ย้อนฉากเข้มกรอซีน ‘ฮา’ เปิดช็อตวิวาทะ ‘สภากทม.’ ก่อนฉลุยงบ 79,719 ล้าน

24.08.22 | 13:51 น.

ย้อนฉากเข้มกรอซีน ‘ฮา’ เปิดช็อตวิวาทะ ‘สภากทม.’ ก่อนฉลุยงบ 79,719 ล้าน

ผ่านฉลุยเป็นที่เรียบร้อย สำหรับงบเลขสวย 79,719 ล้านบาท ที่สภากรุงเทพมหานครเคาะให้ผ่านเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ระหว่างทาง ก่อนแฮปปี้เอนดิ้ง มากมายด้วยข้อถกเถียงทั้งจริงจัง เข้มข้น และขำขัน สนั่นศาลาว่าการฯ สำหรับการประชุมวิสามัญ สภากรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเป็นสมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) ของปี พ.ศ.2565

รอบนี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พาทีมผู้บริหาร กทม.ร่วมถกเข้มกับ ส.ก.ทั้ง 50 เขต โดยมี วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภา กทม. นั่งเป็นประธาน พาล้วงลึกใน 2 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ 1.ญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในวาระ 2-3 และการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร

ก่อนกดออดเริ่มการประชุม สุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ “เฮียล้าน” ส.ก.เขตจอมทอง สวมหมวกประธานคณะกรรมการวิสามัญ แง้มภาพรวม งบปี 2566 ซึ่งนับเป็นกลไกแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวมหานคร ซึ่งหนนี้ที่ประชุมจะกดโหวตให้ความเห็นชอบว่า ควรปรับลด-เพิ่มงบในส่วนต่างๆ ตามฝ่ายบริหารเสนอมาหรือไม่ ?

แถลงดึงงบกลับ 4,000 ล้าน ฝ่ายบริหารขอเทให้เขต ทุ่มแก้เส้นเลือดฝอย

ก่อนประชุม เฮียล้านแถลงว่า ฝ่ายบริหาร กทม. ได้ของบประมาณทั้งสิ้น 79,825.13 ล้านบาท แต่มีการปรับลดไป 4,803.79 ล้านบาท เนื่องจากมีงบจากโครงการที่ใช้ไม่ทัน (ในปีก่อน) ฝ่ายบริหาร กทม.จึงแปรญัตติ ขอ “ดึงงบก้อนนี้ กลับมา” จำนวนเดียวกัน 4,803.79 ล้านบาท เพื่อเอาไปใช้แก้สารพัดปัญหา
โดยเฉพาะ “น้ำท่วมตามเส้นเลือดฝอย”

Advertisement

ซึ่งจากการเยี่ยมเยียนของผู้ว่าฯ พบว่า “โครงการสถานีสูบน้ำสามเสน” คือ คีย์ที่จะช่วยแก้น้ำท่วมโซนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่หลังได้รับมอบจากกรมชลประทานมา 26 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม แต่ก็ไม่ได้มีการแปรงบกลับมา

ประเด็นต่อมา คือ “การศึกษา” ที่ได้ตั้งงบปี 2563 กว่า 700 ล้านบาท เช่าคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนสังกัด กทม. แต่เรื่องเงียบกริบ ไร้ซึ่งการขยับจัดหาให้ ส่งผลต่อนักเรียนกว่า 50,000 ชีวิต ที่เสียโอกาสในการเรียน ที่ประชุมจึงเร่งรัด “สำนักการศึกษา” ให้รีบจัดซื้อจัดจ้างโดยด่วน รวมถึงเสนอให้ใช้งบแก้ไขความปลอดภัย ทั้งถนนหนทาง ไฟส่องสว่าง ย้ำว่าต้องให้ทันกับความเดือดร้อนของประชาชน และทันงบประมาณ 2566 ด้วย

ด้าน ชัชชาติ เชื่อว่างบปีหน้า 2567 ที่สามารถใช้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นผลมากกว่านี้

พร้อมชี้ถึงการจัดสรรงบประมาณ ซ่อมแซมสถานีสูบน้ำว่า “จัดทำเต็มที่ตามกรอบที่มี” เกี่ยวก้อยสัญญาว่า งบประมาณรอบหน้าจะทำได้ดีขึ้น เพราะรอบนี้จำกัดทั้งเวลา บวกกับเป็นงบผูกพันไปแล้วด้วย

