“หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2514
แม้พระองค์จะทรงงานไม่หยุดหย่อนเพื่อพสกนิกร ไม่ได้ว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีถึงพระปรีชาสามารถทางการประพันธ์ ซึ่งพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือหลายรูปแบบทั้งบทความ เพลง บันทึก พระราชนิพนธ์แปล
โดยหนังสือพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีดังนี้
เมื่อข้าพเจ้าจากสยาม
มาสู่สวิทเซอร์แลนด์
พระราชนิพนธ์เรื่องแรกในรูปแบบของบันทึก ขณะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 ภายหลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ขณะมีพระชนมายุ 19 พรรษา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489
พระราชนิพนธ์ “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์” เป็นบันทึกที่บรรจุเรื่องราวการเดินทางและความรู้สึกต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ประสบในห้วงเวลานั้น โดยมีพระบรมราชานุญาตให้ตีพิมพ์ครั้งแรกลงหนังสือ “วงวรรณคดี” อันเป็นหนังสือรายเดือนฉบับประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490

นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ
“นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ” เป็นพระราชนิพนธ์แปลจากเรื่อง A Man Called Intrepid โดย William Stevenson ฉบับพิมพ์ พ.ศ.2519 เขียนจากชีวิตจริงของ เซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน (Sir William Stephenson) หัวหน้าหน่วยสายลับหรือหน่วยจารกรรมของอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชื่อรหัสว่า Intrepid ในพระราชนิพนธ์แปลใช้คำว่า “นายอินทร์” และคำว่า “ปิด” เพื่อมาล้อกับชื่อ Intrepid
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเริ่มแปลนวนิยายเรื่องนี้เมื่อ 20 มิถุนายน 2520 จนสำเร็จบริบูรณ์เมื่อ 23 มีนาคม 2523 โดยทรงใช้เวลาว่างวันละเล็กละน้อยกว่า 3 ปี จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายเป็นหนังสือปกแข็งหนากว่า 600 หน้า เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 66 พรรษา เมื่อปี พ.ศ.2536
พระองค์ทรงใช้สำนวน “ปิดทองหลังพระ” เพื่อสื่อถึงการทำหน้าที่ของนายอินทร์ซึ่งอยู่เบื้องหลังชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ไม่มีใครทราบ

ติโต
“ติโต” เป็นพระราชนิพนธ์แปลจากเรื่อง Tito ของ Phyllis Auty เพื่อให้ข้าราชบริพารได้ทราบถึงบุคคลที่น่าสนใจคนหนึ่งของโลก พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี พ.ศ.2537 โดยมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
จอมพลติโต ชื่อจริงคือ โจซิบ โบรซ (Josip Broz) พ.ศ.2435-2523 นายกรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์คนแรกและประธานาธิบดีของประเทศยูโกสลาเวีย (พ.ศ.2496-2523) เกิดที่โครเอเชีย ในปี 2491 ติโตแยกประเทศออกจากโซเวียต พัฒนาประเทศและตั้งตนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อิสระ ก่อตั้งสมาคมประเทศผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
เขาเป็นรัฐบุรุษของประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งประชาชนมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ สามารถรักษาความสมบูรณ์และเพิ่มพูนความเจริญของประเทศตลอดชีวิตของเขา
“คำว่า การต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติบ้านเมือง ต้องหมายตลอดถึงเสรีภาพของชาวโครแอต สโลวีน เซิร์บ มาร์เซโดเนียน ชิปต้าร์ มุสลิม พร้อมกันหมด ต้องหมายว่า
การต่อสู้จะนำมาซึ่งอิสรภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ สำหรับทุกชนชาติในยูโกสลาเวียอย่างแท้จริง นี่คือสารัตถ์สำคัญของการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติ” ติโตกล่าวในปี 1942 (ติโต พระราชนิพนธ์แปล หน้า 62-63)

พระมหาชนก
เรื่อง พระมหาชนก เป็นชาดก 10 ชาติสุดท้ายก่อนที่พระโพธิสัตว์จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแปลจากต้นฉบับในพระไตรปิฎกและดัดแปลงให้เข้าใจง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังทรงวาดแผนที่ฝีพระหัตถ์แสดงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณตามท้องเรื่อง รวมถึงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับทิศทางลม กับกำหนดวันเดินทะเลตลอดจนจุดอับปางของเรือที่ปรากฏตามเนื้อเรื่องในชาดกบรรจุลงในพระราชนิพนธ์ โดยทรงคาดคะเนจากข้อมูลทางโหราศาสตร์
อันเป็นพระราชนิพนธ์ที่สะท้อนพระปรีชาสามารถหลายๆ ด้านของพระองค์ โดยเป็นเรื่องที่มุ่งสอนให้ตระหนักถึงความเพียรที่จะฝ่าฝันทุกอุปสรรคให้ผ่านพ้น
พระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก ออกจำหน่ายครั้งแรกในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล เมื่อปี พ.ศ.2539 ซึ่งมีภาพวาดประกอบโดยจิตรกรชื่อดัง 8 คน คือ จินตนา เปี่ยมศิริ, ประหยัด พงษ์ดำ, พิชัย นิรันต์, ปรีชา เถาทอง, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปัญญา วิจินธนสาร, ธีระวัฒน์ คะนะมะ และ เนติกร ชินโย
ต่อมาในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ปี พ.ศ.2542 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ พระมหาชนก เป็นฉบับการ์ตูน เขียนภาพการ์ตูนประกอบโดย ชัย ราชวัตร และฉบับอักษรเบรล เพื่อเผยแพร่แก่คนตาบอดอีกด้วย

ทองแดง
พระราชนิพนธ์ เรื่อง ทองแดง (The Story of Tongdaeng) เผยแพร่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน เผยแพร่ในปี พ.ศ.2545 เป็นเรื่องของคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยงตัวโปรดของพระองค์ท่านอันมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก
พระราชนิพนธ์ได้ทรงยกย่องคุณทองแดงในเรื่องความกตัญญูรู้คุณของคุณทองแดงที่มีต่อแม่มะลิ รวมทั้งความจงรักภักดี ความมีมารยาท และการสั่งสอนลูกของคุณทองแดง
ต่อมาในปี พ.ศ.2547 ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์ทองแดงอีกครั้งในรูปแบบการ์ตูน โดยใช้ชื่อว่า “ทองแดงฉบับการ์ตูน”
หากหนังสือเป็นธนาคารความรู้ พระราชนิพนธ์ต่างๆ ที่พระองค์พระราชทานให้แก่ชาวไทย ก็เป็นเหมือนสินทรัพย์ภูมิปัญญาอันเป็นมรดกล้ำค่าจากพระองค์ผู้ประทับอยู่ในใจราษฎร์


