สมบัติ เมทะนี ดวงดาวที่ไม่มีวันดับสูญ

22.08.22 | 13:01 น.

2565 นับเป็นปีแห่งการสูญเสียดวงดาวบนฟากฟ้าบันเทิงไทยโดยแท้ เพราะตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันนี้ มีเหล่าศิลปินสาขาต่างๆ สิ้นลมหายใจกว่า 20 คน

เช่นเดียวกับรายนามศิลปินแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมต้องออกมาประกาศการเสียชีวิตรวม 7 ท่าน

ล่าสุด คือ พระเอกตลอดกาล สมบัติ เมทะนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2559

เจ้าของสถิติกินเนสส์บุ๊กดาราที่แสดงภาพยนตร์ไว้มากที่สุดในโลกถึง 617 เรื่อง

ดาวดวงที่ 7 ที่ประทับฝ่ามือลงบน ‘ลานดารา’ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

Advertisement

หลับไหลจากไปอย่างสงบเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ บ้านพัก โดยไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยที่ร้ายแรงใดๆ ตามคำบอกเล่าด้วยความอาลัยรักของ ตุ๊ กาญจนา เมทะนี ภรรยา ซึ่งเป็นผู้เข้าไปปลุกสามีในยามเช้าตรู่ ก่อนพบว่าคู่ชีวิตที่เคียงหมอนกันมา 63 ปีได้จากไปแล้ว

พระเอกทั้งในและนอกจอ
‘สามี-พ่อ’ ผู้สมบูรณ์แบบ

“ใจหาย ไม่อยากคิดว่าเขาไปแล้ว ยังอยากคิดว่าเขายังอยู่” คือความในใจของภรรยาที่เล่าต่อสื่อมวลชนด้วยว่า สมบัติ เทนะนี คือสามีที่ ‘หาจุดด้อยไม่เจอ’

“คนเราพอแต่งงานกันไป บางคู่ต้องมองหาจุดดีของคู่ครองตัวเอง แต่สำหรับเราพยายามจะหาจุดด้อย จุดไม่ดีของเขา แต่หาไม่เจอเลย”

ขณะที่ อั๋น สิรคุปต์ ลูกชาย รับว่า ‘ยังช็อก’ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

“เมื่อคืน 3 ทุ่มยังพาขึ้นไปนอนอยู่ เมื่อคืนทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม” อั๋นเล่าเหตุการณ์ในคืนที่ไม่ล่วงรู้ล่วงหน้าว่าบิดาจะจากไปตลอดกาล

ด้านนางเอกในตำนาน เพชรา เชาวราษฎร์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง พ.ศ. 2561 ซึ่งมีงานแสดงกันมา ‘ร่วมร้อยเรื่อง’ เปิดใจในมุมของเพื่อนร่วมงานว่า

“เขาเป็นคนที่รักงาน ซื่อตรงกับงาน เขาไม่มีขาดมีแต่เกิน”

ด้าน จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ อูม วิยะดา อุมารินทร์ ดาราดังร่วมยุค ย้ำว่า ‘พี่แอ๊ดเป็นเหมือนครู’ เป็นคนตลก คอยส่งพลังบวก รักครอบครัว ไม่ว่อกแว่ก เป็นพระเอกทั้งในและนอกจอ

“พี่แอ๊ดมีแต่ให้ มีแต่คำพูดดีๆ ไม่เคยเห็นว่า ด่า หรือนินทาใคร มีแต่เรื่องตลกๆ ฮาๆ ให้คนขำ เวลาแสดงฉากเลิฟซีนด้วยกัน จะรู้เลยว่าเขามีความเป็นสุภาพบุรุษมาก ในบทที่ต้องมีจูบจริง พี่แอ๊ดไม่เคยจูบจริง จะบังกล้องให้ตลอด” อูม วิยะดา เล่า จิ๊ก เนาวรัตน์ เห็นพ้อง โดยเสริมว่า

“เขาปฏิเสธหมด ดาวโป๊ ดาวเปลือยจะเข้ามา ก็ไม่บอกไม่เป็นไร พี่ไม่ชอบนวด เป็นพระเอกทั้งนอกจอและในจอ เป็นอัศวินขี่ม้าขาว เชื่อว่าต้องไปสวรรค์แน่นอน เพราะสร้างแต่ความดี”

ผู้คนในวงการบันเทิงหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ณ ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ ก่อนเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการเรื่องขอพระราชทานเพลิงต่อไป

85 ปีแห่งชีวิต
62 ปีบนฟากฟ้าบันเทิงไทย
‘ทำงาน’ จนวาระสุดท้าย

แม้ร่างกายจะลาลับด้วยสิริอายุ 85 ปี ทว่า ผลงานที่ฝากไว้มากมาย ยังถูกบันทึกไว้ตราบนานเท่านาน นับแต่เข้าวงการครั้งแรกใน พ.ศ.2503 จนวาระสุดท้ายซึ่งเพียง 1 วันก่อนหน้า เพิ่งเดินทางไปถ่ายโฆษณา ‘เครื่องช่วยฟัง’ สร้างความประทับใจแก่ทีมงานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้ออกมาเปิดเผยคลิปขณะร่วมงานอย่างราบรื่น ไร้เค้าลางใดๆ ถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

สมบัติ เมทะนี คือชื่อ นามสกุลจริง ชื่อเล่นแอ๊ด เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2480 ที่จังหวัดอุบลราชธานี

หลังจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ ทำงานบริษัทเอกชนได้พักหนึ่ง มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อปี 2503 โดยการชักนำของ นำดี วิตตะ หัวหน้าคณะละครโทรทัศน์พจนาภิรมย์

แสดงละครเรื่อง หัวใจปรารถนา คู่กับ วิไลวรรณ วัฒนพานิช เป็นครั้งแรก

จากนั้น ได้แสดงเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่องแรกคือ ‘รุ้งเพชร’ ภาพยนตร์ 16 มม. ของ น้อย กมลวาทิน คู่กับ รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง ฉายเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2504 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จากนั้นเป็นพระเอกคู่กับรัตนาภรณ์ให้กมลศิลป์ภาพยนตร์อีก 4 เรื่องคือ สกาวเดือน (2505) สิงห์สั่งป่า (2506) สมิงสาว (2506) งามงอน (2506)

ข้อมูลจากหอภาพยนตร์ฯระบุว่า ขณะที่แสดงภาพยนตร์อยู่กับกมลศิลป์ภาพยนตร์ได้ 2 เรื่อง มารุต ผู้สร้างผู้กำกับก็ขอตัวมาแสดงภาพยนตร์ 35 มม. เสียงในฟิล์มเรื่อง ตะวันหลั่งเลือด คู่กับ บุศรา นฤมิตร เป็นภาพยนตร์แนวบู๊ สร้างในระบบ 35 มม. เรื่องแรกของสมบัติ เมทะนี ได้รับคำชมว่า ‘แสดงได้ทุกรูปแบบ’ ทำให้ โดม แดนไทย ขอตัวพระเอกหนุ่มผู้นี้ไปประกบกับ ไชยา สุริยัน ในภาพยนตร์แนวบู๊เรื่อง เก้ามังกร (2506)

ต่อมา นำดี วิตตะ สร้างภาพยนตร์แนวบู๊ ดุเดือด เรื่อง สิงห์ล่าสิงห์ ซึ่งมี มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอก และให้สมบัติมาแสดงประกบ ซึ่งสมบัติไม่ขัดข้องเพราะเป็นการทดแทนบุญคุณ ทำให้ต้องออกจากสังกัดกมลศิลป์ภาพยนตร์ เมื่อภาพยนตร์เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ในวันที่ 15 ตุลาคม 2507 ก็ทำให้ชื่อเสียงของสมบัติโด่งดังยิ่งขึ้นและต่อมาจึงรับงานแสดงภาพยนตร์ได้โดยไม่สังกัดค่าย

สมบัติ เมทะนี ได้รับพระราชทานรางวัลตุ๊กตาทองครั้งแรกในฐานะดารานำฝ่ายชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง ศึกบางระจัน (2509) ของ สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ทำให้มีงานแสดงเพิ่มมากขึ้นกระทั่งสิ้นยุค มิตร ชัยบัญชา เข้าสู่ปี 2514 สมบัติ เมทะนี ได้แสดงเป็นพระเอกมากถึงปีละ 40 เรื่อง

