หน้าแรก ประชาชื่น นสพ.ดร.คงศักด...

นสพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม เล่าถึงพระเมตตาต่อสรรพสัตว์ ที่มาต้นแบบ “แหล่งพักพิงสุนัขจรจัด”

6.11.16 | 13:13 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงสนพระราชหฤทัยสิ่งใดจะทรงศึกษาอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้

สำหรับ “หัวหิน” ซึ่งในช่วง 10 ปีหลัง ทรงแปรพระราชฐานและประทับนานจนถือได้ว่าเป็น “บ้าน” หลังที่ 2 ที่ทรงงานมากที่สุดนอกเหนือจากพระราชวังสวนจิตรลดา นอกจากสุนัขทรงเลี้ยงภายในวังไกลกังวล ที่หัวหินยังมีสุนัขจรจัดอีกมากมายที่ได้รับพระเมตตา

ทรงมีพระราชประสงค์จัดทำแหล่งพักพิงของสุนัขจรจัดและสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง จัดเป็นโครงการต้นแบบบริหารจัดการอย่างมีระบบครบวงจรให้แก่ท้องถิ่นในการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดในเขตพื้นที่ อ.หัวหินและพื้นที่ใกล้เคียง นับแต่ช่วยเหลือด้านอาหารและที่อยู่ ควบคุมโรคระบาด ควบคุมจำนวนสุนัข และหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัดที่ได้รับการฝึกฝนเชื่อฟังคำสั่ง ภายใต้ชื่อ “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน” บริเวณวัดเขาอิติสุคโต

“พระองค์ท่านทรงเห็นว่ามีสุนัขจรจัดในชุมชนในพื้นที่ และทรงตระหนักว่าจะเป็นปัญหากับชุมชนกับนักท่องเที่ยว ซึ่งหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวจะไม่ปลอดภัย จึงมีพระราชประสงค์จะให้จัดการเรื่องของสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ พระราชทานเงินตั้งต้นจากการขายเสื้อยืดคุณทองแดง ไปใช้จัดตั้งศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน 4 ล้านบาท และอีก 1 ล้านบาทพระราชทานให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน โดยมีเทศบาลเมืองหัวหินเป็นเจ้าของโครงการรับผิดชอบ

เหตุนี้โรงพยาบาลสัตว์ เกษตรศาสตร์ หัวหิน กับศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกับสุนัขของพระองค์ท่าน โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถวายงานพระองค์ท่านในฐานะสัตวแพทย์”

Advertisement

ผศ.นสพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ บางเขน ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน บอก

ผศ.นสพ.ดร.คงศักดิ์ เป็นคนท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ หลังจากเอ็นทรานซ์เข้าเป็นนิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร) มหาวิทยาลัยเดียวกัน

เริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นอาจารย์ที่ มก. ขณะเดียวกันก็เป็นสัตวแพทย์ประจำที่ มก.หนองโพ จ.ราชบุรี ทำงานด้านสัตว์เลี้ยง

ในปี 2547 เมื่อมีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสัตว์ เกษตรศาสตร์ หัวหิน จึงได้รับการทาบทามเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกนับตั้งแต่อาคารเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ยังไม่มีเครื่องมือแพทย์ กระทั่งในช่วงปี 2546 เสด็จฯแปรพระราชฐานที่หัวหินบ่อย จึงมีโอกาสได้ลงเวรถวายงานพระองค์เรื่อยมา

– พระเมตตาที่มีต่อสัตว์ เป็นที่มาของ รพ.หัวหิน?

ต้องเรียนว่าทีมงานสัตวแพทย์ มก.ถวายการดูแลในเรื่องสุขภาพของสุนัขทรงเลี้ยง ตั้งแต่ที่วังสวนจิตรลดา เมื่อท่านแปรพระราชฐานที่วังไกลกังวลก็ต้องมีสัตวแพทย์ประจำที่วังไกลกังวล แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ซึ่งพระองค์ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณจัดที่พักให้กับทีมสัตวแพทย์ในวังไกลกังวล คือบ้านลายคราม เป็นที่พักและเป็นที่รักษาพยาบาลเบื้องต้น

