จะมีขวากหนามธรรมชาติขวางกั้นก็หาได้ย่อหย่อนอ่อนใจ ลดละภารกิจชีวิตประจำปีที่ต้องเดินทางไกลไม่
ปัจจัยเอื้อสำคัญของบ้านเราที่เกื้อหนุนนักล่าเหล่านี้ คือ พื้นที่สีเขียว และถิ่นอาศัยอันหลากหลาย อาทิ ป่าดิบ ป่าชายเลน ทุ่งนา มีสัตว์เหยื่อมากมายให้นักล่ากินระหว่างทาง เติมเต็มพลังงาน ให้มีแรงเดินทางต่อ
ถ้าเราช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ปลอดภัยและคงสภาพป่าเขาลำเนาไพรไว้เอื้อทั้งสัตว์ป่าและมนุษย์ อีกทั้งช่วยกันบอกต่อ ให้ลด ละ เลิก การล่าสัตว์ป่ามาขาย เลี้ยงหรือแม้แต่กินเป็นอาหาร ธรรมชาติรอบตัวเราก็จะไม่เงียบเหงา ยังคงมีชีวิตชีวาด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของปรากฏการณ์อพยพของนก เพราะบนโลกใบนี้ หาได้มีแต่มนุษย์เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่วิวัฒนาการของธรรมชาติสร้างสรรค์มานานนับสหัสวรรษ จริงไหมครับ.

