การสร้างอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ผู้คนทำมาหากินได้ มีรายได้ เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวไปตลอดชีวิต จัดเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ดีที่สุด
เช่นเดียวกับ ความร่วมมือระหว่าง เบทาโกร กับ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) ที่สนับสนุนการอบรมสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไป ในหลักสูตรเจ๊จงหมูทอด น้ำจิ้มแจ่ว กิจกรรมพิเศษ 12 เชฟ 12 เดือน จัดโดยมติชนอคาเดมี เมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจเรียนแน่นห้องโถง มติชนอคาเดมี หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 โดยหลักสูตรนี้เบทาโกรสนับสนุนเนื้อหมูสดวัตถุดิบคุณภาพที่ใช้ในการสอนทั้งหมด
เริ่มการสอน เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง จัดหนักจัดเต็ม มีเซอร์ไพรส์ให้กับผู้เรียน เพราะไม่ได้สอนแค่สูตรหมูทอดและน้ำจิ้มแจ่วตามที่โฆษณาเท่านั้น แต่ยังแถมการสาธิตทำตับผัดกระเทียม รวมถึงแนะวิธีการทำไข่ผัดแฮมและปลานิลทอด เมนูน้องใหม่ขายดีของร้านเจ๊จง ตลอดจนเทคนิคการขายและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบเพื่อให้มีกำไร

เจ๊จง ออกสตาร์ตด้วยการสาธิตทำตับผัดกระเทียม ส่งกลิ่นหอมชวนหิวสะกดผู้เรียนได้อยู่หมัด ตามด้วยการทำหมูทอด ที่เจ๊จงเปิดหมดไม่มีกั๊กว่าต้องใช้หมูส่วนไหน วิธีการหมัก ใช้ซอสยี่ห้ออะไร โดยเจ๊จงย้ำว่าห้ามเปลี่ยนยี่ห้อเพราะจะทำให้รสชาติหมูทอดเปลี่ยนตามไปด้วย รวมถึงน้ำมันที่ใช้ทอดหมู
เจ๊จงเน้นย้ำว่าต้องเปลี่ยนทุกวัน
ด้านสูตรการทำน้ำจิ้มแจ่วแซ่บสูตรเจ๊จง บอกเลยว่าไม่ยาก เพียงแต่ใช้วัตถุดิบและสัดส่วนที่เจ๊จงแนะนำก็อร่อยเว่อร์เบอร์แรงแล้ว
นอกจากนี้ เจ๊จงให้ข้อคิดการค้าขายด้วยว่า ร้านเจ๊จงขายดีเพราะคุณภาพดีอัธยาศัยดี ราคารับได้ ซึ่งตรงนี้สำคัญ บางคนกลัวว่าขายแล้วจะไม่มีกำไรถ้าเราขายหมูทอดราคาไม่แพง ต้องมีอย่างอื่นเสริม อาทิ หมูยอ กุนเชียงไส้กรอกแหนม ตรงนี้จะทำให้ร้านมีกำไร
“ราคาถูกมีส่วนสำคัญทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ อย่างน้อยทำให้ลูกค้ารักเราก่อน มาอุดหนุนเราก่อน ถ้าเจ๊ขายแพง ทุกวันนี้อาจไม่มีร้านเจ๊จงก็ได้ ตอนนี้เจ๊ไม่รวย แต่ไม่เดือดร้อน อยู่อย่างสุขสบาย สำหรับคนที่เริ่มเปิดร้านใหม่ เจ๊ไม่อยากให้ลงทุนเยอะ ควรใช้อุปกรณ์เครื่องครัวในบ้านที่มีก่อน” เจ๊จงเผย
