กลับมาอีกครั้งกับ นิทานวาดหวัง ชุดใหม่ที่กลุ่ม วาดหวังหนังสือ และ มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกันปลุกปั้น
จากนิทานที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างมากในชุดแรกเมื่อปลายปีก่อน ทั้งจากเนื้อหาแปลกใหม่และแตกต่างจนถูกกล่าวหาว่า ปลุกระดมเยาวชน จนถูกตรวจสอบโดยกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่สุดท้ายไม่พบความผิด
ในขณะที่อีกฝั่ง ออกแรงเชียร์ว่าเป็นนิทานส่งเสริมประชาธิปไตย ทำให้มีผู้สนใจซื้อหาจนยอดขายทะลุกว่าหมื่นเล่มสำหรับนิทานชุดแรก
ล่าสุด นิทานวาดหวัง ชุดที่ 2 ถือกำเนิดตามมาติดๆ ภายใต้แนวคิด หลากหลายรื่นรมย์ สังคมน่าอยู่ เปิดใจเรียนรู้ อยู่ร่วมเท่าเทียม โดยมี ศรีสมร โซเฟร ซึ่งใช้นามปากกา ‘สองขา’ สร้างสรรค์เนื้อหาทั้ง 7 เล่ม ส่วนภาพประกอบ มาจากศิลปินหลากหลาย
แม่จ๋า ดูคนนั้นสิ เขาก็คน เราก็คน 1 = 1 เด็กพิเศษ คนพิการ ผู้คนที่อาจดูต่างออกไป ภาพโดย เมย์ ไว
เต่าทองสองสี? สวยงามในความหลากหลายทางเพศ ภาพโดย Sarisa Kojima
โรงเรียนใหม่โปรดให้เด็กได้เป็นเด็ก ภาพโดย จอม สังข์สร
เด็กๆ กับวันพิเศษ ทำทุกวันให้เป็นวันดีๆ ภาพโดย Mimininii
ใช่มีแค่ปลา นานาสรรพสิ่ง ความจริงในทะเล ถ่ายภาพโดย ไพรสน ศิริพูล
อี่ อี๊ เอ้ก เมี้ยว! เสียงสัตว์รอบโลก ภาพโดย ศูนย์สองสตูดิโอ และ
แพะเมืองผี ผีเมืองแพะ ภาพโดย wawawawin
คือ 7 เล่มของนิทานวาดหวังชุดใหม่ ทั้งยังพ่วงอีก 1 เล่มสุดท้าย ซึ่งเป็น ‘หนังสือภาพ’ ล้วนๆ ชื่อว่า จำจากจรไกล ผู้ลี้ภัยไทยในยุคมืดมน โดย atompavarit
ทั้งหมดล้วนมีเนื้อหาน่าสนใจแฝงไปด้วยข้อคิดและความรู้ สะท้อนถึงสังคมที่เยาวชนจะเติบโตไปในอนาคต 2 ใน 8 เล่มโดดเด่นสะดุดตาด้วย ฟอนต์ (ลายมือ) จิตร ภูมิศักดิ์ บนหน้าปกด้วย
- ‘1 = 1 เขาก็คน เราก็คน’ จุดเริ่มต้นจากครู ‘เด็กพิเศษ’

เริ่มกันที่เล่มแรก “แม่จ๋า ดูคนนั้นสิ : เขาก็คน เราก็คน 1 = 1” ภาพโดย เมย์ ไว ที่เป็นภาพวาดที่อ่านง่ายน่ารักสไตล์มินิมอล ที่เนื้อเรื่องเล่าถึงความสงสัยของเด็กๆ ที่เห็นคนหรือเหตุการณ์ที่เด็กคนนั้นๆ มองว่าแปลก แต่ด้วยคำอธิบายทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าผู้คนหรือเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่ปกติและผู้คนเหล่านี้ อาทิ ผู้พิการ หรือ ผู้ที่เป็นโรคต่างๆ มีสิทธิเท่าเทียมกันทุกคน ดังในเนื้อเรื่องส่วนหนึ่ง เช่น
เด็กชาย: พ่อจ๋า ทำไมพี่คนนั้นไม่มีขาดูน่ากลัวจัง
พ่อ: อย่ากลัวไปเลยจ้ะลูก พี่เขานั่งรถเข็นเพื่อเคลื่อนที่ไปได้สะดวกขึ้น บางคนก็ใช้ไม้ค้ำล้อเลื่อน หรืออย่างอื่นที่เหมาะ รถเข็นบางคันมีปุ่มให้กด เพื่อให้ไปเร็ว ไปช้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาหรือขึ้นบันไดได้ด้วยนะ
ศรีสมร โซเฟร เจ้าของนามปากกา “สองขา” เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “หมอน สองขา” ถึงเรื่องราวที่มาของหนังสือเล่มนี้ว่ามาจากประสบการณ์ชีวิตในสหรัฐ
“เราเป็นแม่ลูกสอง และเคยเป็นครูเด็กพิเศษอยู่หลายปี เราสอนระดับอนุบาล-ป.3 ในโรงเรียนรัฐบาลที่แคลิฟอร์เนียที่เป็นโรงเรียนทั่วไป และมีห้องเรียนของเด็กพิเศษ 2 ห้อง (Special Day Class) ได้เริ่มโครงการเรียนร่วม (inclusion) ให้เด็กพิเศษได้ไปเรียนและ/หรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็กปกติ เช่น ในชั่วโมงศิลปะ ดนตรี กีฬา ไปกินข้าวด้วยกัน เล่นด้วยกันที่สนามเด็กเล่น ฯลฯ
โครงการเรียนร่วมและห้องเรียนของเรา ได้เป็นต้นแบบในด้านนี้ มีครูและนักการศึกษาจากหลายแห่งมาขอเยี่ยมชม โดยเฉพาะครูที่ทำด้านเด็กที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ (Augmentative and alternative communication หรือเรียกกันย่อๆ ว่า AAC) ผอ.ด้านการศึกษาพิเศษและหลายๆ คนบอกว่า ห้องของเราเป็น Top Five ด้านนี้ในรัฐแคลิฟอร์เนียยุคนั้น
ประสบการณ์หลายปีที่ได้เป็นครูเด็กพิเศษ ทำให้อยากเขียนเรื่อง ‘แม่จ๋า ดูคนนั้นสิ’ ออกมา เด็กๆ จะได้รู้ว่า ถามได้นะ แม้ว่าบางเรื่องอาจจะไม่สบายใจที่จะถาม แต่ก็มีวิธีถามนะ และเมื่อเด็กถาม ผู้ใหญ่ก็ควรจะใส่ใจ ให้คำตอบ สิ่งใดที่ไม่รู้ ก็บอกเด็กไปก็ได้ว่า ‘เดี๋ยวเราช่วยกันหาคำตอบนะ’ ลูกสาวเราคนเล็กก็เป็นเด็กช่างถาม เรียนและเรียนรู้ด้วยการถาม ลูกๆ เราเคยเป็นบัดดี้ให้เด็กพิเศษหลายคนในหลายๆ โอกาส” สองขาเล่า
ก่อนทิ้งท้ายด้วยว่า เคยส่งต้นฉบับเล่มนี้ให้ บ.ก.หลายแห่ง แต่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือสักที พอมีโอกาสได้ทำนิทานวาดหวัง จึงเอามาทำ เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งเด็กพิเศษ เด็กทั่วไป เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย อยากให้มีไว้ในห้องเรียนทุกห้อง
- เต่าทองสองสี? โลกนี้ไม่ได้มีแค่หญิงกับชาย

สำหรับเล่มต่อมา ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ เต่าทองสองสี? : สวยงามในความหลากหลายทางเพศ ภาพโดย Sarisa Kojima ตระการตาด้วยภาพวาดที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยศิลปินที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘เพศทางเลือก’ สะท้อนเรื่องราวของความหลากหลายทางเพศ โดยเต่าทองสองสีเป็นตัวจุดประกายข้อสงสัยของเด็กน้อย ที่สงสัยว่าเต่าทองที่สีต่างออกไปเป็นความผิดปกติหรือไม่ สอดแทรกความหลากหลายที่ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เหมือนความหลากหลายทางเพศที่ ชายรักชาย หญิงรักหญิงไม่ใช่เรื่องแปลกและเป็นพิษเป็นภัยต่อใคร นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาส่งเสริมการสมรสเท่าเทียมอีกด้วย ตัวอย่างเนื้อหาส่วนหนึ่ง เช่น