พอเราถวายงานแล้วเห็นว่าถ้าเคสใหญ่อาจจะไม่สามารถถวายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารของทาง มก.จึงมีแนวคิด ประกอบกับในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนยังไม่มีโรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่เพื่อให้บริการแก่ประชาชน พระองค์ท่านมีพระเมตตาอยากให้การมีคลินิกและสถานพยาบาลเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปด้วย จึงเป็นที่มาของการสร้างโรงพยาบาลสัตว์นอกวังไกลกังวล มีหัวเรี่ยวหัวแรงคือ ท่านประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในขณะนั้น เทศบาลเมืองหัวหิน คุณหมอทีมถวายงานในช่วงนั้น และที่สำคัญคุณหมอนพกฤษณ์ จันทิก ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ถวายงานตอนนั้น อธิการบดีและคณบดี มก.ร่วมกัน เริ่มตั้งแต่ 2547

– เราจะเห็นคุณทองแดงตลอด แต่ไม่ค่อยเห็นคุณอื่นๆ?

คุณอื่นๆ ตอนแรกก็อยู่ที่สวนจิตรลดา แต่พอพระองค์ท่านแปรพระราชฐานประทับที่หัวหินนานๆ ก็จะย้ายกันไปอยู่ที่หัวหิน เลยจะอยู่ประจำ ช่วงที่พระองค์ท่านทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องของการเลี้ยงสุนัข ช่วงนั้นก็จะเป็นช่วงที่มีจำนวนคุณสุนัขเยอะ มก.เลยพยายามถวายงานการรับใช้พระองค์ท่านให้ดีที่สุด จึงเป็นที่มาของโรงพยาบาลสัตว์ มก.หัวหิน ซึ่งเป็นแห่งที่ 4 นอกเหนือจากที่กรุงเทพฯ, ที่วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม, ที่ รพ.หนองโพ จ.ราชบุรี

– ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ?

จริงๆ ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯก็ตอนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ที่ มก.ในปี 2539 หลังจากนั้นไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ถวายงานพระองค์ท่าน จนกระทั่งเป็นสัตวแพทย์เข้าไปถวายงานเวรวังที่วังไกลกังวล ครั้งแรกตื่นเต้นมาก รู้สึกว่าภาคภูมิใจ ยินดีที่ได้ถวายงานพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านมีพระเมตตาอย่างมากต่อทีมสัตวแพทย์ มีพระราชปฏิสันถาร คือซักถามพูดคุยด้วย ทำให้เราผ่อนคลายเหมือนได้คุยกับคุณตาคุณปู่ ทำให้เราคลายความตื่นเต้นไปเยอะ

– ได้เฝ้าฯบ่อย?

ตัวผมมีโอกาสได้เฝ้าฯหลายครั้ง เพราะมีการวนกันเข้าไปถวายงาน มากที่สุดก็ตอนแปรพระราชฐานปี 2546 ท่านทรงเห็นว่ามีสุนัขจรจัดในชุมชนในพื้นที่ และทรงตระหนักว่าจะเป็นปัญหากับชุมชนกับนักท่องเที่ยว ซึ่งหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวจะไม่ปลอดภัย จึงมีพระราชประสงค์จะให้จัดการเรื่องของสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ พระราชทานเงินตั้งต้นจากการขายเสื้อยืดคุณทองแดง ไปใช้จัดตั้งศูนย์รักสุนัขหัวหิน 4 ล้านบาท และอีก 1 ล้านบาทพระราชทานให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ โดยมีเทศบาลเมืองหัวหินเป็นเจ้าของโครงการรับผิดชอบ

โรงพยาบาลสัตว์ กับศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน เป็นโปรเจ็กต์ที่เชื่อมโยงกับสุนัขของพระองค์ท่าน โดย มก.ถวายงานพระองค์ท่านในฐานะสัตวแพทย์ และท่านก็ทรงอยากให้โรงพยาบาลสัตว์เป็นโรงพยาบาลที่ดีมีมาตรฐานให้บริการประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่เทศบาลก็รับโปรเจ็กต์ในเรื่องของสุนัขจรจัดเพื่อบริการให้เมืองมีความปลอดภัย สะอาด

– ทำอย่างไร จับเข้าไปอยู่ในศูนย์?

