แท็งก์ความคิด : บ้านหนังสือชุมชน

28.08.22 | 12:24 น.
แท็งก์ความคิด : บ้านหนังสือชุมชน

แท็งก์ความคิด : บ้านหนังสือชุมชน

งบประมาณปี 2566 ผ่านสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2-3 มาแล้ว
หลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งคาดว่าจะผ่านฉลุย ทันได้ใช้วันที่ 1 ตุลาคมนี้

งบประมาณนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

พัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาชาติ

เชื่อไหมว่า รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยตัดงบประมาณพัฒนาคนออกไป

Advertisement

ข้อมูลนี้หลายคนทราบแล้ว แต่อีกหลายคนยังไม่ทราบ

ขอเล่าให้ฟัง

เรื่องของเรื่องเกิดมาจาก เครือมติชน มีความคิดจัดตั้งโครงการ “ชุมชนอุดมปัญญา” ขึ้นมา

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดชุมชน

เป็นวิถีการดำเนินงานของเครือมติชนที่เชื่อว่า คนไทยยังต้องการอ่านหนังสือ

เชื่อว่า หนังสือคือขุมทรัพย์ทางปัญญาของชุมชน

และเชื่อว่า หากชุมชนเข้มแข็ง ประเทศชาติก็แข็งแรง

แม้หลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเข้าใจว่า คนไทยไม่อ่านหนังสือกันแล้ว

แต่ด้วยการสัมผัสงานหนังสือหลายแห่งและหลายครั้ง ยังเชื่อว่าคนไทยต้องการหนังสืออยู่มาก

การดำเนินการโครงการ “ชุมชนอุดมปัญญา” ทำให้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลหนึ่งเกี่ยวกับ “บ้านหนังสือชุมชน” สะท้อนภาพการอ่านและการส่งเสริมการอ่านของประเทศได้ดี

“บ้านหนังสือชุมชน” เป็นโครงการของ กศน. จากเดิม กศน.ตั้งที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการอ่าน และถ่ายทอดความรู้

ต่อมากระทรวงศึกษาธิการต้องโอนที่อ่านหนังสือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย

ปรากฏว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมองว่างบประมาณมีจำกัด น่าจะนำไปพัฒนาเรื่องอื่นๆ ก่อน การจัดซื้อหนังสือให้ผู้คนในชุมชนได้อ่านจึงถดถอย

เมื่อที่อ่านหนังสือไม่มีหนังสือ การส่งเสริมการอ่านเริ่มประสบปัญหา

ต่อมา กศน.ผลักดันโครงการ “บ้านหนังสืออัจฉริยะ” จำนวน 4.1 หมื่นแห่งขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการอ่านและคงสภาพที่อ่านหนังสือในชุมชนเอาไว้

แต่พอปี 2559 รัฐบาลตัดงบประมาณซื้อหนังสือออกไป โดยเห็นว่าเป็นงบซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กรรมเวรก็ตกอยู่กับคนในชุมชนที่อยากอ่านหนังสือแต่ไม่มี

บ้านหนังสืออัจฉริยะ 4.1 หมื่นแห่ง มีหลายแห่งที่ยังต้องการหนังสือ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พบปะพูดคุยของคนในชุมชน เป็นแหล่งดึงดูดคนในชุมชนให้สนใจการอ่าน

กศน.จึงปรับเปลี่ยนชื่อ “บ้านหนังสืออัจฉริยะ” เป็น “บ้านหนังสือชุมชน”

แต่ทำได้แค่รับการสนับสนุนหนังสือจากผู้มีจิตอาสา เพราะมีงบประมาณจำกัด

รู้ไหมว่า จำนวนของ “บ้านหนังสืออัจฉริยะ” ที่เดิมมี 4.1 หมื่นแห่งนั้น ปัจจุบันเหลืออยู่ 23,401 แห่ง

จำแนกเป็น บ้านหนังสือชุมชนที่เป็นบ้านของผู้นำชุมชน 9,940 แห่ง บ้านหนังสือชุมชนที่ใช้บ้านผู้มีจิตศรัทธา 3,209 แห่ง

บ้านหนังสือชุมชนที่เป็นร้านค้าในหมู่บ้าน 5,909 แห่ง บ้านหนังสือชุมชนที่เป็นศาลาอเนกประสงค์ 3,035 แห่ง

และอื่นๆ อีก 1,308 แห่ง

แม้กาลเวลาล่วงเข้าสู่ปี 2565 แต่บ้านหนังสือชุมชนยังเป็นแหล่งการอ่าน และจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ในชุมชน

เป็นสถานที่พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้าใช้บริการ

บ้านหนังสือชุมชนเหล่านี้แหละที่จะเป็นแหล่งความรู้ให้คนในพื้นที่

หากได้หนังสือที่ทันสมัย และได้รับหนังสืออย่างต่อเนื่อง

คนในพื้นที่ย่อมได้รับข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และสาระบันเทิงจากหนังสือ

ได้รับโอกาสตักตวงข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตและการงาน

แม้ปัจจุบันหลายคนมองว่าการอ่านผ่านทางแท็บเล็ตได้รับความนิยมมากกว่า

แต่จากข้อมูลที่ปรากฏในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ยังต้องการอ่านหนังสือ และต้องการหนังสือ

ไม่น่าเชื่อว่า ชะตากรรม “บ้านหนังสือชุมชน” ผูกโยงกับความอารีของผู้ใจบุญ

จากข้อมูลที่ปรากฏ หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ เกรงว่า บ้านหนังสือชุมชนจะค่อยๆ หดหาย

วันนี้ถือเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนไอเดียเกี่ยวกับบ้านหนังสือชุมชน

ตอกย้ำความสำคัญของผู้สนับสนุนให้เกิดการอ่าน

การให้ความสำคัญต่อหนังสือ และการกระจายหนังสือให้ทั่วถึง

ณ บัดนี้ทุกอย่างสะท้อนให้เห็น

การส่งเสริมการอ่านต้องพึ่งพาทุกภาคส่วนช่วยกัน

ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือ

สร้างสังคมไทยให้นิยมการเรียนรู้ ผลักดันให้ทุกชุมชนส่งเสริมการอ่าน

ชูธง “ชุมชนเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง”

ทำให้ทั่วทุกพื้นที่อุดมไปด้วยปัญญา