สิ่งที่เน้นย้ำในการถกงบครั้งนี้ ยังคงเป็น “ความโปร่งใส” ในการทำงานและการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ผู้ว่าฯ เสนอแนะ ควรเปิดเผยข้อมูลและสัญญาจ้าง กางให้ประชาชนเห็นข้อมูลในการทำงานมากที่สุด

ผู้ว่าฯเสนอพิเศษ ให้โบนัส-ทุนวิจัยเตรียมดึงปม ‘สายสีเขียว’ เข้าสภา

นฤนันท์มนต์ ห่วงทรัพย์ โฆษกสภา กทม. กระซิบก่อนว่า ยังมีญัตติเสนอใหม่ ของ ธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ปัญหาขยะมูลฝอย และญัตติของ กฤษฎ์ คงวุฒิปัญญา ที่ขอให้ปรับปรุงถนนพุทธมณฑลสาย 1 และถนนศาลธนบุรี

ชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่ง ถึงเรื่อง “รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2” ว่าต้องนำเข้าสภา กทม.ให้เร็วที่สุด ในการประชุมสภาครั้งหน้า มี 3 เรื่องสำคัญคือ การเก็บค่าโดยสาร, สัญญาที่มอบหมายงานให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) และภาพรวมการทำงานของบีทีเอส ที่ล่าสุด ได้มีตั้งคณะทำงาน 3 คนจากสภา กทม. และหารือกับ รองผู้ว่าฯวิศณุ 1 รอบ สรุปว่าการเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 จะเป็นไปตามแผนเดิม เดือนกันยายนนี้

รอบนี้ ที่เป็นไฮไลต์คือ ที่ประชุมเสนอ 2 ญัตติพิเศษจากผู้ว่าฯ ได้แก่ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การให้เงินรางวัลประจำปีแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร พ.ศ. … และญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ทุนส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์สาธารณสุข พ.ศ. … ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีกฎรองรับเรื่องนี้

เห็นด้วย เงินขวัญถุงข้าราชการ แต่คาใจ ‘ดีแค่ไหน เรียกว่าดี’

สำหรับปมเงินรางวัลประจำปีแก่ข้าราชการ กทม. มี ส.ก.หลายท่านส่งเสียงรับว่า “เห็นด้วย”

อย่าง กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย มองว่าหากข้อบัญญัตินี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นขวัญกำลังใจให้ข้าราชการและลูกจ้างทุกคนที่จะได้รับโบนัส

“เขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ผ่านมา เป็นขวัญและกำลังใจให้เขาได้ทำงานต่อไปในยุคที่ผู้ว่าฯคนปัจจุบันมุ่งมั่นให้พนักงานมีกำลังใจ เพราะผู้บริหารระดับบนมองเห็นความสำคัญถึงการทำงานของเขาเหล่านั้น” ส.ก.เขตดอนเมือง บอก

บ้างเห็นด้วย แถมค้านบ้างจุด เช่น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง มองพนักงานทำความสะอาด ลอกท่อ เห็นผู้ว่าฯทีไร เข้าหาทุกครั้งเพราะเขารู้ คือ “แสงของผู้นำที่แท้จริง” เห็นแก่ข้าราชการทุกระดับชั้น

“แต่ผมอยากจะตั้ง 1 ข้อสังเกต คือการบรรจุลูกจ้างประจำ จากการพูดคุย พบว่าหลักเกณฑ์ไม่มี ทำงานมา 17-20 ปี ‘ทำดีแค่ไหนถึงเรียกว่าดี’ จนเป็นเสียงวิพากษ์ อยากเป็นพนักงานบรรจุต้องมีสีเทาตามมา (แบงก์เทา) ปัญหานี้ต้องวางกรอบหลักเกณฑ์ให้ติดตาม-ตรวจสอบได้ การให้เงินรางวัลแก่ข้าราชการ หรือโบนัสที่ไม่ชัดเจน อย่าให้วนมาอีหรอบเดิม บรรจุกับไม่บรรจุ คือกรณีตัวอย่าง” ดร.จอห์น ฝากอุดรูโหว่

