48 ชั่วโมง ความเคลื่อนไหวภาคประชาชน ก่อน-หลัง มติ บิ๊กตู่ ‘พักก่อน’

27.08.22 | 12:12 น.
48 ชั่วโมง ความเคลื่อนไหวภาคประชาชน ก่อน-หลัง มติ บิ๊กตู่‘พักก่อน’
มิ้นต์ กลุ่มนาดสินปฏิวัติ ร่ายรำหลังพิธีกรรมสาปแช่งเผด็จการ เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 23 ส.ค.

 

48 ชั่วโมง

ความเคลื่อนไหวภาคประชาชน

ก่อน-หลัง มติ บิ๊กตู่ ‘พักก่อน’

เซอร์ไพรส์!

Advertisement

คือคำในใจของหลายต่อหลายคน ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ จนถึงชาวบ้าน ในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 : 4 สั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ส่งผลให้ ‘บิ๊กป้อม’ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ผงาดขึ้นรักษาการนายกฯ แทน

ย้อนเวลากลับไปในช่วง 48 ชั่วโมง ก่อนและหลังมีคำสั่งศาล เกิดความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของภาคประชาชน แม้ห่างไกลจากคำว่า ‘ม็อบใหญ่’ ทว่า เกิดการดาวกระจายโดยไม่ได้จงใจวางยุทธศาสตร์ หากแต่เป็นความเห็นพ้องต้องกันของผู้คนหลากหลายกลุ่มในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ยืนยันว่าไม่ต้องการมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ประยุทธ์ อีกต่อไปหลัง 23 สิงหาคม 2565

ไหนจะถ้อยแถลงขององค์กรนักศึกษา 14 มหาวิทยาลัยที่ลงนามร่วมกัน ยืนยันต้องคืนอธิปไตยให้กับประชาชนโดยทันทีโดยไม่มีข้อแม้

ครั้นต่อมา เมื่อมติศาลออกมาแน่ชัด แม้ม็อบตัดสินใจ ‘เลิกไว’ แต่ยังยืนยันเดินหน้าค้านรัฐบาลเผด็จการ เหล่านักวิชาการยังเปิด ‘มติภาคประชาชน’ หน้าศาลฎีกา

มือดีมือไว เปลี่ยนเนื้อหาในสารานุกรมเสรี ‘วิกิพีเดีย’ จารึกประวัติศาสตร์ ประวิตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เริ่มนับ 0 ปี 0 วัน เมื่อ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

อาชีวะจุดพลุ ‘รับน้องป้อม’ นั่งนายกฯ ขัดตาทัพสว่างไสวยามค่ำ ณ สามเหลี่ยมดินแดง

มาย้อนบรรยากาศแห่งห้วงเวลาสำคัญที่ต้องบันทึกไว้เป็นในบรรทัดของจดหมายเหตุฉบับประชาชน

 

ม็อบทั่วกรุง มุ่งจี้ประยุทธ์ หยุดไปต่อ ‘ต้องพอแค่นี้’

24 ชั่วโมง ก่อน 24 สิงหาคม การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เกิดขึ้นอย่างน้อย 5 จุดในกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นเมื่อเวลาราว 09.30 น. เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน นำโดย ธนพร วิจันทร์ หรือ ไหม พาผู้ร่วมอุดมการณ์ประชิดทำเนียบรัฐบาล ประตู 4 ชูธง ‘พอกันทีนายกฯเถื่อน’ เรียกร้องให้ลดราคาน้ำมัน ควบคุมราคาสินค้า, ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 425 บาทเท่ากันทั่วประเทศ และ ประยุทธ์ต้องลาออกทันที ย้ำสโลแกน ‘ประยุทธ์อยู่ ทุนใหญ่ร่ำรวย คนซวยคือประชาชน’ คว้าไมค์ซัดเผด็จการเกาะกินสังคมไทย 8 ปี ที่แรงงานสิ้นหวัง คนตกงานเพียบ ปิดท้ายด้วยการเผาหุ่นจำลองนายกรัฐมนตรี ก่อนแยกย้าย

เครือข่ายแรงงานฯ ประชิดทำเนียบ เรียกร้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ย้ำประยุทธ์ต้องลาออก 23 ส.ค.
เครือข่ายรามฯ ราดน้ำแดงหน้าสภา 23 ส.ค.
คอนเทนเนอร์กั้นทำเนียบรัฐบาล

