การค้นพบหมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีอยู่แล้ว ในที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ยังไม่ถูกเห็น หรือถูกพบ แต่แล้วมีคนหนึ่งได้เห็นเข้าจึงเป็นการ “พบ” และหากการได้ไปเห็นนั้นเกิดจากการ “ค้น” อันเป็นความพยายามอย่างหนึ่ง
จะเรียกการได้เห็นสิ่งนั้นว่า “การค้นพบ”
เป็นปกติที่มนุษย์เราใฝ่หาความสุข
“ความสุข” เป็นหนึ่งในความรู้สึก เป็น “ความรู้สึกดี”
คำพระเรียกความรู้สึกว่า “เวทนา”
และนับ “เวทนา” เป็น “สโมสรณา” ความหมายคือเป็นสโมสร เป็นที่ชุมนุม เป็นชุมทาง เป็นจุดผ่านของการมา การไป
จะเกิดความรู้สึกได้จะต้องมีเหตุให้รู้สึก และความรู้สึกจะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นต่อไป
เมื่อมีอะไรสักอย่างมาทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่ดี ความรู้สึกนั้นจะส่งผลต่ออารมณ์ของเราที่จะแสดงออก ก่อให้เกิดผลต่อสิ่งอื่นๆ ที่มาสัมผัสสัมพันธ์กับเรา
แต่ที่จะหยิบยกมาแลกเปลี่ยน ณ ทีนี้ คือ “การค้นพบ” ว่า “ความรู้สึก” ส่งผลต่อความเป็นไปของชีวิตในหลายมิติ
มีความพยายามที่จะทดลองทางวิทยาศาสตร์มากมาย แล้วพบว่าการได้สัมผัสความรู้สึกที่แตกต่างส่งผลต่อความเป็นไปของสิ่งที่เข้ามาสัมผัส
การอยู่กับคนอารมณ์ดี ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่น และอาการป่วยบรรเทา เป็นไปในทางดีขึ้น
ต้นไม้งอกงาม สดเขียว จากเสียงเพลงไพเราะ และเหี่ยวเฉาด้วยเสียงที่ชวนหดหู่
แม้กระทั่งโมเลกุลของน้ำ ยังถูกแปรเปลี่ยนไปตามเสียงเพลงที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง
นั่นคือ “การค้นพบ” ว่า “ความรู้สึก” เป็นต้นทางความสดชื่น หรือเหี่ยวเฉา
มีการพูดไปถึงว่า ความสดชื่นของเซลล์ร่างกายที่ส่งผลต่อความเอิบอิ่ม อ่อนวัยของผิวพรรณ เกิดจากความรู้สึกชื่นบาน มีความสุข
ในทางกลับกันความอับเฉาของเซลล์ร่างกาย ความเหี่ยวย่นของเนื้อหนังเกิดจากความรู้สึกหดหู่ เป็นทุกข์
เป็นธรรมดาของเซลล์ในร่างกายจะมีที่ตายไป และที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
มีการค้นพบว่า “เซลล์” ที่สร้างขึ้นมาใหม่จะอิ่มเอิบหากขณะสร้างคนผู้นั้นอยู่ในอารมณ์รื่นรมย์ เป็นสุข และจะเป็นเซลล์ที่เป็นปัญหา หากเป็นเซลล์ที่สร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่แห้งแล้ง หรือเป็นความรู้สึกในทางร้าย เช่น ขึ้งเคียด หรือเกรี้ยวกราด
เมื่่อ “ค้นพบ” เช่นนี้ และเป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องการร่างกายที่ประกอบด้วยเซลล์ดีงาม สดชื่น ไม่ใช่เหี่ยวแห้ง เป็นเนื้อร้าย ทำให้ต้องการความสุข หรือความรู้สึกที่ดี
แต่ความรู้สึกไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าอยากได้แบบไหน แล้วจะเกิดขึ้นได้
อย่างที่บอก “เวทนา” เป็น “สโมสรณา”
เป็นเหตุจากที่มา และเป็นผลของที่ไป
สิ่งที่จะออกไปจากชุมทาง ย่อมเป็นไปทางสิ่งที่เข้ามาสู่ชุมทาง และการจัดการระหว่างผ่านชุมทางนั้น
ดังนั้น หากต้องการความสุข อันส่งผลต่อชีวิตดีงาม
การจัดการให้สิ่งที่เป็นปัจจัยของความสุขเข้าสู่ความรู้สึก จึงเป็นเรื่องจำเป็น
ไม่มีทางที่จะส่งต่อความรู้สึกเป็นสุขออกไปได้ เมื่อชีวิตระบบเข้ามาแต่ปัจจัยที่เป็นเหตุแห่งทุกข์
ต้องเรียนรู้ที่จะค้นหา และเลือกเหตุแห่งความรู้สึกสุขมาให้ชีวิต และหลีกหลบไม่รับสิ่งที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ร้อนเข้ามา
แม้จะเลือกจะเป็นสุข หรือเป็นทุกข์ไม่ได้ เพราะเป็นอารมณ์ที่เป็นผล
แต่ทุกคนเลือกให้อะไรเป็นเหตุของความรู้สึกได้
เชื่อเถอะทุกคนเกิดมาด้วยความรู้ว่าอะไรคือสำนึกที่ดีงาม อะไรไม่ดี แต่คนเราต่างกันที่หนักแน่น และเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกอยู่กับสำนึกที่ดีงามหรือไม่ หรือเอาแต่ปล่อยให้สิ่งที่รู้แล้วว่าไม่ดีชักนำไป ปล่อยให้ความคิดหาเหตุผลมาแก้ตัว ปกป้องตัวเองจากความรู้สึกผิด
ไม่ใช่แค่เซลล์ของร่ายกายหรอก ที่สภาพเป็นผลของความรู้สึก
“ความรู้สึก” ยังส่งผลต่อสิ่งอื่นๆ ที่เข้ามาสัมผัสสัมพันธ์ทั้งหมด
คนอารมณ์ดีย่อมทำให้คนที่ได้พบรู้สึกดี สร้างบรรยากาศรอบตัวดี และดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นพลังสร้างสิ่งดีงามเป็นทอดๆ ไป
ชีวิตดีๆ เกิดขึ้นจากวงจรนี้
ในสังคมที่ผู้คนร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้กันและกัน จึงเป็นสังคมที่มีความสุข และสังคมที่เป็นสุขนั้นจะกลับมาสร้างชีวิตที่ดีให้คนในสังคม
ปัจจัยของความอิ่มเอิบของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ความสดชื่นของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมีต้นทางจากการได้อยู่ในสังคมโอบล้อมด้วยบรรยากาศของความดีงาม
ทำอย่างไรจึงจะร่วมสร้างสังคมที่ดีงามขึ้นได้
หนทางมีแต่ทุกคนต้องนำตัวเอง ฝึกฝนตัวเองให้ดีงาม และร่วมกันหาทางลดทอนสิ่งที่ไม่ดีงามให้หายไปจากสังคม
ต้องเป็นความดีงามที่แท้ ไม่ใช่สิ่งที่คิดเอาเองว่าดีงาม แต่ส่งผลไปสร้างความไม่ดีงามให้เกิดขึ้นกับคนอื่นสิ่งอื่น