ด้าน นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม ลุกขึ้นจับไมค์เห็นด้วยกับการให้โบนัส เจอ ส.ก.ที่นั่งข้างแซวน้ำเสียง

เจ้าตัวบอก “เสียงต้องหล่อหน่อยครับพี่”

ส.ก.นวรัตน์บอกว่า ส่วนตัวลงพื้นที่เจอคนกวาดถนน เก็บขยะไม่ว่ากลางวัน หรือกลางคืน มีเท่าไหร่ในกระเป๋า ต้องจัดให้เลย สงสาร

รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ ยังตอบข้อสงสัยของ นภาพล จีระกุล ส.ส.บางกอกน้อย ที่ว่าเอาเงินจากไหน ?

โดยจะจ่ายจากเงินเหลือจ่ายปีก่อน โอนเข้ามาที่งบกลาง มีคณะกรรมการเป็นบุคคลภายนอก ประเมินผลคะแนนแต่ละคน มีกรรมการอีกชุดกำหนดเกณฑ์ของคะแนนว่าจะได้โบนัสเท่าไหร่ สรุปว่า ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 2 พิจารณาทั้ง 2 เรื่อง คือ เงินโบนัสข้าราชการที่ทำงานดี และทุนวิจัยด้านการแพทย์ คณะละ 16 ท่าน กำหนดพิจารณาภายใน 15 วัน

ท้วงชะลอ ฟังเสียงชาวบ้านวิศณุแจงสร้าง ‘สะพานเกียกกาย’

ในช่วงแรก พีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท พรรคก้าวไกล เปิดประเด็น ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายบริหาร ที่ต้องการจะทำสะพานข้ามแม่น้ำแยกเกียกกาย ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติไม่เห็นด้วย
ที่จะสร้างติดรัฐสภา

“พีรพล” ออกปากว่า ส่วนตัวไม่ได้คัดค้าน แต่คัดค้านว่าโครงการจะสร้างความเดือดร้อน สมควรให้ประชาชนรับฟังก่อน

“ในฐานะที่ กทม.ได้รับเงินอุดหนุนนี้มา และเงินอุดหนุนบางส่วนยังอยู่ เงินอุดหนุนที่มีการของบประมาณครั้งนี้จำนวนไม่มาก สามารถชะลอไปได้ก่อนได้ ควรจะรับฟังว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร ชะลอไว้ เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปแก้ปัญหาด้านอื่นก่อน” รองประธานฯ วิสามัญกล่าวต่อหน้า สภา กทม.

ถึงที วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะฝ่ายบริหาร ชี้แจงถึงโครงการก่อสร้างว่า แบ่งเป็น 5 ช่วงคือ ช่วงที่ 1 ฝั่งธนบุรี, ช่วงที่ 2 สะพานข้ามแม่น้ำ, ช่วงที่ 3 จากฝั่งพระนคร ริมน้ำเจ้าพระยา ถึงสะพานแดง, ช่วงที่ 4 จากสะพานแดง-ถนนพระราม 5, ช่วงที่ 5 จาก พระราม 5-ถนนพหลโยธิน

“ทาง กทม. ได้เข้ารับฟังความเห็น มีข้อสรุปว่า เรื่องการเวนคืนที่ดิน เราจะยุติโครงการในช่วงที่ 4-5 แต่เราทำช่วงที่ 1-3 ซึ่งได้ดำเนินการได้เจรจากับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ได้ข้อยุติตามนี้ ส่วนเรื่องของพื้นที่ที่อาจเบียดบังอาคารรัฐสภา ก็ได้มีการปรับแบบแผนทางขึ้น-ลง ไม่ให้บังรัฐสภา ซึ่งทางรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีมีความเห็นชอบรูปแบบเรียบร้อยแล้ว” นายวิศณุกล่าว

‘ต้นไม้ ทะเลาะสายไฟ’ถามหาศิลปะ ถึงเวลาคิดใหม่

วิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ จากประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นค้าน ในส่วนของงบค่าคุรุภัณฑ์ ‘รถบรรทุกดีเซล’ ขนาด 1 ตัน 850,000 บาท ยกภารกิจของสำนักสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องควบคุมปริมาณมลพิษทางอากาศ สร้างความพร้อม และรับมือต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สนับสนุนลดการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจก แต่กลับตั้งงบที่ย้อนแย้งกับพันธกิจ