‘เต่าทองไม่ได้มีเพียง 2 สี โลกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้หญิงกับผู้ชาย แต่มีความหลากหลายมากกว่านั้นมากๆ’
ด้านนักเขียน สองขา เองได้เปิดเผยเรื่องราวก่อนจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ว่า เป็นอีกเล่มที่ต้นฉบับ ‘ไม่ผ่าน’ การพิจารณาตีพิมพ์ของสำนักพิมพ์หลายแห่ง
“เมื่อหลายปีก่อน เราเขียนเรื่องสำหรับเด็กในเนื้อหาความหลากหลายทางเพศไว้หลายเรื่อง ทั้งหญิงรักหญิง ชายรักชาย ความเป็นตัวตนของคนคนหนึ่ง สิทธิขั้นพื้นฐานของชีวิต ฯลฯ ส่งต้นฉบับและได้พูดคุยกับหลายๆ แห่ง แต่ไม่ผ่าน และในไทยก็ยังไม่มีหนังสือภาพสำหรับเด็กในเนื้อหาความหลากหลายทางเพศเลย ที่แปลมาจากต่างประเทศ ก็ยังไม่เคยเห็นเช่นกัน เมื่อได้มาทำนิทานวาดหวัง เราจึงอยากทำเต่าทองสองสี? เล่มนี้”
- โปรดให้เด็กได้เป็นเด็ก ทำทุกวันให้เป็นวันที่ดี

อีกเล่มที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านยิ่งดีคือ โรงเรียนใหม่ : โปรดให้เด็กได้เป็นเด็ก ภาพโดย จอม สังข์สร สะท้อนปัญหาของระบบการศึกษาที่เด็กถูกกรอบด้วยกฎระเบียบต่างๆ จนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่เมื่อได้ย้ายไปโรงเรียนใหม่ที่เปิดกว้างสร้างการเรียนรู้ ทำให้เด็กมีความสุขขึ้น เปิดโลกการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่สามารถเป็นตัวของตัวเองและเก่งไปด้วยกันได้ รับรู้ความแตกต่างหลากหลายที่ไม่ต้องกรอบอยู่ในระเบียบที่ต้องเหมือนกันทุกคน
ตัวอย่างเนื้อหาแสบๆ คันๆ ความตอนหนึ่งว่า
‘นั่งตัวตรง ธงอยู่เหนือกระดาน นักเรียนทั่วทุกถิ่นฐานเรียนเหมือนกัน ย้ำๆ ซ้ำๆ ท่อง ท่อง ท่อง ท่องและจำ เพื่อทำข้อสอบ ต้องตอบอย่างที่จะสอบผ่าน’
‘ที่โรงเรียนใหม่ ไม่ต้องเคารพธง ไม่มีเครื่องแบบ ได้ชื่นชมกับความหลากหลาย มากมายสีสัน เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน อยู่ร่วมกันได้ ในความแตกต่าง’

ไม่ให้อารมณ์ขาดตอน ไปต่อที่เล่ม เด็กๆ กับวันพิเศษ : ทำทุกวันให้เป็นวันดีๆ ภาพโดย Mimininii แสนสดใสน่ารัก สบายตาให้ความรู้เกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ ทั้งที่คุ้นหู และอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน อาทิ วันเด็ก วันคณิตศาสตร์ วันประชาธิปไตยสากล ดังเช่นส่วนหนึ่งของเนื้อหา ความว่า
‘มือเรามีสองมือ เขียน วาด ถือ ขวาหรือซ้าย ไม่ผิด อย่าคิดอาย ถนัดซ้ายสบายดี โปรดหยุดเปลี่ยนสลับ ดุบังคับไม่ถูกที่ เด็กรู้ตัวเองดี ถนัดนี้ที่สดใส’
เล่าถึง 13 สิงหาคม วันถนัดซ้ายสากล
‘เท่าเทียมกันถ้วนหน้า ด้วยประชาธิปไตย ประชาชนเป็นใหญ่ ร่วมก้าวไกลเปี่ยมพลัง ไม่มีรัฐประหาร ล้มกระดานการเลือกตั้ง เสรีภาพไม่ถูกขัง กล้าวาดหวังเห็นเส้นทาง’