ตัดภาพไปในช่วงเวลาเดียวกัน ณ รัฐสภา เกียกกาย ฝั่งประตูวัดแก้วฟ้าจุฬามณี เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำโดย กุ๊ก นันทพงศ์ ปานมาศ จัดทีมนักศึกษาปราศรัยเดือดกลางแดด ชำแหละ ‘มรสุม 8 ปี พอกันที คนดีย์ จันทร์โอชา’ พร้อมดราม่าจัดเต็มราดรดน้ำแดงเสมือนเลือดเนื้อประชาชนบนเรือนร่างผู้คนที่ถูกลากจูงโดย ‘โอม อานนท์’ ผู้ประสานงานเครือข่าย และตัวแทนกลุ่ม South Move on ภายใต้หน้ากากใบหน้าพลเอกประยุทธ์ ปากล้วย ฉีดสเปรย์ ส่งมินิฮาร์ท ปิดท้ายด้วยการยื่นหนังสือถึงประธานสภา ชวน หลีกภัย ส่งผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมอ่านแถลงการณ์ยืนยันประยุทธ์ไร้ความชอบธรรม

ในภาคบ่าย มวลชนอิสระนัดหมาย ‘ยืนหยุดขัง’ ก่อน ‘เดินไล่….’ (สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง) ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เผชิญหน้าตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) หลากหลายด้าน แต่ก็ผ่านไปได้จนถึงแยกนางเลิ้งช่วงค่ำ ปักหลักริมรั้วเหล็กบนถนนพิษณุโลก หน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม ประกาศค้างคืน

มวลชนอิสระ ปักหลักบนถนนพิษณุโลก ทำเนียบรัฐบาล 23-24 ส.ค.

ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มโรนิน ฝั่งธน, อาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและราษฎรไล่ตู่ วัยรุ่นใจร้อน มารอตั้งแต่เที่ยงแน่นร้านแมคโดนัลด์ ราชดำเนิน แม้นัดหมาย 4 โมงเย็น สมทบด้วยกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ขับรถเครื่องเสียงร่วมแจมขับไล่ประยุทธ์หัวมุมถนนดินสอฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยาที่มีสอบครั้งสำคัญ ม็อบประกาศใช้เสียงหลัง 16.30 น. ก่อนหน้านั้น ขอไล่ตู่แบบแผ่วเบา เพื่อน้องๆ ได้ใช้สมาธิ

เย็นย่ำ ลงถนนราชดำเนิน กระทำการ ‘มูเตลู’ เผาพริกเผาเกลือแช่งเผด็จการ นำโดย ‘มานี’ นักกิจกรรมหญิง พร้อมด้วย ‘มิ้นต์ นาดสินปฏิวัติ’ ร่ายรำชดช้อยเบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ในช่วงค่ำ บอย ธัชพงศ์ แกดำ และ ตี้พะเยา วรรณวลี ธรรมสัตยา คืนสังเวียนหลังห่างหายไปนานจากเงื่อนไขประกันของศาล เคลื่อนรถเปิดท้ายมีป้าย ‘ไฟเย็น’ เปิดฟรีไมค์ให้ปราศรัยแบบไร้เพดาน ชักศพจำลองแขวนในจุดต่างๆ ใต้พานรัฐธรรมนูญ

ถนนทุกสายไป ‘ทำเนียบรัฐบาล’ เคลื่อนพลผนึก ‘เคาต์ดาวน์’

กระทั่งราว 20.30 น. ‘มานี’ ประกาศเดินทางไปสมทบขบวนมวลชนอิสระจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซึ่งสแตนด์บายทำเนียบรัฐบาล ใครใคร่ไป ไป ใครใคร่ปักหลักราชดำเนิน เชิญได้ตามความสมัครใจ ตั้งขบวนนำโดยกลุ่มรถจักรยานยนต์ ตามด้วยคนเดินเท้า ใช้ถนนราชดำเนิน ข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าสู่ถนนนครสวรรค์ พบปะ คฝ. ตามแยกต่างๆ เป็นระยะ กระทั่งถึงจุดหมาย หลอมรวมม็อบ 2 ขบวนเข้าด้วยกัน แม้มีข่าวสะพัดว่าคืนนี้มี ‘สลายชุมนุม’ แต่ม็อบยังปักหลักปูเสื่อสาดฟังปราศรัย หนึ่งในนั้น คือ ธิษะณา ชุณหะวัณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ก้าวขึ้นรถหยิบไมค์ร่ายหลักการตามกฎหมายประเด็นบิ๊กตู่ 8 ปี

คณะหลอมรวมประชาชน นัดต่อเนื่อง 28 ส.ค. จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

ส่วนที่ลานคนเมือง บรรยากาศเวที ‘คณะหลอมรวมประชาชน’ นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา ในกิจกรรม ‘หยุด! 8 ปีประยุทธ์’ แถลงย้ำชัดตั้งแต่ช่วงเย็น ว่าไม่ค้างคืน และไม่ไปทำเนียบแน่นอน ขอ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. สบายใจ สถานการณ์ทั่วไปไม่มีอะไรหวือหวา เน้นผลัดปราศรัยในหลากหลายประเด็นก่อนเคาต์ดาวน์หน้าศาลาว่าการ กทม. แล้วจุดพลุควันอลังการแล้วแยกย้าย นัดใหม่อาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม

แร็พเยาวชนจุดพลุควันช่วงค่ำของวันที่ 23 ส.ค. บนถนนราชดำเนิน

24 สิงหา แฮชแท็ก #นายกเถื่อน พุ่ง ม็อบขุดปมนาฬิกา พลุดินแดงรับ ‘ป้อม’

เช้าตรู่ของวันพุธที่ 24 สิงหาคม แฮชแท็ก #นายกเถื่อน ไต่อันดับอย่างว่องไว พุ่งขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยแลนด์ ผู้ชุมนุมที่อ้างแรมจำนวนหนึ่งบนถนนพิษณุโลก ทำเนียบรัฐบาลยังปักหลัก ท่ามกลาง คฝ. ซึ่งตั้งตู้คอนเทนเนอร์พร้อมรับมือ

ครั้นช่วงเที่ยงวัน มติศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พลเอกประยุทธ์ ยุติปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย กลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดหมายไว้ก่อนหน้า อย่างมวลชนอิสระ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ยกเลิก ขับขี่รถจักรยานยนต์และเดินเท้ามายังทำเนียบรัฐบาล สมทบมวลชนที่ปักหลักตั้งแต่คืนวันที่ 23 สิงหาคม

‘อาเล็ก’ หรือ โชคดี ร่มพฤกษ์ กลุ่มศิลปินเพื่อราษฎร เปิดเพลง ‘นาฬิกาเพื่อน’ กระหึ่ม พร้อมระบุถึงเหตุผลที่ยังต้องม็อบต่อ เพราะ ‘คาใจ’ ในหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นปมนาฬิกาเพื่อนของ บิ๊กป้อม ประวิตร ที่ติดตา อีกทั้งสงสัยว่าเหตุใดศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีการจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่มีเพียงเอกสารเผยแพร่เท่านั้น ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก บ้างก็ว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนผู้เล่นในเกมเท่านั้น จึงยืนยันว่าจะสู้ต่อไป

ต่อมา มีการประกาศยุติกิจกรรมบริเวณทำเนียบในเวลาราว 2 ทุ่ม อ่านบทกวี ชู 3 นิ้ว เปล่งเสียงต่อต้านเผด็จการอย่างกึกก้อง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาชีวะ ยังไม่กลับ ขนถุงดำอัดแน่นด้วยถุงพลาสติกใส ใส่สีทาบ้านสีแดงผสมน้ำและแป้ง ระดมปาไปยังแถว คฝ. ในเชิงสัญลักษณ์ แน่นอนว่าด้วยระยะทางไกล ย่อมไปไม่ถึง ตกลงบนผิวจราจรถนนพิษณุโลก ฝั่งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล

‘อาชีวะ’ ปาสีทิ้งท้ายม็อบ 24 ส.ค.

ม็อบจุดนี้จบ อารมณ์ไม่จบ มวลชนไม่ทราบชื่อกลุ่มแน่ชัด จุดพลุที่สามเหลี่ยมดินแดง เพจ ‘ทะลุแก๊ซ’ รายงานว่า กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ ‘รับน้อง (ป้อม)’ รักษาการนายกฯ กลางดึก

ครช.เปิดคำวินิจฉัยทางวิชาการยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ต้องสิ้นสุดสถานะนายกฯ เมื่อ 24 ส.ค.

เผารูปคู่ ‘ตู่-ป้อม’ ครช.เปิด ‘คำวินิจฉัยฉบับประชาชน’

‘คำวินิจฉัยส่วนตนของปวงชนชาวไทย’ ติดตั้งหน้าศาลฎีกา ในกิจกรรมโดย ครช.

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวต้องขีดเส้นใต้หลังมติศาลรัฐธรรมนูญ คือการที่เหล่านักวิชาการในนาม คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) แถลง ‘เปิดคำวินิจฉัยฉบับประชาชน เหตุผลที่ประยุทธ์ไม่ควรอยู่อีกต่อไป’ หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ นำโดย รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักกิจกรรมอีกหลายราย อาทิ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา

เนื้อหายืนยันว่า การนับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2565 จึงทำให้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันเกินกว่า 8 ปีแล้ว และความเป็นนายกรัฐมนตรีจึงต้องสิ้นสุดลงไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 156 วรรคท้าย

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ทางออกของวิกฤตปัญหาในเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงคำตัดสินหรือการตีความกฎหมายตามหลักการเท่านั้น แต่จะต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ประชาชนคนไทยต้องร่วมกันก่อสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นกติกาของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่บทกฎหมายที่มาจากผู้มีอำนาจผู้หวังจะควบคุม ครอบงำ ครอบครองอำนาจสูงสุดของประชาชน

จากนั้น มีการเผารูปภาพทั้งเดี่ยวและคู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ปิดท้ายด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง

ไม่ต่างจากอุณหภูมิการเมืองไทยในห้วงเวลานี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจ