ในช่วงที่โควิดไทยเหมือนจะคลาย แต่โอมิครอนก็ย่างกรายมาอีกหน ซ้ำยังหนีไม่พ้น “ฝีดาษลิง” ที่ล่าสุด กทม.ยืนยันยอดผู้ติดเชื้อในรายที่ 2 เสี่ยงลามไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 10 คน ส่งผลให้ประชาชนยิ่งต้องระวังหน้าระแวงหลัง รัดเข็มขัด อดทนสู้
ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ภาคเอกชน เตรียมความพร้อมเดินหน้าฟื้นกิจการหลังเจอพิษเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโควิด
เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว หรือ TTAA (Thai Travel Agents Association) ในฐานะผู้นำทัวร์ “เอาต์บาวนด์” หรือตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ นำทัพผู้ประกอบการเอเยนต์ทัวร์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมรวมกว่า 100 ชีวิต 90 บริษัท จัดทัวร์ Fam Trip เมื่อ 18-21 กรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างบรรยากาศแบบครอบครัว เริ่มนับหนึ่งใหม่ไปสำรวจเส้นทาง “ประเทศมาเลเซีย”ซึ่งนับเป็นชาติแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ชิงเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ไปได้ไม่ยาก เพียงฉีดวัคซีนครบ 3 โดส ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น MySejahtera ของทางการ คล้ายกับ “ไทยแลนด์พาส” ที่เรายกเลิกไปแล้ว
นับเป็นคณะทัวร์ไทยที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี หลังมีโควิด ทริปนี้พาสำรวจแหล่งอารยธรรม เยือนสถานท่องเที่ยวในเมืองมะละกา ที่สะท้อนประวัติศาสตร์แห่งดินแดนหลากศาสนาและชาติพันธุ์ ประกอบสร้างจากพุทธ มลายู มุสลิม จีน หรือแม้แต่อินเดีย ลุยเส้นทางภูเขา ชมโปรดักต์การท่องเที่ยวตัวใหม่ อย่าง “เก็นติ้งไฮแลนด์” ดินแดนที่เต็มไปด้วยความบันเทิง สวนสนุก กาสิโน แต่กลับมีวัดซุกซ่อนอยู่ เป็นที่ที่มีครบ จึงดึงดูดให้มาพักผ่อนเป็นครอบครัว, ต่อด้วยเมืองปุตราจายา ที่เปรียบเหมือนอาณาจักรส่วนราชการ มีความทันสมัยแต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของชาติ ปิดท้ายด้วยเมืองกัวลาลัมเปอร์ และอาณาจักรซันเวย์รีสอร์ต อัดแน่นความสนุกสนานเอาไว้กลางเมือง สร้างขึ้นจากไอเดียของผู้ประกอบการเอกชน
“มาเลเซีย” ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของทวีปเอเชีย ขณะ “ไทย” เองปีนี้ก็เป็น 1 ในใจ ที่ชาวมาเลย์นิยมไปเที่ยวคลายร้อนริมทะเล จ.สงขลา สตูล ด้วยมีอาณาเขตติดต่อกันห่างจากชายแดนใต้ของไทยเพียง 506 กิโลเมตร มีสายการบิน “แอร์เอเชีย” ที่พาลัดฟ้าไปถึงใน 2 ชั่วโมง “มาเลเซีย” จึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่น่าสนใจต่อยอดตลาดการท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย
จาก 2.5 ล้าน สู่ 4.5 ล้านคน ในปี’65 คือเป้าหมาย ที่กระทรวงการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ตั้งไว้ว่าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา

นี่คือทริปแห่งโอกาส ในการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่าง 2 ชาติที่เรียกได้ว่า “เพื่อนบ้าน” การมาเยือนครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก แนนซี่ ศุกริ (Nancy Shkri) รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม (Minister of Tourism, Arts and Culture) ของมาเลเซีย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเลี้ยงดินเนอร์ ต้อนรับขับสู้ภาคเอกชนไทย
“มาอัพเดตดูว่า เก็นติ้งเป็นอย่างไร เขาอยู่กันอย่างไร พลเมืองของเขามีมาตรการป้องกันอย่างไร ถ้าเป็นลูกค้ามาจะเจอปัญหาอะไรบ้าง เป็นประสบการณ์ในหลายๆ เรื่องเพื่อการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะไปที่มาเลย์ หรือประเทศอื่น เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจะแก้ไม่ได้ถ้าไม่มีประสบการณ์ เป็นการเตรียมความพร้อม เรียกความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ ที่จะเดินทาง บริหารกรุ๊ปทัวร์”
เจริญ วังอนานนท์ นายก TTAA นั่งจิบชาโบราณของมาเลย์ เปิดใจถึงเบื้องลึกของวงการท่องเที่ยวไทย ใน “เก็นติ้ง” แหล่งท่องเที่ยวจุดใหม่ที่ทางการมาเลย์ ต้องการโปรโมต

⦁ทำไมถึงเลือกมาเลเซียเป็นประเทศแรก ความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว มีส่วนดึงดูด?