บอกความสำคัญของวันที่ 15 กันยายน วันประชาธิปไตยสากล เป็นต้น
- ความจริงในทะเล ‘ใช่มีแค่ปลา’ แรงบันดาลใจจากภาพถ่ายใต้น้ำ

มาถึงเล่มที่ 5 นิทานที่ไม่ซ้ำใครด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย ใช่มีแค่ปลา : นานาสรรพสิ่ง ความจริงในทะเล กดชัตเตอร์โดย ไพรสน ศิริพูล โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้หลงรักโลกใต้ท้องทะเล ซึ่งนำภาพถ่ายจริงที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตจากใต้ท้องทะเลมาโชว์ให้เด็กๆ ได้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ปลาเท่านั้น แต่ยังมี แมงกะพรุน ปะการัง และอื่นๆ อีกมากมาย ชี้ชวนให้หันมาใส่ใจในท้องทะเลและสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายธรรมชาติอันงดงาม
ตัวอย่างเนื้อหามาเป็นบทกลอนอ่านง่าย สบายหู อาทิ
‘ใช่มีแค่ปลา นั้นหนาที่เศร้า
กุ้ง หอย ปู เต่า ปักเป้าวิงวอน
ขอร้องมนุษย์ โปรดหยุด หยุดก่อน
เอื้อรักอาทร ก่อนสายเกินไป’
นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาสื่อความหมายปลุกใจในความสามัคคี ความว่า
‘ใหญ่คุกคามเด็ก แต่เล็กไม่กลัว รวมฝูงกันทั่ว รวมตัวต้านพาล’
หมายถึง ฝูงปลาที่รวมฝูงกัน ช่วยในการหลอกตาและพรางตัวจากศัตรูผู้ล่า ช่วยให้ปลอดภัยขึ้น
สำหรับที่มาของหนังสือเล่มนี้ สองขา ระบุว่า ปิ๊งไอเดียจากการได้เห็นภาพถ่ายใต้น้ำในเพจของเจ้าของภาพ
“…ตะลึง ทึ่งมาก สวยมาก อยากทำเป็นหนังสือ อยากให้มีหนังสือภาพถ่ายใต้น้ำสำหรับเด็กๆ เลยเขียนไปชวนพี่สน (ที่กำลังดำน้ำอยู่ที่เกาะลันตา) มาทำวาดหวังหนังสือด้วยกัน ฝันอยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลและรักษ์ทะเลค่ะ…”

จากสัตว์น้ำ มาต่อที่สัตว์เลี้ยงในบ้านแสนน่ารักอย่างแมวเหมียว ที่หาอ่านได้ในเล่ม อี่ อี๊ เอ้ก เมี้ยว! : เสียงสัตว์รอบโลก ภาพโดย ศูนย์สองสตูดิโอ ที่ใช้ภาพวาดสีสดใสเสริมจินตนาการในการเติมสีให้สัตว์ต่างๆ มีความแตกต่างกัน สร้างความโดดเด่นแปลกตา นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับเสียงสัตว์ในภาษาต่างๆ รอบโลก ที่แตกต่างกัน เช่น การเลียนเสียงไก่ขัน เสียงลิง เสียงแมว ของมนุษย์ในภาษาต่างๆ อาทิ ภาษาเยอรมันเลียนเสียงไก่ขันว่า ‘กิ๊-กะ-ริ-กิ๊’ แต่ภาษาจีนเลียนเสียงไก่ขันว่า ‘เออะ-เอ้อะ-เอ้อ-เอ้อ’
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังสือนิทานวาดหวังชุดที่ 2 เท่านั้น ที่ไม่ใช่เพียงหนังสือสำหรับเด็ก แต่สามารถอ่านได้ทุกเพศทุกวัยพร้อมสร้างการตระหนักรู้ในสังคมไทย วาดหวังถึงวันที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขท่ามกลางความหลากหลาย
ณัฏฐ์นรี เฮงสาโรชัย