“ถึงเวลาหรือยัง กทม. และสำนักสิ่งแวดล้อม จะคิดถึงเรื่องพลังงานอื่นที่ไม่ใช่ดีเซล เข้ามาทดแทนพลังงานที่กำลังจะสูญสิ้นไป” ส.ก.วิรัชฝากไว้ให้คิด ในการพิจารณางบปีต่อไป

ทั้งยังมองว่า กรุงเทพฯมีการจัดการต้นไม้ที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก ใช้รถที่สร้างมลภาวะ วิ่งไปตามถนนและอัดฉีดน้ำไปที่ต้นไม้

“ทำแบบนี้กันมาเป็น 10-20 ปี มีวิธีการรดน้ำต้นไม้ที่ไม่ใช่วิธีนี้หรือไม่ มันคือการ ‘รดต้นไม้ หรือลดต้นไม้’ เป็นงานที่ไม่มีวันจบ และเป็นความสูญเสีย เราเปลี่ยนวิธีการรดน้ำต้นไม้ได้หรือไม่” วิรัชถามที่ประชุม

พร้อมเสนอว่า ควรปลูกต้นไม้ให้เข้ากับบรรยากาศของเมือง ไม่ใช่ปลูกเฉยๆ ต้องมี “ศิลปะ” รวมถึงการปลูกต้นไม้บนฟุตปาธขนาด 1-1.20 เมตร ทำให้เกะกะขวางทางสัญจร

“สิ่งที่เราได้จากต้นไม้มหาศาล แต่มันย้อนแย้งกับสายไฟ ‘ต้นไม้ของ กทม. กับสายไฟ ของการไฟฟ้านครหลวง มันทะเลาะกันทุกวัน’ กทม.รับผิดชอบ บอกตัดไม่ได้อาจอันตรายกับเจ้าหน้าที่ ต้องประสานให้การไฟฟ้าเป็นคนตัด กว่าจะมา ชาวบ้านร้องอีก

ผมว่ายังมีต้นไม้อีกหลายชนิด จะเป็นไม้พุ่มที่ตัดแต่งให้เป็นทรงกรวย ทรงกลม อาจเป็นไทร ต้นแก้ว หรือต้นอื่นๆ สำนักสิ่งแวดล้อมรู้ดี จึงขอแค่ปรับแนวคิด” วิรัชเสนอแนะ ก่อนถอนคำพูดเห็นแย้ง เนื่องจากแค่ต้องการแสดงความเห็น

ท้วงงบ ‘โรดโชว์ เทรดโชว์’ ยัน ‘จำเป็น’เปรียบเครื่องมือดูดเงิน-นทท.

อีกหนึ่งประเด็นที่สภาให้ความสนใจ หนีไม่พ้น โครงการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในต่างประเทศ (โรดโชว์ เทรดโชว์) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึง 15,014,700 บาท เป็นการนำของดีของไทย ไปโชว์ต่างชาติ

พีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท พรรคก้าวไกล เห็นว่าเป็นโครงการที่ดี แต่ควรจะเป็นภารกิจระดับชาติ ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่ง กทม.ควรใช้งบก้อนนี้ไปดูแล กทม.ด้าน
อื่นแทน

ไม่รีรอ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ในฐานะรองผู้ว่าฯกทม.ลุกขึ้นชี้แจงว่า โรดโชว์ เทรดโชว์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเล็ง 3 เมืองสำคัญ คือ เบอร์ลิน มุมไบ และดูไบ ซึ่งจะทำให้เกิดนักท่องเที่ยวยุโรป และอินเดีย เป็นนักท่องเที่ยวระดับ 1 จะส่งผลให้เกิดเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ

“ตัวอย่างที่ประเทศเยอรมนี จะทำให้เกิดนักท่องเที่ยวมาเงินสะพัด 50,000 กว่าล้านบาท อินเดีย 80,000 กว่าล้านบาท และตะวันออกกลางอีก 11,000 ล้านบาท จากตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยว จึงคิดว่าเป็นตัวเลขสำคัญ” รองผู้ว่าฯให้เหตุผล สรุปว่า ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม

ฮาสภา กทม. แซวรองฯ จักกพันธุ์ ‘รู้ทุกเรื่อง’

หลังจากที่ ณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นขอสงวนความเห็น 3 รายการ อาทิ รายการเกี่ยวกับค่าวัสดุน้ำมันงานดูแลสวนและพื้นที่สีเขียว

ในช่วงหนึ่ง จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. แจงยอดการใช้น้ำมันของเขตลาดพร้าว 3 ล้านบาท ในส่วนของงานปลูกว่ายังคงเป็นยอดเท่าเดิม พร้อมยกเหตุผลอัตราค่าน้ำมันปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งถ้างบใช้ไม่หมดก็จะตกเป็นเงินสะสมดึงกลับมาใช้ได้ มั่นใจว่าไม่สูญเปล่า แต่ถ้าตัดออกไปอาจกระทบต่อกลุ่มงานปลูก ในฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ

ไม่กี่พริบตาต่อมา รองผู้ว่าฯที่ตรากตรำลงพื้นที่ ลุกขึ้นอธิบายถึงการของบหนุน “ศูนย์ประสานงานธนาคารสมองของ กทม.” จำนวน 10,000 บาท

หลังสิ้นสุดเสียงเชิญของ ‘สุทธิชัย’ “ขอให้รองฯจักกพันธุ์ รู้ทุกเรื่องครับ” โดยผู้ว่าฯกทม. และสมาชิก ส.ก.ต่างส่งเสียงหัวเราะ ที่แซวว่า รองผู้ว่าฯท่านนี้รอบรู้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกประเด็น

แจงยิบของบ 1 หมื่น ‘ไม่มาก แต่ภาษีประชาชน’

รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์แจงการของบ 10,000 บาท ส่วนรายการที่ 2 งานพัฒนาชุมชน บริการสังคม แบบละเอียดว่า เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานสมองของ กทม. เพราะผู้สูงอายุมีจำนวนเยอะขึ้น แต่ขณะเดียวกัน มีคุณูปการมากมายกับสังคมบ้านเรา

“สำนักงานเขตลาดพร้าว ปี 2565 ได้มีการคัดเลือกภูมิปัญญาผู้สูงอายุ 1 ท่าน อายุถึง 89 ปี ท่านมีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับวรรณกรรม เขียนนวนิยายเกือบ 200 เรื่อง เพียงแค่ปีละ 10,000 บาท แม้ไม่มาก แต่ก็เป็นภาษีประชาชน การที่เรามีโอกาสดูแลผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุมีความรู้ความสามารถ ให้ความรู้กับบุตรหลานของเราในอนาคต กับเด็ก เยาวชนของเรา จะก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชุน ที่ กทม.มีความต้องการที่จะดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีจำนวนมากขึ้นต่อไป จึงขอให้พิจารณาคงยอดนี้ไว้” รองผู้ว่าฯให้ความเห็น

79,719 ล้าน ผ่านฉลุย ย้ำสร้างความเชื่อมั่น ‘ประชาธิปไตย โปร่งใส’

ฟาดฟันเกือบ 5 ชั่วโมง สภา กทม.เห็นชอบผ่านข้อบัญญัติ งบปี’66 จำนวน 79,719,012,050 บาท

“ชัชชาติ” ขอบคุณสภา กทม. รับปากจะใช้งบด้วยความรอบคอบ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าที่สุด เพื่อการบริการโดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

“ภาระหน้าที่ของฝ่ายบริหาร และสภา กทม.ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ดูแลประชาชน บทบาทที่สำคัญ คือ การสร้างความมั่นใจและไว้ใจให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยเชื่อมั่นว่ายังคงเป็นระบอบการปกครองที่เข้มแข็ง ตอบโจทย์ และโปร่งใส โดยเฉพาะการกระจายอำนาจท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ อำนาจของฝ่ายบริหารและอำนาจของสภา กทม. จึงสามารถตอบโจทย์ประชาชน ด้านความโปร่งใสและคุ้มค่าได้เป็นอย่างดี” ชัชชาติทิ้งท้าย

อธิษฐาน จันทร์กลม

ศศวัชร์ คมนียวนิช