มาเลย์ สำหรับไทย ถือเป็นตลาดใหญ่ เราดู 2 ทาง ทั้งอินบาวนด์และเอาต์บาวนด์ ซึ่งมาเลย์เป็นตัวเลขอันดับ 2 รองจากจีนที่เพื่อนบ้านเราลงทุน เราน่าจะคีฟความสัมพันธ์ (relationship) ไว้แล้วก็พาสมาชิกมาดูเพื่อนบ้านด้วยว่าปฏิบัติกับเราอย่างไรบ้าง มาเลย์ความเสี่ยงก็น้อย ควบคุมได้ ถ้าเกิดวันนี้ไม่สบายก็อยู่ใกล้พรมแดน สามารถ Overland ได้ มองหลายๆ ประเด็น รวมทั้งเรื่องความปลอดภัย
ประเด็นหลักๆ ที่ตัดสินใจเลือกมาเลย์ เพราะมาดูระบบของเขาเทียบกับไทยแลนด์พาสต่างกันอย่างไร มีความยากแค่ไหน ถ้าเกิดสถานการณ์พลิกกลับไปให้ต้องทำแบบเดิม จะได้คิดว่าเราควรมีรูปแบบใหม่ไหม เพราะเกิดความไม่สะดวก ซึ่งเห็นเลยว่าไม่ได้ง่ายการต้องลงทะเบียนเป็นอุปสรรคกับนักท่องเที่ยวด้วยส่วนหนึ่ง
⦁ที่ผ่านมาตลาดการท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นอย่างไร?
ตลาดมาเลย์ เรียกว่าดีเฉพาะพื้นที่ส่วนชายแดน แต่ส่วนกลางตัวเลขไม่ค่อยโตเท่าไหร่ เมื่อก่อนสิ่งที่ดึงดูดของมาเลย์ คือ กาสิโนและการช้อปปิ้งดิวตี้ฟรี ที่ลังกาวี เดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วเพราะราคาไทยใกล้เคียงกัน
ความจริงแล้วจุดขายของเขามีเยอะนะ ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีท่องเที่ยวมาเลย์เหมือนกันว่า เขาน่าจะโปรโมตสำหรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ของเรา (Young Gen) เพราะจากการสังเกต 2-3 ปีของโควิดคนที่จะมาเที่ยวค่อนข้างแอดเวนเจอร์มากขึ้น ชอบไปยอดเขาคินาบาลูเรามองว่าน่าจะเป็นตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ น่ามาลองช่วยกันโปรโมต แลกเปลี่ยนกัน ระหว่างเขาและเรา
⦁โควิดมีส่วนทำให้ผู้ประกอบการสนใจทำทัวร์ท่องเที่ยวประเทศใกล้ๆ มากขึ้น?
ก็มีส่วน แต่จากที่มาบริหาร เรามองว่าควรแบ่งตลาดเป็นเปอร์เซ็นต์ๆ ไป แล้วเพิ่มโปรดักต์ใหม่ๆ เพื่อให้คนมีทางเลือก เมื่อก่อนทุกคนมุ่งไปทำญี่ปุ่นหมด เกาหลีมา ก็ไปทำเกาหลีหมดตลาดก็แมส ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคา ถ้าผู้คนไม่ต้องไปแย่งกันขาย กระจายตัวโปรดักต์อื่นๆ จะทำให้ตลาดสงบมากขึ้น
⦁ภาพรวมของตลาดส่งออกการท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง สดใสมากขึ้นไหม?
