ปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันติดปากว่า ฝุ่น PM 2.5 สร้างปัญหาสุขภาพกับผู้คนเป็นอย่างมาก ต้นตอหลักมาจากการเผาช่วงการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร อย่างการเผาไร่อ้อย การเผาตอซัง และฟางข้าว เนื่องจากเกษตรกรไม่มีเครื่องมือเครื่องจักรกำจัดซากพืชที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว โดยพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รางจรเข้ ตำบลรางจรเข้ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตก็ประสบปัญหาจากการเผาตอซังข้าวจำนวนมากในพื้นที่
อบต.รางจรเข้ มีประชากรประมาณ 2,832 คน 60% อยู่ในวัยแรงงาน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรโดยปลูกข้าว ปีละ 2-3 รอบ บนพื้นที่ 5,945 ไร่ หรือประมาณ 43% ของพื้นที่ จากพื้นที่ทำนาทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดตอซังข้าวหลังจากการเก็บเกี่ยวในแต่ละรอบการเพาะปลูกประมาณ 2.2 ล้านกิโลกรัม โดยหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะมีการเผาตอซังข้าวเป็นจำนวนมากในพื้นที่ ก่อให้เกิด ผงฝุ่นเขม่าดำ หรือ Black carbon จากการเผาตอซังฟางข้าวในพื้นที่โล่ง ซึ่งประกอบด้วยฝุ่น PM 2.5 ถึง 80% สร้างผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สยามคูโบต้า บริษัทผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตรชื่อดัง โครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” เพื่อช่วยเกษตรกรที่เผชิญปัญหา ด้วยการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อใช้พัฒนากลุ่ม สามารถสร้างรายได้ พึ่งพาตนเองได้ พร้อมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม โดยตั้งเป้าหมายมีชุมชนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรใน 72 จังหวัดทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน 10%
สยามคูโบต้า ส่งมอบเครื่องจักรฯ ให้กลุ่มสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้เครื่องจักรร่วมกัน (Machinery Pool) เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เกิดการสร้างรายได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยประเมินจากคุณสมบัติพื้นฐานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนของกลุ่มฯ เครื่องจักรกลการเกษตรที่สนับสนุน ประกอบด้วย แทรกเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง รถเกี่ยวนวดข้าว รถขุดขนาดเล็ก รถดำนา โรงเรือนเกษตร โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังจัดอบรมการบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อการบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ยังมีบริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน การดูแลเครื่องจักรอย่างใกล้ชิด โดยทีมช่างบริการผู้เชี่ยวชาญด้วยมาตรฐานเดียวกันของสยามคูโบต้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพราะการดูแลเครื่องจักรอย่างเหมาะสม จะช่วยยืดอายุเครื่องจักรให้กลุ่มสามารถนำไปสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว รวมทั้งให้คำปรึกษาโซลูชั่นการทำเกษตร อาทิ การทำเกษตรปลอดการเผา การทำเกษตรปลอดนาหว่าน การขุดบ่อเพื่อการเกษตร เป็นต้น

พงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเครื่องจักรกลทางการเกษตรจากสยามคูโบต้า จึงได้มีการวางแผนและจัดสรรการใช้งาน โดยจัดทำประชามติร่วมกับวิสาหกิจชุมชน และสมาชิกเกษตรกรทั้ง 7 หมู่บ้าน ที่อยู่ในการดูแลของ อบต. เพื่อให้เกษตรกรลงทะเบียน และแจ้งวันเก็บเกี่ยว ทาง อบต. จะจัดลำดับคิวนำเครื่องอัดฟางลงไปทำงานโดยเร็วที่สุด โดยจะจ้างงานแรงงานในชุมชน ทั้งการขับแทรกเตอร์อัดฟางข้าว และขับรถขนส่งฟางก้อนไปส่งยังโรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ ในเครือเอสซีจีในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน รวมทั้งเจ้าของนาก็จะมีรายได้เพิ่มจากการขายฟางข้าว
จากความสำเร็จที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรตำบลรางจรเข้สามารถอัดฟางก้อนได้วันละ 40 ไร่ ได้ปริมาณฟางอัดก้อน 25-30 ตัน ฟางก้อนเหล่านี้จะถูกนำไปจำหน่ายได้ในราคาตันละ 800 บาท และจะนำเงินมาจัดสรรให้กับเกษตรกรในกลุ่ม เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ตลอดจนช่วยงานการกุศลในพื้นที่ ที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรตำบลรางจรเข้ได้ใช้แทรกเตอร์และเครื่องอัดฟางที่ได้รับมาทั้งในตำบลและพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งสามารถช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และยังสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
นอกจากนี้ ทาง อบต.ยังมีโรงสีข้าวชุมชนกำลังการผลิต 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำการของ อบต. เพื่อดึงดูดให้ชาวนาที่ใช้เครื่องอัดฟางแทนการเผา นำข้าวเปลือกมาสีได้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย ต่อมายังสามารถขายข้าวสารให้กับทาง อบต. เพื่อออกเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปได้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรชีวภาพ โดยจะมีการประกันราคาข้าวในราคาตันละ 8,000 บาท
“ใครไม่เผามาสีข้าวรับประทานฟรี สีข้าวเป็นโอท็อปขายฟรี ไม่คิดค่าหัวคิว” นายก อบต.รางจรเข้กล่าว
พิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเจตนารมณ์ของสยามคูโบต้า คือ การขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดทำ โครงการคูโบต้า
ร่วมมือ เกษตรร่วมใจ ภายใต้แนวทางโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของภาครัฐ โดยการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อให้มีรายได้เพิ่ม สามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น
สำหรับกระบวนการทำงานนั้น สยามคูโบต้าจะเป็นผู้ส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ แทรกเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง รถเกี่ยวนวดข้าว รถขุดขนาดเล็ก รถดำนา โรงเรือนเกษตร โดรนเพื่อการเกษตร รวมถึงจัดอบรมการใช้งาน การบำรุงรักษา การบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อการบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งให้คำปรึกษาโซลูชั่นการทำเกษตรของสยามคูโบต้า อาทิ การทำเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) การทำเกษตรปลอดนาหว่าน (Zero Broadcast) การขุดบ่อเพื่อการเกษตร ตลอดจนให้บริการคำแนะนำการดูแลรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของสยามคูโบต้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ส่วนหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการ สยามคูโบต้าจะเลือกจากความเข้มแข็งในการรวมกลุ่ม ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่สยามคูโบต้าสามารถเข้าไปต่อยอดได้ รวมถึงมีผลผลิตของกลุ่มที่ชัดเจน เหมือนกับ อบต.รางจรเข้ ที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว มีศักยภาพในการเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความพร้อมในการทำเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) และการทำฟางอัดก้อน เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานปูนซีเมนต์และโรงงานผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในเครือเอสซีจี สำหรับแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน ทางสยามคูโบต้าจึงได้สนับสนุน แทรกเตอร์ รุ่น L5018 ติดตั้งอุปกรณ์ KIS จำนวน 2 คัน เครื่องอัดฟาง HB 135 จำนวน 2 เครื่อง และชุดบุ้งกี๋ LA588-1 จำนวน 2 เครื่อง รวมทั้งให้คำปรึกษาด้านโซลูชั่นเกษตรปลอดการเผา พร้อมบริการจากทีมช่างที่มีมาตรฐาน ซึ่งช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนช่วยลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาในพื้นที่ภาคการเกษตร สอดคล้องกับเป้าหมายภาครัฐในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตรให้เป็นศูนย์
โครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ ในเฟส 1 ได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงกุมภาพันธ์ 2565 โดยสยามคูโบต้า
ได้ส่งมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตรไปแล้วทั้งสิ้น มูลค่ารวมกว่า 98 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยแทรกเตอร์ 95 คัน อุปกรณ์ต่อพ่วง 446 ชุด รถเกี่ยวนวดข้าว 12 คัน รถดำนา 19 คัน และรถขุดขนาดเล็ก 4 คัน ให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนจำนวน 123 กลุ่ม มีเกษตรกรจำนวน 10,900 ราย ใน 48 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางการเกษตรกว่า 103,163 ไร่ที่หลากหลาย อาทิ ข้าวอินทรีย์ ฟางข้าว อ้อย มันสำปะหลัง กาแฟ เป็นต้น โดยในเฟสแรกของโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้น 10% จากการทำเกษตรที่สะดวกและสบายขึ้นผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรและการบริหารจัดการที่ดีผสานองค์ความรู้โซลูชั่นต่างๆ ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
สยามคูโบต้ายังคงดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จึงได้สานต่อโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ เฟส 2 โดยหลังเดือนเมษายน จนถึงธันวาคม 2565 จะส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเพิ่มอีก 100 กลุ่ม เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมประกวดคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ อวอร์ด ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความคืบหน้าในการบริหารจัดการของกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับเครื่องจักรกลการเกษตรไปแล้วในเฟสแรก

บุญทิพา สุภีพุฒ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ อบต.รางจรเข้ จำนวน 45 ไร่ เปิดเผยว่า เมื่อมีการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ จะมายื่นคำร้องที่ อบต. โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 วัน ทาง อบต. จะนำเครื่องอัดฟางมาอัดฟางให้ในที่นา ซึ่งไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย โดยก่อนที่เครื่องจักรของโครงการคูโบต้าจะมาช่วยอัดฟางข้าว ได้มีเอกชนเจ้าอื่นมาอัดฟางให้ก่อนหน้านี้ด้วย เพราะเขาต้องการซื้อฟาง แต่เดิมทีนาของตนก็มีการเผาซอตังข้าว แต่พอมีรถอัดฟางซื้อฟาง ก็จะไม่ได้เผาซอตังข้าว เพราะการเผาสร้างมลพิษทางอากาศ สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก
“ตอนนี้ก็หันมาขายฟางข้าวให้กับทาง อบต.แทน เพราะทาง อบต.มีเครื่องอัดฟางจากทางคูโบต้ามาให้ เพียงแค่ยื่นคำร้อง ลงลำดับที่ไว้ ทาง อบต.ก็จะมาทำให้” บุญทิพากล่าว
นับเป็นโครงการดีๆ ที่คูโบต้ามีให้ต่อท้องถิ่นอันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของประเทศต่อไป
ศศวัชร์ คมนียวนิช