นอกจากสูตรเด็ดหมูทอด น้ำจิ้มแจ่วของเจ๊จงแล้ว ในคลาสนี้ยังปิดท้ายด้วยภาคทฤษฎีเรื่องการสร้างแบรนด์ การหาจุดเด่นของสินค้า การสร้างคอนเทนต์ผ่านสื่อออนไลน์ และการถ่ายภาพอาหารผ่านการเล่าเรื่อง โดย ดร.รัญคุณานิชช กันหลง, ผศ.ดร.ปฐมาพร เนตินันทน์ และ ดร.รัตตมา รัตนวงศา อาจารย์ประจำสาขานิเทศศาสตร์เกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โดย ดร.รัญคุณานิชชกล่าวถึงการสร้างแบรนด์ว่า ต้องเกิดจากตัวตนจริงๆ ถึงจะอยู่ได้ รวมทั้งต้องทำให้ลูกค้าเชื่อถือเพราะมีส่วนในการตัดสินใจซื้อ โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่โควิดกำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ธุรกิจที่จะรอดต้องเป็นแบรนด์ที่คนจดจำได้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงมีการตอบแทนสังคม เช่น เจ๊จง ช่วยเหลือสังคมด้วยการทำหมูทอดแจกแพทย์พยาบาลและผู้มีรายได้น้อย เพื่อตอบแทนสังคม ทำให้คนรู้สึกว่าต้องสนับสนุนเจ๊จง เพราะฉะนั้นการตอบแทนสังคมเป็นคอนเซ็ปต์การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ เป็นการสร้างความรู้สึกผูกพัน อยากให้คนช่วยเหลือ ให้ตกหลุมรักเรา
“นอกจากนี้ สินค้าที่ไม่มีแบรนด์ชัดเจนมักถูกตัวเลือกอื่นหรือตัวลอกแย่งลูกค้าไป รวมถึงผู้บริโภคยุคใหม่จะไม่เลือกของไม่มีแบรนด์เพราะไม่มั่นใจ” ดร.รัญคุณานิชชกล่าว
ด้านธุรกิจอาหาร ดร.ธัญคุณานิชชกล่าวว่า การทำอาหารขายรสชาติต้องโดดเด่น วัตถุดิบต้องดี กรรมวีธีต้องมีเอกลักษณ์ เช่น สูตรโบราณ รวมถึงการสื่อสารบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์จะสร้างสตอรี่ยังไงให้โดนใจ ที่สำคัญแบรนด์จะยั่งยืนต้องอาศัยความจริงใจ มั่นคง และสม่ำเสมอ

ส่วน ดร.ปฐมาพรกล่าวถึงการสร้างคอนเทนต์ผ่านสื่อออนไลน์ ว่าจะทำธุรกิจต้องอยู่ในกระแส โดยยกตัวอย่าง Content Marketing โดยภาพนิ่ง ไลฟ์สด เฟซบุ๊ก ไอจีTikTok และเว็บไซต์ เช่น พิมรี่พายโคฟเวอร์เป็นคังคุไบ ทำคลิปยูทูบมาเฟียพิมรี่พายขายทุกอย่าง ทำให้เกิดกระแสมีการแชร์และสื่อหยิบมาเป็นข่าว ทำให้เกิดโอกาสที่แบรนด์ถูกพบเจอโดยกลุ่มเป้าหมาย ท้ายที่สุดสินค้าจะอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค โดยไม่ต้อง Hard sell

ขณะที่ ดร.รัตตมาสอนการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือผ่านการเล่าเรื่อง โดยใช้แอพพลิเคชั่น Lightroom พร้อมทั้งให้ผู้เรียนทดลองแต่งภาพด้วยโดยสอนเรื่องการจัดวางองค์ประกอบ วัตถุดิบ สี แสง การเล่าเรื่องราวการถ่ายภาพกฎ 3 ส่วน จุดตัด 9 ช่อง มุมของภาพ

ปิยาภรณ์ แต้ไพสิฐพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนาธุรกิจ Betagro Deli สำนักการค้าในประเทศ-ส่วนกลาง ให้สัมภาษณ์ว่า เบทาโกรรู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานกับมติชนอคาเดมีในโครงการ 12 เชฟ 12 เดือน เรานำวัตถุดิบมาสนับสนุนโครงการ ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและประชาชนได้เรียนรู้ฝึกอาชีพใหม่ๆ หารายได้ในช่วงโควิด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม คิดว่ามีประโยชน์มาก เรามองว่าถ้าเรามีส่วนร่วมตรงนี้จะทำให้ทุกคนเดินไปด้วยกันได้ มีโอกาสสร้างอาชีพเพิ่มขึ้นซึ่งเรายินดีมาก
“รวมทั้งวันนี้เบทาโกรเอารถฟู้ดทรัคมาให้บริการในงานนี้ด้วย เป็นรูปแบบที่เราเรียกว่า Betagro Deli on the go เป็นธุรกิจค้าปลีกของเรา ตอนนี้มีรถคันแรก ทดลองให้บริการใน กทม.และปริมณฑล ไปตามเขตต่างๆ เน้นเจาะไปตามชุมชนที่อยู่อาศัย เพราะช่วงนี้ WFH กันเยอะ บางคนไม่ได้เข้ามาทำงาน ไม่ได้เข้าออฟฟิศ เราก็ไปบริการถึงบ้าน พื้นที่ออกบริการแล้ว อาทิ บางนา-ตราด เลียบด่วนรามอินทรา
“ผลิตภัณฑ์ของฟู้ดทรัคเบทาโกร เดลี่ จะมีหลากหลาย อาทิ หมู ไก่ ไข่ ที่ทุกคนคุ้นเคยกับเบทาโกรดี และจะมีกลุ่มสแน็ค เครื่องดื่ม อาหารพร้อมทาน สลับกันไป แล้วแต่พื้นที่ว่าเราไปเจอลูกค้าแบบไหนบ้าง สมมุติล่าสุดเราจะไปโรงพยาบาลจักรีนฤบดินทร์ กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แม่บ้าน แต่จะเป็นนักเรียนแพทย์ พยาบาล เขาอยากได้ของกินระหว่างวัน เพราะถ้าเราไปดูตรงนั้นจะเห็นว่าไม่ค่อยมีอะไรให้เลือกทานเท่าไหร่ เราก็จะนำสินค้าพร้อมทานไป อาทิ ขนม น้ำ ไส้กรอกแพคเล็กๆ ในขณะเดียวกันถ้าเราไปตามหมู่บ้านจัดสรร แม่บ้านจะชอบ หมูหมัก หมูสด ไข่ไก่ ไส้กรอกถุงใหญ่ๆ ทอดให้ลูกทาน เพราะฉะนั้นสินค้าก็จะมีตามโลเกชั่น เราพยายามดูว่าลูกค้าเราชอบอะไร อยากได้อะไร ก็เอาตรงนี้ไปบริการเขา

“รถฟู้ดทรัคจะมีรอบการให้บริการอยู่ ลูกค้าจะชอบตรงที่ไม่ต้องออกไปหาซื้อ เพราะเราไปหาเขาถึงที่ และจัดโปรโมชั่นให้เขาด้วย เขาก็จะแฮปปี้ เสียงตอบรับดี สินค้าขายเกือบหมดในทุกวัน เพราะแต่ละครั้งเราพยายามบริหารจัดการให้เหมาะสมกับปริมาณการขาย โดยลูกค้าที่สนใจอยากใช้บริการฟู้ดทรัค เบทาโกร เดลี่ สามารถติดตามได้ที่ เฟซบุ๊ก Betagro Deli และ Line @Betagro Deli” ปิยาภรณ์ แต้ไพสิฐพงษ์กล่าว
ด้านเสียงจากผู้เรียน อังค์วรา ทองเสมา อายุ 57 ปี เจ้าของร้านอาหารในมหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม กล่าวว่า ขอบคุณเบทาโกรที่สนับสนุนอาชีพให้กับพวกเรา ก่อนหน้านี้รู้จักร้านเจ๊จงอยู่แล้ว มีคนพูดถึงว่าอร่อยและราคาถูก มาเรียนวันนี้จะเอาไปต่อยอดเมนูของร้าน เพราะเปิดร้านอาหารในมหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม มีเมนูยำต่างๆ ไก่ทอด หมูทอด และร้านน้ำ คิดว่าจะเอาสูตรหมูทอดเจ๊จง ไปปรับปรุงเมนูเดิมของร้าน เพราะของเดิมยังไม่อร่อยเท่าสูตรของเจ๊จง
ส่วน เฉลิมพร หอมหา อายุ 60 ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า ขอบคุณเบทาโกรที่จัดกิจกรรมสร้างอาชีพดีๆ กับประชาชน เคยทานร้านเจ๊จงมาหลายปี ขายไม่แพง ราคาถูก และรสชาติอร่อย พอดีมติชนอคาเดมีเปิดสอนก็คิดว่าน่าสนใจ ถ้าเรามีโอกาสได้ทำหมูทอดขายก็ดี ลงทุนน้อย คนไทยส่วนมากทานกันอยู่แล้ว
“ปกติร้านเจ๊จง ผมสั่งเมนูหมูทอดกับไข่ต้มทานเพราะมีประโยชน์ ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วลงตัวพอดี มาเรียนวันนี้ส่วนหนึ่งอยากรู้ว่าน้ำจิ้มหมูทอดร้านเจ๊จงทำยังไง ผมเป็นแฟนคลับร้านเจ๊จงมาหลายสิบปี เพราะที่ทำงานอยู่แถวๆ ราชดำริและย้ายไปอยู่ซอยนานา ไม่ไกลร้านเจ๊จง พระราม 4 ที่ร้านมีกับข้าวหลากหลาย ราคาถูก สมัยก่อนราคา 10 กว่าบาท ปัจจุบันเพิ่งไปทานมาราคา 25 บาท
“ตอนนี้ผมอายุครบ 60 ปีแล้ว เข้าวัยเกษียณ อยากหาอาชีพง่ายๆ ลงทุนน้อยเตรียมเอาไว้รองรับ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจไม่แน่นอน เรากลับไปอยู่บ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ มองเห็นว่าหมูทอดไก่ทอดเขาก็กินกัน ขายตามตลาดนัดก็สะดวกและต้นทุนต่ำ” เฉลิมพร หอมหากล่าว
ขณะที่ ก้องภพ จารุเหติ อายุ 53 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมัน เจ้าของร้านอาหาร ลูกค้าประจำของเบทาโกร บอกว่า ขอบคุณเบทาโกรที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนกิจกรรมสร้างอาชีพ รู้จักร้านหมูทอดเจ๊จงเพราะเพื่อนไปซื้อมาให้ทาน รสชาติอร่อยดี ชอบ ราคามิตรภาพ จับต้องได้ กินได้เยอะ แม้กระทั่งหมูขึ้นราคาแต่เจ๊จงก็ยังขายราคาไม่แพง
“ที่มาเรียนเพราะเปิดร้านอาหารและร้านข้าวแกง 3 ร้าน ร้านแรกที่ จ.สระบุรี เปิดเป็นร้านขายอาหารในปั๊มน้ำมัน ร้านที่ 2 ที่โชคชัย 4 กทม. เปิดเป็นร้านขายข้าวแกง และร้านที่ 3 ที่ลาดพร้าวซอย 18 ทำเป็นอาหารกล่องส่งตามออเดอร์ โดยจะมาดูสูตรหมูทอด วิธีการทำ และเทคนิคการขายของเจ๊จง เพื่อเอาไปใช้ในการขายของเราด้วย” ก้องภพ จารุเหติกล่าว