บอกได้เลยว่าเพิ่งเริ่มต้น เพิ่งโงหัวขึ้นเล็กน้อยเอง ยังคาดการณ์ยาก แม้แต่ญี่ปุ่น เกาหลีก็โดนระลอก 3-4 ทำให้เดินหน้าได้ไม่เต็มสูบ

⦁เรียกว่าในภูมิภาคอาเซียน มาเลย์มีความพร้อมที่สุด?
ก็ไม่ได้พร้อมเท่าที่อื่นหรอก ถ้าแบ่งเป็นก้อนอาเซียน ถือว่ามีอัตราการเติบโตดี ยังมีลาว เวียดนามที่เติบโตเร็วและมีโปรดักต์ใหม่เยอะ การบริหารจัดการเป็นมิตรมากขึ้น ไม่ได้กลัวโควิดจนขาดสติรองมาอันดับ 3 คือมาเลเซีย แต่เราเลือกมาเลย์ เพราะเป็นตลาดใหญ่ของเรา อย่างน้อยแลกเปลี่ยนกันได้
แบ่งอีกก้อนคือ เอเชีย เราดูญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน 3 กลุ่มนี้ที่เราจะทำตลาดมากขึ้น ส่วนยุโรปที่เดินทางไปได้มีสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส แต่ตอนนี้ยุโรปเจอปัญหาเรื่องวีซ่าทำให้เกิดความเสียหายเยอะมาก เนื่องจากสถานกงสุล หรือแผนกวีซ่า ลดจำนวนพนักงานลงจนทำไม่ทัน ทำให้กรุ๊ปไม่สามารถเดินทางได้ตามวัน แต่เราก็เข้าใจเขานะ ต้องใช้เวลาในการยื่นให้มากเพื่อที่จะเดิน และต้องเซฟตี้มากขึ้น ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เยอะ เป็นเดือนเลย
คือทุกประเทศต้องออกนโยบายเหมือนกันเลยว่า ในแต่ละปีอัตราการเติบโต (Increase) ต้องทำกี่เปอร์เซ็นต์ ถึงเวลาประชุมอาเซียน ก็ต้องให้การบ้านไปใส่ยอดมาว่าปีที่แล้วทำแค่นี้ 100 ล้าน ปีหน้าทำเพิ่มขึ้น 200 ล้าน เป็นต้น เวลาประชุมอาเซียนกัน ก็ต้องดูว่าจริงใจที่จะบูสต์ตลาดในอาเซียนหรือไม่ ไม่อย่างนั้นทุกคนก็ไปแต่ที่ไกลๆ แล้วมาโทษพลเมืองว่าไม่ยอมมาเที่ยวใกล้ๆ เพราะคุณไม่ทำตลาดเลย
เราอาจจะมารวมกัน เรียกร่วมกันว่าเป็นตลาดอะไรก็ได้ ต้องช่วยกันโปรโมต ถ้าหากว่าไม่แลกเปลี่ยนกัน เวลาเกิดวิกฤตอะไร ดูสิยุบเป็นแถวๆ ถ้าเรายังมีเปอร์เซ็นต์ที่ดี มีการรักษาตลาดได้ ความชัวร์ก็จะมีมากขึ้น
⦁มีการคุยแนวทางแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างอาเซียนภาพใหญ่แล้วหรือยัง?
ยังเลย มีอาเจนด้า ประชุมอาเจนด้าทุกปีแต่ว่าบอดี้ไม่ค่อยแข็งแรง คนที่มาเป็นตัวแทน อย่าง เวียดนาม ลาว พม่า ก็ไม่ได้ส่งตัวจริงมา ส่งมาเชิงสัญลักษณ์เข้าร่วมพิธี
⦁ต่างชาติมองว่านักท่องเที่ยวไทยกำลังซื้อต่ำหรือเปล่า?