ในส่วนของสถานพักพิงของสุนัขจรจัดนั้นเป็นหน้าที่ของเทศบาลเมืองหัวหินดูแลเรื่องสาธารณสุขของพื้นที่ เมื่อได้รับคำร้องจะไปดำเนินการจับสุนัขในชุมชน ซึ่งหลังจากนั้นต้องมีการกักโรค ถ้าไม่ป่วยเข้าสู่ขั้นตอนการทำหมัน แล้วแยกไปส่วนต่างๆ ถ้าเป็นลูกสุนัขน่ารักก็จะมีคนมารับไปเลี้ยง ตัวไหนที่สุขภาพแข็งแรงดูเป็นสุนัขให้เลือดได้ก็จะไปอยู่ในโซนของสุนัขให้เลือด ซึ่งกระบวนการตรงนี้มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยวิเคราะห์ ให้คำแนะนำ ทำให้การจัดการต่างๆ มีระบบระเบียบ และมีโครงการต่อยอดอื่นๆ

ปัญหาคือ ยังคงมีปริมาณสุนัขที่เข้ามามากกว่าสุนัขที่ออกไป ซึ่งเรามีพื้นที่จำกัด ทุกวันนี้มีอยู่ 1,000 กว่าตัว วิธีแก้ปัญหาคือ ทางเทศบาลเข้าไปดูแลสุนัขจรจัดในชุมชน เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทำหมัน ฯลฯ ซึ่งถ้าตัวที่ไม่ได้ก่อปัญหาก็เป็นสุนัขชุมชนต่อไป แต่เราตั้งเป้าหมายว่าต้องไม่มีเพิ่ม

– ทรงมีการแนะนำต้องทำอย่างไร?

ทีมงานก็มีการศึกษาหาข้อมูลเพื่อถวายให้พระองค์ท่านมีพระราชวินิจฉัย ซึ่งท่านไม่ได้แนะนำอะไรเป็นพิเศษเฉพาะ แต่ท่านพระราชทานแนวทางว่าต้องทำให้เป็นต้นแบบ ซึ่งครั้งที่ 1 อาจจะไม่สำเร็จ ต้องมีการเรียนรู้ และแก้ไขพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นระบบ ฉะนั้น ทีมเราจะยึดหลักนี้ทำงานอย่างเป็นระบบในทรัพยากรที่เรามี ในสภาพสังคมอย่างเมืองพุทธของเรา และให้มีบูรณาการร่วมกัน

– ที่มาโครงการธนาคารเลือด?

จะเห็นว่าทุกวันนี้เลือดสุนัขหรือแมวขาดแคลนมาก วันนี้ยังไม่เพียงพอและยังขาดอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นแนวคิดว่าแล้วสุนัขที่เข้ามาอยู่ในโครงการจะสามารถทำประโยชน์ได้บ้างมั้ย โดยที่โรงพยาบาลสัตว์ เกษตรศาสตร์ หัวหิน เข้าไปช่วยดูแลเรื่องของสุขภาพ มีการฉีดวัคซีน เจาะเลือดตรวจ รวมทั้งจัดการเรื่องอาหารจนมีสุขภาพดีพอที่จะบริจาคเลือดให้น้องหมาตัวอื่นที่มีเจ้าของได้ ฉะนั้น ในทุกสัปดาห์เราจะมีทีมงานเข้าไปตรวจสุขภาพ เก็บเลือดกลับเข้าธนาคารเลือดในหัวหิน เป็นโครงการที่พระองค์ท่านเห็นประโยชน์ เล็งเห็นแล้วว่า สุนัขจรจัดอาจจะถูกมองว่าไม่มีประโยชน์เป็นที่รังเกียจ

ทุกวันนี้มีสุนัขเป็นร้อยๆ ตัวที่รอดชีวิตเพราะได้เลือดจากสุนัขจรจัด ซึ่งเรากำลังประชุมกันอยากให้มีที่พักพิงแบบนี้กระจายไปในทุกภาคของประเทศไทย

– แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่หัวหินได้แค่ไหน?

ได้ระดับหนึ่ง คือประชาชนคนเลี้ยงเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งคนเลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ ทัศนคติคนเลี้ยง จิตสำนึกต่อการเลี้ยง เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งทำให้ยังมีสัตว์ถูกปล่อยในที่สาธารณะ

สอง เมื่อมีสัตว์ในที่สาธารณะ เกิดความรำคาญ เป็นแหล่งของโรค ซึ่งถ้าเราจัดการในชุมชนได้ ก็จะเป็นการลดความแออัดในสถานที่พักพิงได้ เพราะสถานที่พักพิงเป็นปลายทาง แต่ปัญหาที่ต้นเหตุเกิดจากคนเลี้ยงสัตว์ไม่รับผิดชอบ ฉะนั้น เรื่องของการดูแลกลุ่มหมาที่ไม่มีเจ้าของจึงเป็นปัญหาระยะยาว แต่ถามว่าแล้วมันดีขึ้นมั้ย ดีขึ้น

– ทรงอุปถัมภ์สุนัขจรจัด?