ตลอดระยะเวลาการแสดงภาพยนตร์ สมบัติผ่านการแสดงคู่กับนางเอกภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศมาแล้วกว่า 80 คน นอกจากนี้ เมื่อถึงยุคของพระเอกรุ่นน้อง สมบัติก็ยังคงแสดงประกบกับพระเอกรุ่นน้องอีกหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นยุคของ กรุง ศรีวิไล, สรพงศ์ ชาตรี และนาท ภูวนัย เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ที่แสดง ยังได้รับการขึ้นทะเบียน ‘มรดกภาพยนตร์ของชาติ’ โดยหอภาพยนตร์ อย่างเรื่อง ‘ไอ้ทุย’ ผลงานเรื่องแรกของตำนานผู้กำกับ ดอกดิน กัญญามาลย์ ที่ใช้ฟิล์ม 35 มม. ในการถ่ายทำ

ฉายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2514 ว่าด้วยเรื่องราวของ ทุย ลูกชายกำนันบ้านนา กับ คุณเพรียว เศรษฐีสาวผู้ให้ชาวบ้านอาศัยที่ดินทำมาหากิน วันหนึ่งชาวบ้านได้เตรียมจัดงานต้อนรับคุณเพรียวที่กำลังจะมาเยือน แต่กลับมีคนร้ายบุกเข้ามาในหมู่บ้าน ทุยจึงต้องต่อสู้และคุ้มครองหญิงที่ตนรัก

จากพระเอกสู่ผู้กำกับ ‘นักเลงเทวดา’
‘สลักจิต’ แจ้งเกิด ‘จารุณี’ ฮิตถล่มทลาย

นอกเหนือจากบทบาทพระเอก สมบัติ เมทะนี ยังลงทุนสร้างและกำกับภาพยนตร์ด้วยตนเองครั้งแรกในนาม ‘เมทะนีฟิล์ม’ โดยมี กาญจนา เมทะนี ภรรยาเป็นผู้อำนวยการสร้าง เริ่มจากภาพยนตร์ 35 มม. เรื่อง ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ (2516 สมบัติ-อรัญญา) แต่รายได้ไม่ค่อยดี จึงเปลี่ยนมาสร้างแนวบู๊เอาใจตลาดในยุคนั้น

เริ่มจากเรื่อง นักเลงเทวดา (2518 สมบัติ-อรัญญา) ท้ามฤตยู (2519 สมบัติ-อรัญญา) แหย่หนวดเสือ (2520 สมบัติ-อรัญญา) มหาภัยพันหน้า (2521 สมบัติ-อรัญญา) สลักจิต (2522 สมบัติ-จารุณี)

ในจำนวนนี้ ‘นักเลงเทวดา’ ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงและแจ้งเกิดด้านการกำกับการแสดงให้แก่สมบัติเป็นผลสำเร็จ แต่ภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดคือเรื่อง ‘สลักจิต’

นอกจากนี้ ยังรับกำกับภาพยนตร์ให้ผู้สร้างรายอื่นอีกเช่นเรื่อง ปล้นอเมริกา (2520 สมบัติ-อรัญญา) หนักแผ่นดิน (2520 สมบัติ-นัยนา) นักเลงตาทิพย์ (2523 จตุพล-จารุณี) ลูกสาวกำนัน (2524 ทูน-จารุณี) แม่แตงร่มใบ (2525 ทูน-จารุณี) นักเลงคอมพิวเตอร์ (2525 สรพงศ์-ทูน) นักฆ่าจากเจ้าพระยา (2525 สมบัติ-ทูน) ลูกสาวกำนัน ภาค 2 (2526 ทูน-จารุณี) น.ส.ลูกหว้า (2527 เกรียงไกร-จารุณี) คู่สร้างคู่สม (2530 พงษ์พัฒน์-ชไมพร) ฯลฯ

นับเป็นพระเอกตลอดกาล คนคุณภาพในตำนานฟากฟ้าบันเทิงไทยที่จะอยู่ในใจของผู้คนอย่างไม่มีวันลบลืม