ถ้าเกิดไม่ทำ เอาแต่ระยะไกล บิน 10 ชั่วโมงเราควบคุมได้ไหม แต่เพื่อนบ้านบินแค่ชั่วโมงเดียว ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 10 เท่า คนที่ทำตลาดต้องดูที่ตัวเลข อย่าไปมองแต่ยุโรป สามารถทำให้ตรงนี้เป็นตลาดที่สำคัญได้ สมมุติเราลงเงินมาที่ตลาดอาเซียน สัก 500-1,000 ล้านยังได้มหามิตรด้วย ลงทุนให้คนพม่ามาเที่ยว คุณได้ทั้งการรักษาพยาบาล ได้ทุกอย่าง ลาว เวียดนาม กัมพูชาเอย
•ในช่วงเปิดประเทศใหม่ๆ ตลาดที่ทางสมาคม TTAA จะเน้นคือที่ไหน?
อาเซียน เอเชียเป็นหลัก มีเกาหลี ไต้หวัน จีน ตอนนี้วางแพลนแล้วว่า ต่อไปต้องตอบโจทย์เป็นคณิตศาสตร์ ไม่ใช่พูดลอยๆ มีตัวเลขโชว์เลยว่ากี่เปอร์เซ็นต์ มาจากเมืองไหนบ้าง เราพยายามทำ เวลาเรามาแลกเปลี่ยนกัน รัฐสามารถเอาตัวเลขตรงนี้มาเป็นเครื่องต่อรองได้ด้วย เพราะเราให้เขาแต่ไม่เคยพูดถึงผลประโยชน์ร่วมตรงนี้เลย พูดถึงแต่ตลาดขาเข้าประเทศเราอย่างเดียว
ของเราก็มีนะตั้ง 12 ล้านคนมาประเทศคุณ ทำให้เกิดรายได้ตั้งเท่าไหร่ ก็นำไปใช้ประโยชน์ในการต่อรองทางเศรษฐกิจได้ เพราะเราเป็นพันธมิตรกัน
•ตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าไทยในปีนี้ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่เท่าไหร่?
สมัยผมเป็นนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ซึ่งทำตลาดขาเข้า ก็ 11 ล้านคนเลยนะ ตอนนี้ไม่โตเลย มีเรื่องการเก็บตัวเลขแบบเป็นทางการด้วย เป็นเปอร์เซ็นต์แบบหลบ ตั้งแต่ก่อนโควิด ปีหนึ่งน่าจะถึง 14 ล้านคนได้ ที่แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวเพียวๆ ประมาณ 8-9 ล้านคน นอกนั้นอาจจะเป็นการไปศึกษาดูงานแยกออกมา ถือเป็นตลาดใหญ่ ไม่อย่างนั้นสายการบินทุกสายคงไม่บินเข้าเมืองไทยหมด ส่วนปีนี้ไม่สามารถมองเป็นเปอร์เซ็นต์ได้เลย แต่ก็โงหัวขึ้น แล้วก็พยายามทำให้เกิดความปลอดภัยที่สุด
•ว่ากันว่าคนไทยอึดอัด อยากออกนอกประเทศ ส่วนตัวมองอย่างนั้นไหม คนจะกระหน่ำเที่ยวในสถานการณ์จริงเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?
ไม่หรอก เป็นเรื่องปกติของคน แต่จะเอาตังค์ที่ไหนมาเที่ยว ระดับล่างยากเลย คนรุ่นใหม่ที่เก็บเดือนละ 1,000 เพื่อไปเที่ยวปลายปี หมดสิทธิ เวลานี้แทบจะหายไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่า A B C ระดับบน กลาง ล่าง ระดับล่างจะมีผลกระทบมากสุดในการที่คนจะใช้งบประมาณเดินทาง ระดับกลางมีผลกระทบครึ่งๆ จากเที่ยว 2 ครั้งต่อปี ก็อาจจะเหลือครั้งเดียว
•เพราะเหตุนี้ ถึงทำให้หันมาสนใจตลาดอาเซียน เพื่อครอบคลุมระดับกลาง ล่าง?
ใช่ๆ มีส่วน เพราะใช้งบไม่สูง ที่เรามาดูอาเซียนเพราะมันมีการแลกเปลี่ยนกันได้ง่าย คือเราคุมต้นทุนได้ คุมความเสี่ยงได้ ถ้าเกิดนักท่องเที่ยวของเราเป็นอะไรขึ้นมา ก็กลับง่าย ไประยะไกลๆ อย่างยุโรป เป็นอะไรคนนึง หมดเป็นแสนเลยนะ ค่าเสียหาย

•ตอนนี้เสียงของผู้ประกอบการ อยากให้ช่วยสนับสนุนเรื่องอะไรบ้าง?
อยากให้เราเข้าไปช่วยดูเรื่องเงินกู้ ช่วยทำอย่างไรให้บริษัทเขาอยู่รอด ลดค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมรัฐให้หมด 2-3 ปี เพื่อให้เขาไม่ต้องใช้งบไปกับสิ่งเหล่านี้ และอบรมเรื่อง Product Knowledge พยายามลดขั้นตอน หาโอกาสให้เขาได้มากที่สุด เหมือนกับที่จัดทัวร์ครั้งนี้ ตั้งแต่ทำ TTAA มา นี่เป็นครั้งแรกที่เราซัพพอร์ตเงิน เมื่อก่อนจัดทริปเรามีรายได้เพราะเขามีตังค์พร้อมจ่าย แต่ตอนนี้เขา ‘มีตังค์ไม่พร้อมจ่าย’ สร้างบรรยากาศให้เขามาคีฟความสัมพันธ์กันด้วย บางคนคิดถึงแต่ตัวเองอย่างเดียวก็อาจจะวิตกได้ มาทริปนี้ได้ระบาย ได้เจอเพื่อน เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสังคม
ช้ำอยู่คนเดียว โดนอยู่คนเดียว ซัฟเฟอร์อยู่คนเดียว พอมา “เอ้อ ก็เหมือนๆ กันทุกที่” ถ้างั้นยังอยู่ดีกว่ายังไม่อยากตาย (หัวเราะ)
•ตลาดการท่องเที่ยวขาออก จะฟื้นได้จากอะไรบ้าง?
อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่น มั่นใจ ผู้ประกอบการมีทางออกที่ดี เราทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือให้เขาเดินไปข้างหน้าได้ ไม่มากก็น้อย ทุกสถานทูตเราทำจดหมายถึงหมด พยายามผลักดันไปเรื่อยๆ ตอนนี้กำลังจะหาทางคุยกับกระทรวงต่างประเทศที่เขาดูแลผลประโยชน์ของคนไทยว่า “เรื่องวีซ่า” ถ้าเกิดคุณไม่ช่วย ปล่อยให้คนไทยเป็นไปตามยถากรรมแบบนี้จะเกิดความเสียหาย อย่างน้อยยื่นไม่ทัน ไม่ใช่ให้เขาต้องยื่นใหม่ แล้วเสีย 2 ต่อ แต่ถ้ายื่นซ้ำไม่เสียเพิ่มใช้วงเงินเท่าเดิม อย่างน้อยช่วยต่อรองให้เราหน่อย
•เรื่องค่าเงินบาทและเศรษฐกิจ มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน?
มีๆ หลายแรงลบเลย ไม่ใช่แรงบวกนะ (หัวเราะ) นอกจากเรื่องโควิดแล้วยังมีเรื่องเงินบาทอ่อนอีก โควิดเพิ่มค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับไปเยอะถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ค่าตรวจโรค ค่า Operation cost ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่าย และรายได้ที่ไม่แน่นอนอีก ปัจจัยลบเยอะมากทำให้ฟื้นตัวยาก บางที่เพิ่มเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ อย่างสแกนดิเนเวีย จาก 70,000 ก็ขึ้นไป 140,000-150,000 ขึ้นไปเท่าตัว ตลาดเล็กลง ทำให้คนที่ไปมีโอกาสได้น้อยลง
•ในอนาคตจะยังมี‘ทัวร์ไฟไหม้’ ตัดราคากันอีกไหม?
ก็อาจจะยังมี แต่คงไม่สม่ำเสมอ เพราะโปรดักต์ไม่ได้ล้นเหลือ ถ้าจะเอามาให้ตัวเองขาดทุนก็คงไม่ไหว เมื่อก่อนยังมีบ้างคิดว่านี่เป็นค่าทำการตลาด แต่ตอนนี้ค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็เพิ่มขึ้น วิธีคิดเปลี่ยนไป แต่อาจจะยังมีบ้าง เป็นทางออกสำหรับคนที่เอามาแล้วปล่อยไม่ออก
•พูดตรงๆ คนไทยต้องยอมรับว่า ราคาการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอัพขึ้นแน่ๆ?
ใช่ๆ ตลาดบนยังพอมีตังค์อยู่ แต่ก็น้อยลงไปเยอะ เมื่อก่อนนี้ทัวร์ไปได้ 100 คนชัวร์ๆ ง่ายๆ เดี๋ยวนี้เหลือ 10 คน
ความจริงต้องวางแผนกับระดับรัฐบาล หน่วยงานรัฐและเอกชน ต้องไปด้วยกัน ต้องเห็นโอกาสด้วยกัน เพราะเอกชนไม่ได้มีภาระหน้าที่ในการลงเม็ดเงินเยอะขนาดนั้น ถ้ารัฐเห็นด้วย มาทำงานร่วมกับเรา ก็จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ไปได้มากขึ้น ครบวงจรมากขึ้น
•จากการพูดคุย ประเทศไหนมีความพร้อมรองรับไทยที่สุด?
ที่มองๆ อยู่มีญี่ปุ่น ไต้หวัน และเพื่อนบ้านเราคือ ลาว อย่างญี่ปุ่นเราอธิบายเขาก็ฟังด้วยเหตุผลและนำไปปฏิบัติ เมื่อก่อนญี่ปุ่นแข็งจะตายในการขอวีซ่า ถือว่าเขาให้เกียรติเรา แม้จะใช้การท่องเที่ยวกระตุ้นก็ตาม แต่เราก็ต้องคำนวณความเสี่ยงด้วย เราบอกว่า “ทำแบบนี้สิ อัตราการเติบโตจะดีขึ้นนะ ไม่ต้องกลัวคนไทย ใช้มาตรการควบคุมทางด้านอื่นแทน” เขาก็ฟัง เราก็บอกว่า คนไทยชอบอะไร “ทำอย่างนั้นสิคนไทยชอบ พยายามกระจายไปเมืองรอง ไม่ต้องอยู่แค่โตเกียว โอซาก้า” เขาก็ทำ เราทำกัน 10 ปี ตะลอนๆ ไปทำเมืองรอง

•ญี่ปุ่นจ่อเปิด คนไทยพร้อมไปเต็มที่ มีสัญญาณไหมว่าเมื่อไหร่?
รอให้เขาพร้อมก่อน ตอนนี้ญี่ปุ่นไม่ได้กันคนไทยหรอก เขากันเรื่องโควิดมากกว่า ถ้าโควิดหายไปเราก็ต้องกลับไปคุยใหม่เรื่องวีซ่า เมื่อไหร่จะเปิด เปิดแบบไหน? ซึ่งตอนนี้มีโควต้าไปได้ 20,000 คน เขาบอกว่าวันที่ 19 ตุลาคม ก็จะไม่มีโควต้า แต่ตอนนี้ยังไม่แน่ เพราะโควิดมาอีกรอบ
ผมเพิ่งคุยกับรัฐมนตรีมาเลเซียว่า ทำไมไม่เปิดอาเซียน ใช้เงินน้อย เขาก็บอกว่าจะมาไทยบ่อยขึ้น จะทำเรื่องยังเจนให้มาเที่ยว คุยหลายๆ เรื่อง รวมถึงลังกาวีที่อยู่ใกล้ไทยก็จะโปรโมต ต้องทำหลายวิธีทั้งทางตรง-ทางอ้อม แต่เราก็ต้องมีดีและไม่ก้าวร้าว
•ช่วง 1-2 เดือนที่เปิดประเทศ คนไทยออกเดินทางเยอะ ส่วนใหญ่ไปเที่ยวเพราะเงินยังตกค้างอยู่กับเอเยนต์ทัวร์ ไม่ใช่ตัวเลขที่ขยับขึ้นจริง?
ตอนนี้เอเยนต์ทัวร์พยายามใช้หนี้ ในฐานะนายกสมาคมก็ต้องฝากบอกผู้ซื้อ นักท่องเที่ยวที่สนับสนุนบริษัทเหลานั้น ขอให้ช่วยเหลือและสนับสนุนต่อไปให้เขาอยู่ได้ ถ้าท่านไม่เดือดร้อนมาก ให้เขาได้ทยอยๆ ใช้หนี้ไป ถือว่าได้ช่วยเหลือกัน ผมขอความเห็นใจ
•มองมาตรการช่วยเหลือของแบงก์ชาติ ในความเป็นจริง?
ช่วยไม่ได้เลย (ยิ้ม) ติดนโยบายที่มันไม่เป็นจริง ฝันที่เกินความจริง ไม่มีรายได้ ถ้ารายได้ติดลบก็อดอีก รายได้ไม่ถึงก็ไม่จ่าย ส่วนเรื่องการพักหนี้ รายไหนที่จะหล่อเลี้ยงไว้ก็ได้เป็นรายๆ ไป เป็นเรื่องปกติ
•แนวทางของสมาคมจะช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์อย่างไรต่อไป?
เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่งในเชิงโครงสร้างใหญ่ เพราะไม่ได้เกิดเฉพาะตลาดท่องเที่ยว แต่เกิดหลายอุตสาหกรรม
ยากนะ เรามองถึงความเป็นไปของรัฐบาลด้วยว่าเงินลงทุนน้อย มองด้วยเหตุผลภาพรวม ไม่ใช่อยากแต่จะให้องค์กรเราไปได้อย่างเดียว คือตอนนี้ทุกคนทำใจว่า โอกาสน้อย ต้องช่วยเหลือตัวเองให้อยู่รอดได้ ทางสมาคมก็ช่วยซัพพอร์ตเท่าที่ช่วยได้ คือเรื่องโอกาสและความรู้ ให้เขาเอาไปประกอบอาชีพของเขาได้ อย่างน้อยก็สามารถอธิบายกับลูกค้าได้ว่า มาที่นี่มีอะไรใหม่ๆ นะ
•ในฐานะนายกสมาคม TTAA สมัยนี้ มีอะไรที่หนักใจบ้าง?
หนักใจทุกเรื่องเลย (หัวเราะ) เพราะเรารับภาระหนักมาหลายระลอก พยายามช่วยโดยใช้ประสบการณ์และคอนเน็กชั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คงไม่ใช่ยาวิเศษตอบได้ทุกเรื่องเหมือนอับดุล แต่ว่าพร้อมเจอทุกสถานการณ์ ลดขั้นตอน
วิธีแก้ปัญหา ทำทุกทางที่จะช่วยสมาชิกให้รอดพ้นมากที่สุด คิดว่าครึ่งปีหลังน่าจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็มีโควิดมาอีก
•สถานการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้แบบนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว?
เคยมี ไข้หวัดใหญ่ ทั้งโรคซาร์ส ระเบิด สึนามิ เจอมาทุกสถานการณ์เราแก้ได้หมด เพราะนั่นเป็นระยะสั้น แต่นี่เป็นระยะยาว (long term) ยาวจนเราคาดการณ์วันจบสิ้นไม่ได้เลย (หัวเราะ)
ถ้าจะทำทัวร์ยากๆ ไปแบบพรีเมียม ความเสี่ยงจะเยอะขึ้น เสียหายหนัก ต้องมีเซฟไว้ และต้องดูว่าโปรดักต์ของเราพัฒนาไหม เหมือนอย่างตลาดจตุจักร ทำให้น่าเดิน คนรุ่นใหม่อยากไปเดินไหม เรื่องระบบการเก็บภาษี (check and balance) ของเราไม่ดี ถ้าระบบดีค้าขายอะไรเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็จะอยู่ได้กันหมด
•ไทยเราอยากได้แต่ทัวร์พรีเมียม?
