แท็งก์ความคิด : หนังสือสู่ท้องถิ่น

15.05.22 | 09:13 น.
แท็งก์ความคิด : หนังสือสู่ท้องถิ่น มติชน และ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์

มติชน และ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ เพิ่งมอบหนังสือชุดใหญ่อีก 45 ชุด ให้จังหวัดฉะเชิงเทราไป

วันที่มอบ ฝ่ายมติชนและมูลนิธิ มี น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำทีมไปมอบ

ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มี นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ของจังหวัด เป็นผู้รับมอบ

เป้าหมายของการมอบหนังสือครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแม่น้ำลำคลอง” ที่มติชนกับมูลนิธิ ดร.โกวิท และมูลนิธิบรรจง ตั้งเอาไว้

นั่นคือ ส่งเสริมการอ่าน โดยในปีนี้มติชนชูแนวคิด “ส่งมอบความรู้สู่สังคมไทย”

Advertisement

สังคมไทยที่กว้างขวาง แม้จะมีกระแสการอ่านสื่อออนไลน์มาก แต่หลายชุมชนท้องที่ยังไม่มีหนังสืออ่าน
ยิ่งเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาลงลึกเฉพาะด้าน ซึ่งไม่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ต ยิ่งไม่มีโอกาสได้อ่าน

ทั้งๆ ที่การอ่านหนังสือยังมีความจำเป็น

นี่ยังไม่รวมถึงอรรถรสในการอ่านหนังสือซึ่งแตกต่างจากการอ่านเนื้อหาผ่านออนไลน์
เรื่องนี้คนอ่านหนังสือรู้ดี

เรื่องนี้ นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สะท้อนภาพให้เห็น

ทุกครั้งที่ได้พบปะนายไชย จะได้ความรู้พกกลับบ้าน

วันก่อน ไทยประกันชีวิตจัดโครงการวาระพิเศษ “80 ปีไทยประกันชีวิต ส่งมอบความรู้ สู่เยาวชน 80 โรงเรียน”

มอบหนังสือ พ็อคเก็ตบุ๊ก 80 ชุด และสมาชิกนิตยสารในเครือมติชน 3 ฉบับ ระยะเวลา 1 ปี ให้แก่ห้องสมุด 80 โรงเรียนทั่วประเทศ

ระหว่างพิธีส่งมอบหนังสือ นายไชยพูดถึงหนังสือน่าสนใจ

เป็นความน่าสนใจ เพราะนายไชยเป็นนักอ่านตัวยง และนำเนื้อหาในหนังสือไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต

ส่วนตัวแล้วนายไชยมองว่า การอ่านหนังสือผ่านทางแท็บเล็ตนั้นอ่านได้ไม่นาน เพราะปวดตา
การอ่านพ็อคเก็ตบุ๊กควรอ่านหนังสือเล่มดีกว่า

ส่วนการซื้อหนังสือไปมอบให้ห้องสมุดโรงเรียนนั้น นายไชยบอกว่า ไทยประกันฯต้องการเปิดโอกาสด้านการเรียนรู้ให้เยาวชนไทยทั่วประเทศ

ต้องการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน

ถึงแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลจะส่งผลต่อพฤติกรรมการอ่าน หรือการแสวงหาข้อมูลที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น

แต่หนังสือยังคงมีบทบาทสำคัญและมีความจำเป็นต่อเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

การอ่านช่วยในการเสริมสร้างภูมิความรู้แก่เยาวชนเหล่านั้น

บริษัทไทยประกันฯมีนโยบายส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้อย่างยั่งยืน
โครงการมอบหนังสือครั้งนี้จึงเกิดขึ้น

เกิดขึ้นเพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กรและสังคม (Creating Shared Value : CSV)
สร้างและส่งต่อคุณค่าชีวิตให้กับคนไทย

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ความยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)

และเป็นไปตามแนวทาง ESG คือ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) สังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment)

โครงการ 80 ปี ไทยประกันชีวิต ที่ส่งมอบความรู้สู่เยาวชน จึงเสริมสร้างสังคมผ่านการยกระดับคุณภาพเยาวชนไทย

ฟังแนวคิด ทำความเข้าใจไอเดียแล้วรู้สึกยินดีกับห้องสมุดโรงเรียนทั้ง 80 แห่ง

ทั้งนี้ เพราะความเชื่อที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ตกันหมดแล้ว ทำให้เยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสได้อ่านหนังสือ

หากยังจำกันได้ เมื่อตอนที่รัฐบาลมีนโยบายเยียวยาคนไทยเนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาด

เริ่มแรกรัฐบาลต้องการปรับพฤติกรรมคนไทย ส่งเสริมให้เข้าสู่โลกดิจิทัล จึงเน้นส่งความช่วยเหลือผ่านสมาร์ทโฟน

แต่เมื่อขับเคลื่อนโครงการโดยเปิดให้ลงทะเบียน จึงพบว่ามีคนไทยที่ไม่มีสมาร์ทโฟนอีกเป็นล้านคน

เรื่องการอ่านหนังสือก็เช่นกัน

ที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนอ่านหนังสือทางออนไลน์กันหมดแล้ว ทำให้การส่งเสริมการอ่านหนังสือลดลง

รัฐบาลกลางลดการส่งเสริมการอ่านหนังสือในชุมชนท้องถิ่น

ทำให้คนที่ขาดโอกาส ยิ่งขาดโอกาสมากขึ้น

แม้ทุกวันนี้สังคมได้เคลื่อนตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล แต่หนังสือก็ยังจำเป็นต่อการอ่าน
การส่งเสริมการอ่านยังมีสิ่งที่มีความจำเป็น
ยิ่งในพื้นที่ที่ขาดแคลนหนังสือ เช่น ในบางชุมชน บางท้องถิ่น หนังสือยิ่งมีความจำเป็น

เมื่อหนังสือและการอ่านมีความจำเป็น การระดมทุนซื้อหนังสือเพื่อเติมเต็มให้ชุมชนท้องถิ่นที่ขาดแคลนจึงเป็นสิ่งที่พึงทำ

เพราะนั่นคือการให้ภูมิความรู้ การสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต
เป็นการสร้างความคิด เพื่อนำความคิดไปสร้างชุมชน
สร้างท้องถิ่นไทยให้เข้มแข็ง น่าอยู่ และยั่งยืน