สุจิตต์ วงษ์เทศ : “มิวเซียมกรุงเทพฯ” ไม่มีที่กรุงเทพฯ

12.05.22 | 12:12 น.
“มิวเซียมกรุงเทพฯ” ไม่มีที่กรุงเทพฯ

มิวเซียมกรุงเทพฯ”

ไม่มีที่กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ สร้างด้วยสมองและแรงงานของคนหลากหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” แต่ไม่เกี่ยวกับเทวดาองค์ใดทั้งนั้น

มิวเซียมกรุงเทพฯ” ถ้าจัดแสดงตามหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์สังคมได้ระดับอย่างสากลจะสร้างทั้งคุณค่าและมูลค่า

คุณค่า เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ เพื่อ “รู้เขา รู้เรา รู้โลก” แล้วเกิดพลังสร้างสรรค์มหาศาล

Advertisement

มูลค่า กระตุ้นให้คนทั่วไปนิยมเที่ยวกรุงเทพฯ เกิดรายได้กระจายกว้างขวางหลายระดับ

มิวเซียมกรุงเทพฯ” ตามความหมายสากล ไม่มีที่กรุงเทพฯ ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (อยู่วังหน้า) จัดแสดงประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างเดียวโดยไม่มีวิถีชาวบ้าน จึงไม่นับเป็น “มิวเซียมกรุงทพฯ”

ความแตกต่างหลากหลายกระตุ้นพลังสร้างสรรค์ให้บ้านเมืองเติบโตแข็งแรงทางเศรษฐกิจสังคม

กรุงเทพฯ มีชุมชนสารพัดชาติพันธุ์จำนวนนับไม่ถ้วน โดยตั้งบ้านเรือนรวมกันอยู่เป็นชุมชนของตนเอง หรือรวมกลุ่มชาติพันธุ์ของใครของมัน มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ราว 500 ปีมาแล้ว แต่ความเป็นไทย (แบบอนุรักษนิยมที่ต่อต้านประชาธิปไตย) พากัน “ด้อยค่า” กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านั้น ทั้งๆ ไทยเองมีบรรพชนเป็นคนชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งเท่ากับดูถูกโคตรเหง้าของตนเอง

เมืองและสังคมที่ปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของผู้คน และเต็มไปด้วยเสรีภาพทางเศรษฐกิจ จะก่อร่างสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างในการรับความคิดใหม่ๆ ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นมูลฐานสำคัญของการผลิตคนและบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์

ยิ่งไปกว่านั้น คุณลักษณะของเมืองเช่นนี้จะดึงดูดนักสร้างสรรค์จากที่อื่น โดยเฉพาะนักสร้างสรรค์จากเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมการเซ็นเซอร์ที่ไร้เสรีภาพ ให้ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เมืองนั้นๆ กลายเป็นศูนย์รวมและศูนย์กลางของศิลปินและนักสร้างสรรค์ชั้นนำในเวลาต่อมา”

(หากสนใจประเด็นนี้ ดูเพิ่มในบทความ Creativity and Freedom เขียนโดย Michel Serafinelli และ Guido Tabellini https://voxeu.org/article/creativity-and-freedom อ้างในคอลัมน์พื้นที่ระหว่างบรรทัด โดย ชาตรี ประกิตนนทการ ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 2177 ประจำวันที่ 6-12 พฤษภาคม 2565 หน้า 32)


คนกรุงเทพฯ “ร้อยพ่อพันแม่” (ซ้าย) ลอยเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา (ภาพเก่า) (ขวา) เดินทางด้วยพาหนะต่างๆ (ภาพเก่า)

บาทหลวงปัลเลอกัวซ์คาดคะเนประชากรสยาม (ทั้งประเทศ) สมัย ร.4 มีราว 6 ล้านคน ส่วนกรุงเทพฯ น่าจะมีประชากรมากกว่า 400,000 (สี่แสน) คน แล้วจำแนกชาติพันธุ์ ดังนี้

จีน                     200,000

สยาม                  120,000

ลาว                    25,000

มอญ                  15,000

มลายู                   15,000

โคชินจีน               12,000

กัมพูชา                      10,000

เข้ารีดชาติต่างๆ       4,000

พม่า                      3,000

รวม                   404,000 คน