เป็นอดีตไปแล้ว คนต้องการวัฒนธรรมที่สวยงามจับต้องได้ ซึ่งความจริงไม่ต้องไปแยกหรอกทัวร์ถูกๆ เราแค่ดูแลเขาให้ดี เคยไปดูไหมว่านักท่องเที่ยวที่จมน้ำตายปีละกี่คน? อย่างจีนตายปีละ 100 คน ทำให้เหลือสัก 50 คนได้หรือไม่ ถ้าทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้ตลาดพรีเมียมไปเอง
ต้องดูว่าเรามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วเราลดขนาดมันลงได้มากแค่ไหนเพื่อให้เป็นพรีเมียมมากขึ้น ความเสียหายน้อยลงทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย คนก็จะบอกต่อกันเองว่า มาประเทศไทยปลอดภัยมากขึ้น เราเอาตรงนั้นไปโปรโมตได้อีก ไม่ต้องใช้ตัวเงินเลย แต่ก็ไม่ค่อยทำ วิธีแก้ปัญหามีมากกว่าที่จะเอาเงินไปลงเป็นเสาให้เรียบตรงกัน
•ที่ผ่านมากลุ่มบริษัททัวร์พยายามขอให้รัฐช่วยสนับสนุน น้อยใจหรือหมดกำลังใจบ้างไหม?
น้อยใจไหม? มาเป็นเทอมๆ (หัวเราะ) เราเจอปัญหามาตั้งแต่หนุ่มๆ รู้สึกว่าชินชา บางทีเราเห็นหน่วยงานราชการอ้าปากพูดก็รู้แล้ว แต่เราก็ไม่อยากไปหัก บางทีธุระก็ไม่ใช่แต่เราต้องแสดงเหตุผลและสิทธิขององค์กรเอกชนอย่างเราด้วย ที่จับเป็นกลุ่มก้อนกัน ซึ่งบางทีก็ขัดแย้งกันเองทำให้ประเด็นต่างๆ ถูกลดทอนลง กำลังที่จะไปคุยกับภาครัฐก็เบาลง อำนาจต่อรองไม่มี
อย่างญี่ปุ่น ภาครัฐจ่ายชดเชยให้ผู้ประกอบการเป็นปี ไม่ใช่แค่หลักเดือน คุณมีวิธีคิดตั้งเยอะแยะ ถ้ารับนโยบายกองทุนก็ยังมีเงินพวกนี้คอยช่วยเหลือเรายามเดือดร้อน ส่วนจะช่วยแบบไหน ก็ร่างกติกามาคุยกัน

•เคยส่งข้อมูลให้ภาครัฐหรือไม่ว่า ถ้าหากยังละเลยภาคเอกชน จะทำให้ซัพพลายเชนขาดหายไป เป้าเข้าประเทศที่ตั้งไว้ 1.5-2 ล้านล้าน จะเป็นไปได้?
น้ำหนักของรัฐ ในการพูดเพื่อให้ได้หรือรักษางบประมาณ มันมากกว่าเหตุผลของเรา ในความรู้สึกและกำลังของตัวเองไม่ห้าวหาญเหมือนเดิม ตามวัย ตามการเห็นโลก เรื่องนี้พูดมาเยอะว่าต้องใช้เวลาแต่ผ่านไปอีก 1 เจนเนอเรชั่นก็ยังเหมือนเดิม
ถามว่าที่เห็นๆ อยู่ มีอะไรที่มาช่วยเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่ตลาดที่ทำรายได้ให้คุณเป็นหลัก เราทำแค่เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญ
ในระหว่างโควิด 2 ปี คุณทำอะไรอยู่ ? ทำไมไม่มาช่วยกันขับเคลื่อน คุยให้ตกผลึกถึงปัญหาหลักๆ สมมุติมีอยู่ 5 ข้อ จะใช้เวลาแก้ไขแต่ละข้อเท่าไหร่ ให้เห็นผลมากกว่าจะเป็นนามธรรม
ถามว่าเคยเรียกพวกเราระดมความเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราวแบบสภาหอการค้าไหม? เคยสรุปอะไรจากฐานราก จากภูธร ถึงนครบาลหรือไม่ ? วิธีคิดฉาบฉวยเกินไป ไม่ยั่งยืน


