นับเป็นคำที่ได้ยินบ่อยครั้งและถูกขีดเส้นใต้ไฮไลต์มากขึ้นทุกที สำหรับ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ทั้งโควิด-19 ทั้งการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย และอีกหลากหลายปัจจัย
ล่าสุด สหประชาชาติ หรือ UN คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ ทั่วโลกจะมีประชากรทั้งสิ้นราว 8 พันล้านคน ซึ่งการเติบโตที่เกิดขึ้นอาจนำมาซึ่งปัญหาความมั่นคงในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะความมั่นคงทางอาหาร ที่นับเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของประชากรทั่วทุกมุมโลก
รายงานโภชนาการและความมั่นคงทางอาหารแห่งสหประชาชาติ ฉบับปี 2565 รายงานว่า ประชากรราว 800 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 10 ของประชากรโลกกำลังได้รับผลกระทบความหิวโหยจากทั้งจากวิกฤตการณ์โรคโควิด-19 วิกฤตทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนวัตถุดิบ และความปลอดภัยของอาหารที่เริ่มลดลง
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หาแนวทางสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศผ่านการสร้างสตาร์ต อัพ อีกทั้งนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกมิติ และตอกย้ำความเป็นฟู้ดเทคซิลิคอนวัลเลย์ และครัวของโลกที่ไม่ได้มีดีแค่อาหารอร่อยหรือผลิตปริมาณอาหารได้ตามความต้องการได้เพียงอย่างเดียว
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ. NIA เกริ่นว่าพื้นที่ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกและผลิตอาหารออกมาได้หลายชนิด จึงมีความมั่นคงทางอาหารอยู่ในเกณฑ์สูง ต่างจากอีกหลายประเทศที่ต้องเผชิญภาวะการขาดแคลนอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ดัชนีความสุข และยังทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันในอีกหลายเรื่องลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงความมั่นคงทางอาหารของไทยและทั่วโลกในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกประเทศล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางทำให้อาหารบางชนิดที่เคยได้รับอยู่ในสภาวะขาดแคลน และหากคาดการณ์ถึงอนาคตก็จะพบว่า การที่ประชากรโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาวะโลกร้อน แรงงานด้านเกษตรลดลง สิ่งเหลือทิ้งที่เกิดจากการบริโภค จะยิ่งตอกย้ำให้เห็นภาพของความมั่นคงทางอาหารที่จำเป็นต้องหาทางออกอย่างจริงจัง เพื่อให้ระดับความมั่นคงทางอาหารก้าวไปสู่ทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

‘ฟู้ดเทคสตาร์ตอัพ’ จิ๊กซอว์ความมั่นคงทางอาหารที่คุ้ม(ลง)ทุน
ดร.พันธุ์อาจ เผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีระบบโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง
จึงทำให้อุตสาหกรรมอาหารโดดเด่นทั้งระดับประเทศและระดับโลก แต่มิติของการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยังไม่มีความหลากหลาย เพราะตลาดส่วนใหญ่หยุดอยู่ในระดับเอสเอ็มอี
ที่เน้นบริโภคภายในประเทศ และขาดการวิจัยและพัฒนา NIA จึงตั้งเป้าหมายที่จะบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของธุรกิจด้านเทคโนโลยีอาหาร หรือ FoodTech เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมแก้ปัญหา 9 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ อาหารเพื่อสุขภาพ โปรตีนทางเลือก กระบวนการผลิตอัจฉริยะ บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต ส่วนผสมและอาหารใหม่ วัสดุชีวภาพและสารเคมี เทคโนโลยีการบริหารจัดการร้านอาหาร การตรวจสอบควบคุมคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร และการบริการอัจฉริยะด้านอาหาร ซึ่งในทุกการเกิดขึ้นของสตาร์ตอัพและนวัตกรรมมักจะทำให้ทุกคนได้เห็นสิ่งใหม่ที่มีมูลค่าหรือโซลูชั่นที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงเป้า
“นอกจากการปั้นสตาร์ตอัพเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารแล้ว NIA ยังมีเป้าหมายที่จะผลักดันกรุงเทพมหานครให้เป็น ฟู้ดเทค ซิลิคอนวัลเลย์ หรือ ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับโลก เป็นจุดพบปะของสตาร์ตอัพและ นักลงทุนในพื้นที่แห่งเทคโนโลยีอาหารขั้นสูง (ดีพเทค) และเป็นแลนด์มาร์กแห่งการพัฒนาวัตถุดิบที่มีในประเทศให้เกิดมูลค่าสูงขึ้น
หากมองภาพรวมด้านการลงทุนของสตาร์ตอัพทั่วโลกจะพบว่าธุรกิจที่เป็นดีพเทคด้านอาหารและเกษตรยังเติบโตต่อเนื่อง ไม่แพ้ธุรกิจกลุ่มอี-คอมเมิร์ซและฟินเทค ซึ่งประเทศไทยมีบริษัทและกลุ่มธุรกิจด้านอาหารที่มีห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2025 ตลาดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาหาร หรือ FoodTech จะมีมูลค่าสูงถึง 7.76 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากเป้าหมายในการผลักดันกรุงเทพมหานครให้เป็นฟู้ดเทคซิลิคอนวัลเลย์ผ่านโครงการสเปซเอฟ
(Space-F) ที่ดำเนินมากว่า 3 ปี เกิดฟู้ดเทคสตาร์ตอัพแล้วกว่า 50 ราย ซึ่งอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต และได้รับการลงทุนจากธุรกิจเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนทดแทน โปรตีนทางเลือก” ดร.พันธุ์อาจกล่าว

จากโปรตีนเกษตร สู่‘แพลนต์เบส’
ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นทางเลือกใหม่
แน่นนอนว่า เมื่อเอ่ยถึงโปรตีนทางเลือก แพลนต์เบส ย่อมผุดขึ้นมาในความคิด ตอบโจทย์การเลือกบริโภคอาหารของคนยุคใหม่ เพราะมีประโยชน์ทั้งในแง่การควบคุมน้ำหนัก ลดการอักเสบของร่างกาย และยังลดความเสี่ยงโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ทำให้ผู้ประกอบการทั้งกลุ่มร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์สโตร์ มีการเพิ่มพื้นที่วางจำหน่ายเทียบเท่ากับการจำหน่ายเนื้อสัตว์จริง รวมถึงพัฒนาเมนูที่มีวัตถุดิบเป็นแพลนต์เบสเพิ่มขึ้น เช่น สเต๊ก และ แฮมเบอร์เกอร์ที่เริ่มต้นจากการผลิตของสตาร์ตอัพรายเล็ก จนธุรกิจขนาดใหญ่หันมาทำตามอีกหลากหลายเมนู เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนเป็นอาหารเพื่อดูแลสุขภาพมากขึ้น
วรกันต์ ธนโชติวรพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งแพลนต์เบสแบรนด์ดังจาก “เห็ดแครง” อย่าง MoreMeat กล่าวว่า “แพลนต์เบส” ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะในไทยมีนวัตกรรมอาหารจากพืชมานานแล้ว แรกเริ่มเรียกว่าโปรตีนเกษตร เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูง แต่ปรุงอาหารยาก จึงมีการพัฒนาเปลี่ยนมาใช้แป้งสาลีแปรรูปแต่งสีปรุงรสให้เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ จนถึงปัจจุบันที่เรียกว่า แพลนต์เบส มีต นวัตกรรมอาหารที่ดัดแปลงโปรตีนจากพืชมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโภชนาการหลากหลาย เช่น วิตามินบี 12 กรดอะมิโน ธาตุเหล็ก รวมถึงแคลเซียมทัดเทียมกับเนื้อสัตว์
ซึ่งแพลนต์เบสนอกจากการดึงโปรตีนมาใช้ ยังมีนวัตกรรมการให้ความเย็นฉับพลันเพื่อน็อกคุณค่าทางโภชนาการอาหารให้มีคุณภาพสูงสุดตั้งแต่โรงงานที่ผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาสนใจแพลนต์เบส มีต มากขึ้น เพราะสามารถใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย ทานแล้วอิ่ม และมีคุณค่าทางโภชนาการครบหมู่
“แพลนต์เบสไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่จะเป็นสิ่งที่มีตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ปัจจุบันคนสามารถเลือกทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และมีโปรตีนจากพืชเป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ในปี 2022 เวลาสอนเด็กรุ่นใหม่ก็ต้องบอกว่าโปรตีนได้จากเนื้อ นม ไข่ และพืช ซึ่งไม่ใช่การช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์ แต่ผู้ผลิตต้องการทำแพลนต์เบสให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น บริโภคง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ราคาจับต้องได้มากขึ้น สำคัญที่สุดคือการให้ความรู้ผู้บริโภคและความโปร่งใสของตัววัตถุดิบที่ใช้ทำแพลนต์เบส มีต ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ MoreMeat จะผ่านกระบวนการแปรรูปต่ำและมีวัตถุเจือปนในอาหารต่ำที่สุดในตลาด ทำให้กลุ่มคนที่บริโภคอาหารเจ ฮาลาล หรืออาหารสุขภาพสามารถรับประทานได้” วรกันต์กล่าว
MoreMeat จ่อต่อยอด‘ข้าว’ พัฒนาผิวสัมผัส
สำหรับประเด็นความมั่นคงทางอาหาร วรกันต์ เผยว่า MoreMeat ตอบโจทย์องค์ประกอบได้ครบทุกประเด็น ทั้งด้านการได้รับอาหารที่เพียงพอ เพราะผลิตจากพืชและวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศถึง 80% ด้านการเข้าถึงอาหารได้ง่าย ราคาจำหน่ายเป็นธรรม
ช่องทางการซื้อครอบคลุม ด้านการใช้ประโยชน์จากอาหาร มีคุณค่าทางอาหารที่ดีและปลอดภัย การผลิตถูกสุขอนามัย มีมาตรฐาน อย. รวมถึงด้านของการมีเสถียรภาพด้านอาหาร เนื่องจากเห็ดแครงเป็นวัตถุดิบที่ปลูกในประเทศได้ มีผลผลิตทุก 2 สัปดาห์ ไม่มีตัวแปรเรื่องอากาศ สภาพแวดล้อมทางภูมิภาคต่างๆ เพราะปัจจุบันใช้การปลูกภายในโรงเรือนแทนการปลูกตามธรรมชาติ จึงสามารถควบคุมมาตรฐานและปลูกได้ตลอดปี ทำให้ More Meat สามารถสร้างความมั่นคง
ทางอาหารได้ ต่างจากเนื้อสัตว์ที่มีปัญหาหลายด้าน ทั้งความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้นสวนทางพื้นที่ทำปศุสัตว์ที่มีจำกัด ทำให้ เสถียรภาพทางอาหารของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ลดลง แพลนต์เบสฟู้ดจะเข้ามาตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารได้อย่างคุ้มค่าทั้งปัจจุบันและในอนาคต
“MoreMeat โฟกัสที่อาหารพร้อมปรุงที่ใช้งานง่าย เก็บรักษาง่าย เพราะอยากให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ของการทำอาหาร ผัด ต้ม ทำให้สีสันของการบริโภคอาหารมีความสนุกมากขึ้น
หลังจากนี้เตรียมต่อยอดนำนวัตกรรมการผลิตอาหารรูปแบบใหม่เข้ามาพัฒนาสินค้าจากพืชท้องถิ่นประเภทข้าว เพื่อพัฒนาผิวสัมผัสให้ ตอบโจทย์ผู้บริโภคและร้านอาหารมากขึ้น และยังเป็นการ
กระจายพื้นที่ส่งเสริมด้านเกษตรกรอีกด้วย” ผู้ร่วมก่อตั้งแพลนต์เบสแบรนด์ดังอธิบาย
เปิดผลวิจัย ไทยน่าห่วง สารอันตรายเจือปนเพียบ-น้ำมันทอดซ้ำ

ปิดท้ายที่ความเห็นจาก ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ และอดีตผู้อำนวยการสถาบันประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเผยข้อมูลว่าจากการทำวิจัยด้านสุขภาพ อนามัย ของประชากรไทย พบปัญหาที่น่าเป็นห่วงในเรื่องของอาหารที่มีการเจือปนสารอันตราย เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฟอร์มาลิน สารฟอกขาว สารกันรากันบูด ยาฆ่าแมลง รวมถึงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรไทยป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น หากพูดถึงความมั่นคงทางอาหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการหรือนวัตกรรมที่ลดการใช้สารอันตราย เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรไทยที่เป็นวัยสูงอายุให้มีอายุยืนขึ้นและปราศจากภาวะทุพพลภาพด้วยการดูแลเรื่องของอาหารและสุขภาพอนามัยควบคู่กันไปด้วย
“ประชากรในแถบยุโรปหรืออาเซียนตัวเลขประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ส่วนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์แล้วประมาณ 20% ดังนั้น การทำให้ประชากรมีสุขภาพดีทุกส่วนต้องเชื่อมโยงกับการมีอาหารที่ดีและเพียงพอ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในหลายด้าน อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ ปรับราคา สูงขึ้นมาก อาจจะต้องหาผักผลไม้ หรืออาหารทางเลือกที่มีสารอาหารครบมาทดแทน ถ้าแก้ได้จะทำให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพ และเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพกายและสมองที่ดีทุกส่วน” ศ.ดร.เกื้อแนะ