คุณทองแดงถือเป็นสุนัขจรจัดตัวแรก เป็นหมาที่เกิดข้างนอกแล้วท่านทรงรับอุปการะเลี้ยง แต่ถ้าเป็นตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่สุนัขทรงเลี้ยง ซึ่งท่านก็ทรงทราบว่ารอบพระตำหนักมีหมาจรจัด ทรงมีพระอารมณ์ขันเรียกว่ากลุ่ม “มอรอวอ” คือ หมารอบวัง เพราะชายหาดเรากันคนได้ แต่กับหมาจรจัดบางทีก็วิ่งตัดหน้า เรากันไม่ได้

– พระเมตตาต่อสัตว์?

จากที่เราได้มีโอกาสถวายงานเราจะเห็นพระองค์ท่านทรงสนพระทัยในสัตว์ที่ทรงเลี้ยง ทรงจำได้หมดแม้ว่าจะมีหลายสิบตัว ท่านสนพระทัยถ้าตัวไหนเจ็บป่วย เพราะทีมสัตวแพทย์ต้องทำรายงานทุกวัน บางทีเราทำผิด ท่านจะทรงรู้ และทรงซักถาม

แม้กระทั่งเวลาเจ็บป่วย พระองค์ท่านจะพาคุณทองแดงมารักษาด้วยพระองค์เอง นี่เป็นแบบอย่างที่คนเลี้ยงสัตว์ควรเอาพระองค์ท่านเป็นต้นแบบ เพราะพระองค์ท่านสามารถใช้ใครมาก็ได้ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ แต่ในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงและเลี้ยงด้วยความรักความเข้าใจ พระองค์ท่านพาคุณทองแดงมารับรักษาด้วยพระองค์เอง และทรงเฝ้าเวลาต้องผ่าตัด นั่นคือสิ่งที่พระองค์ท่านทรงผูกพันกับสัตว์ที่เลี้ยง นี่คือมุมที่ผมประทับใจในมุมที่พระองค์ท่านเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง

– เล่ากันว่าครั้งหนึ่งทรงพาคุณทองแดงมารักษาและทรงค้างคืนที่โรงพยาบาล ?

จริงครับ คือคุณทองแดงป่วยต้องได้รับการรักษา ต้องทำการผ่าตัด พระองค์ท่านก็เฝ้าจนกระทั่งฟื้นด้วยพระองค์เอง …ที่นี่ (รพ.สัตว์ ม.เกษตร บางเขนฯ) เป็นห้องชั่วคราวทางคณะถวายห้องประทับ เพราะการผ่าตัดเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน พระองค์ท่านก็เฝ้าจนถึงเช้า จนคุณทองแดงฟื้นดี

– นอกจากคุณทองแดงมีตัวอื่นที่โปรด?

จริงๆ พระองค์ท่านจะทรงนึกถึงทุกตัว อย่างวันที่พระองค์เสด็จฯที่ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ผมก็ถวายงานมีโอกาสก็จะพยายามชวนพระองค์ท่านคุยให้ทรงพระเกษมสำราญ อย่างตรงที่ธาราบำบัด ก็ชวนท่านคุยว่า ต้องให้คุณทองหลางมาทำธาราบำบัดเพราะอ้วน ท่านก็ตรัสว่า “พี่หลาง พี่หลางเป็นพี่คุณทองแดงนะ เขาแก่กว่าคุณทองแดง 2 เดือน” พระองค์ท่านจำได้หมดว่าคุณไหนเป็นคุณไหน วันนั้นท่านรับสั่งว่า “พี่หลางต้องว่ายน้ำ” แล้วทรงแย้มพระสรวล คือ เวลาคุยถึงเรื่องที่ทรงสนพระทัย ท่านก็อยากจะคุย แล้วก็ทรงจำได้ สิ่งที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระองค์ที่ผมเอาเป็นต้นแบบคือ เมื่อทรงสนพระทัยเรื่องไหน ทรงศึกษาอย่างจริงจัง มีการพูดคุยกับคนที่เข้าไปถวายงาน ทรงค้นคว้า ทรงมีมุมมองทำให้เราต้องกลับมาศึกษาค้นคว้าต่อไป เรื่องของสายพันธุ์สุนัข มีการศึกษาดีเอ็นเอ นี่เป็นแค่เรื่องส่วนพระองค์ แม้กระทั่งการเลี้ยงสัตว์ ทรงศึกษาอย่างจริงๆจังๆ

พระองค์ท่านไม่ได้สอนเป็นจริงเป็นจัง แต่ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง