เขาบอกว่าบ้านเรือนประชาชนตลอดจนโครงการจัดสรรทั้งหลาย กว่าจะเกิดขึ้นได้ต้องมีถนน ทางด่วน รถไฟฟ้ามาเปิดหน้าดินทำเลให้
วันนี้จะชวนมารู้จักโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ หรือไม่ก็ได้รับนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ถ้าเริ่มจากพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง คนกรุงทุกคนต้องรู้จักเป็นอย่างดี “ถนนรัชดาภิเษก” ในวงการนายช่างกรมทางเรียกขานกันอีกชื่อว่าถนนวงแหวนขั้นที่ 1 (ต่อมามีถนนกาญจนาภิเษกเป็นวงแหวนขั้นที่ 2 และกำลังจะทำถนนวงแหวนขั้นที่ 3 ในปัจจุบัน)
ตำนานถนนรัชดาภิเษก เรียบง่ายและยิ่งใหญ่สุดพ้นพรรณนา
“อนุสาวรีย์อย่าเพิ่งสร้าง สร้างถนนดีกว่า สร้างถนนเรียกว่า วงแหวน เพราะมันเป็นความฝัน เป็นความฝันมาตั้งนานแล้ว” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวาระพระราชพิธีรัชดาภิเษก ครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี ในปี 2514
โดยประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเป็นยุคของรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งได้กราบบังคมทูลว่ารัฐบาลจะสร้างอนุสาวรีย์และถาวรวัตถุใหญ่โตที่สุดในประเทศไทยถวาย แต่ทรงรับสั่งว่า “สิ้นเปลืองและไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สร้างถนนกันรถติดดีกว่า”
เฉพาะโครงการถนนมีด้วยกัน 8 สายทาง ได้แก่ 1.ถนนรัชดาภิเษก 2.ถนนบรมราชชนนี 3.ถนนสิรินธร 4.ถนนวิภาวดีรังสิต 5.ถนนลพบุรีราเมศร์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 414 แยกน้ำกระจาย-ครนลัง 6.ถนนอุตราภิมุข มีความหมายว่าบ่ายหน้าไปทางทิศเหนือ หรือดอนเมืองโทลล์เวย์นั่นเอง 7.ถนนกาญจนาภิเษก และ 8.ถนนเทพรัตน สายบางนา-หนองไม้แดง จ.ชลบุรี
โครงการสะพานก็มี 8 แห่ง ได้แก่
1.สะพานพระราม 4 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณห้าแยกปากเกร็ด โดยกรมทางหลวงชนบทออกแบบและตกแต่งภูมิทัศน์สะพานตามแบบสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 4
2.สะพานพระราม 8 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณข้างธนาคารแห่งประเทศไทย
3.สะพานภูมิพล หรือสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนพระราม 3-พระประแดง-ปู่เจ้าสมิงพราย
4.สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ หรือสะพานนนทบุรี 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต อ.เมืองนนทบุรี
5.สะพานท้าวศรีสุนทร เชื่อม จ.ภูเก็ต-พังงา ซึ่งสร้างใหม่ทดแทนสะพานสารสิน
6.สะพานสมเด็จพระนเรศวร หรือสะพานแม่น้ำป่าสัก จ.พระนครศรีอยุธยา
7.สะพานเอกาทศรถ หรือสะพานข้ามแม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลก
8.สะพานพระราม 9 นับเป็นสะพานขึงแห่งแรกของประเทศไทยที่ก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 ในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ใช้งบประมาณก่อสร้าง 1,418 ล้านบาท ความยาว 782 เมตร ในยุคนั้นเป็นสะพานที่มีช่วงความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี (1 ตุลาคม 2527-22 พฤศจิกายน 2530)
รูปแบบโครงสร้างออกแบบเป็นสะพานเสาขึงระนาบเดี่ยวฝั่งละ 17 คู่ ยึดด้วยตอม่อ 4 ต้น และเสาไพลอน (สีเหลือง) สูง 87 เมตร จากระดับความสูงขนาดนี้ทำให้สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของมหานครกรุงเทพได้เป็นอย่างดี
ไฮไลต์สะพานพระราม 9 บนยอดเสาขึงเคเบิลทางฝั่งพระนคร มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่
โครงการทางพิเศษหรือทางด่วน มี 6 สายทาง ประกอบด้วย
1.ทางพิเศษเฉลิมมหานคร คนที่ฟังวิทยุ จส.100 จะคุ้นกันดีว่าเป็นทางด่วนขั้นที่ 1 สร้างฉลองในโอกาส 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี 2524
2.ทางพิเศษศรีรัช
3.ทางพิเศษฉลองรัช หรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ในโอกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ในปี 2542
4.ทางพิเศษบูรพาวิถี หรือทางด่วนบางนา-ชลบุรี ในปี 2543 มีความหมายว่าไปทางทิศตะวันออก
5.ทางพิเศษอุดรรัถยา หรือทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ในปี 2543 มีความหมายว่าไปทางทิศเหนือ
6.ทางพิเศษกาญจนาภิเษก หรือทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ในปี 2553
สำหรับโครงการท่าอากาศยานมีแห่งเดียว โดยเมื่อปี 2543 พระราชทานนามว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในปี 2548
ในขณะที่โครงการรถไฟฟ้า ทรงพระราชทานนาม 3 สายทางด้วยกัน ประกอบด้วย
1.รถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครสายสุขุมวิท (สุขุมวิท 81-หมอชิต) อีกชื่อหนึ่งที่รู้จักทั่วไปคือรถไฟฟ้าบีทีเอส
นั่นเอง แบ่งเป็นนามพระราชทาน 2 ช่วงคือ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สาย 1 กับสายสีลม (สนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานสาทร) เป็นรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สาย 2 ในปี 2542
2.รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล เส้นทางหัวลำโพง-บางซื่อ หมายถึงงานเฉลิมฉลองความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา
3.รถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง สายฉลองรัชธรรม เส้นทางบางใหญ่-เตาปูน หมายถึงเฉลิมฉลองพระราชาที่ปกครองโดยธรรม

