‘คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด’
คือวาทะติดหูจากภาพยนตร์ดังที่ก้องกังวานในสังคมไทยมานานกว่าทศวรรษ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้ามาถึงของโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีต่างๆ ในยุคที่ Gen Z เติบโตมาพร้อมสิ่งเหล่านี้ นำมาซึ่งความกังวลของพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ‘เด็กสมัยนี้ไม่อ่านหนังสือกันแล้ว?’
แต่นั่นคือข้อเท็จจริงที่ถูกต้องหรือไม่ ?
ล่าสุด สถาบันอุทยานการเรียนรู้ หรือ ทีเค พาร์ค หน่วยงานในสังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ที่เปิดบริการมากว่า 17 ปี เผยสถิติการอ่านของคนไทยครึ่งปีแรกของ พ.ศ.2565 เพิ่มกว่า 200% จากผลสำรวจเปรียบเทียบกับปี 2564 ที่ผ่านมา โดยมียอดการยืมหนังสือเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อีกทั้งพบว่าคนรุ่นใหม่ Gen Z สมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น และนิยมหนังสือประเภทการ์ตูนความรู้
วรรณกรรมแปล นวนิยายไทย การ์ตูนมังงะ ธุรกิจการลงทุน จิตวิทยาพัฒนาตนเอง เปิดโลกภาษา

ย้อนไปเมื่อต้นปี ทีเค พาร์ค เปิดตัวแอพพลิเคชั่นห้องสมุดดิจิทัลโฉมใหม่ TK Read ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ณ สถานีกลางบางซื่อ ก่อนจัดงาน “Young อ่าน” เมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
นอกเหนือจากสถิติน่าสนใจดังที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีช่วงเสวนา ‘ใครว่าวัย Young ไม่อ่าน?’ โดยมีผู้ร่วมวงคนดังหลากแวดวงมาร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ห้อมล้อมไปด้วยแฟนคลับที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น
‘อ่าน’ ผ่านหลากแพลตฟอร์ม
อย่ายึดติดแค่ ‘หนังสือ’

เปิดประเด็นที่ กิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ เปิดเผยอย่างภาคภูมิใจถึงสถิติการอ่านที่วิเคราะห์จากพฤติกรรมการอ่านของเจเนอเรชั่น Z ผ่านทางระบบสมาชิกและการยืมหนังสือผ่านช่องทางของทีเค พาร์ค โดยมีสมาชิกช่วง อายุ 10-22 ปี จำนวน 9,600 คน จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 26,000 คน นับเป็นจำนวนถึง 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด และมียอดการยืมหนังสือในห้องสมุดตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2565 มีจำนวนถึง 400,000 เล่ม ในขณะที่ปี 2564 มียอดการยืมเพียง 115,000 เล่ม จะเห็นว่าอัตราการยืมหนังสือเพิ่มขึ้น 200%
“เด็กยังอ่านเยอะดูจากสถิติ ไม่ถึงปีกลุ่มของ Gen Z ก็เกือบ 5 หมื่นเล่ม ของทีเค พาร์คแค่ที่เดียว และออนไลน์ ผมรู้สึกว่าเวลาพูดถึงการอ่านแบบออนไลน์ กลุ่มของ Gen Z เขาจะคุ้นเคยเรื่องการอ่านผ่านแท็บเล็ต มือถือ ส่วนกลุ่มหนังสือเองก็มีหลากหลายที่เขาเข้าไปถึงการ์ตูน วรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล ที่กลุ่มของน้องๆ อ่านกันทั้งวันเยอะมาก ถือว่าการอ่านเป็นสิ่งที่เขาชอบแล้วเขาอิน แล้วคิดว่ามันเท่ เวลาอยากอ่านอะไรก็จะมาโชว์กัน และกลุ่มผู้ติดตามซีรีส์ เขาไปอ่านหนังสือว่าตรงกับจินตนาการหรือไม่ ตอนนี้ต้องเพิ่มจำนวนโควต้าของหนังสือเพราะจะไม่พอเอา” ผอ.ทีเค พาร์คให้ข้อมูล ก่อนเผยถึงการพัฒนาที่ต้องอัพเดตตลอดเวลา อีกทั้งช่องทางที่ต้องหลากหลายมากขึ้นมีการพัฒนาสื่อต่างๆ นอกจากหนังสือเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไปด้วย
“ทีเค พาร์คมีหนังสือที่เป็นเล่ม ตัวดิจิทัล เรามีตัวที่เป็นวิดีโอการเรียนรู้มีคอร์สออนไลน์ฟรีๆ ถึง 100 คอร์สเลยทีเดียว และเวลาที่เราเข้าไปใน TK read เราก็จะได้เรียนรู้กับน้องๆ ด้วย เพราะจะมี AI อยู่ ที่ดูพฤติกรรมที่จะคลิกเลือก มาจากเหตุผลอะไรบ้าง เราจะได้ตัดสินใจว่าเวลาเราซื้อสื่อเข้ามาใส่ในแพลตฟอร์มตัวนี้เราต้องทำอะไรบ้าง หรือน้องชอบกลุ่มของวิดีโอมาก เราก็จะซื้อหนังสือหรือสื่อให้ไปตามสิ่งเหล่านั้นด้วย เพราะฉะนั้นเราก็อยู่ในกลุ่มที่เราเองต้องปรับตัวตามความต้องการของผู้ใช้ ยิ่งจากตัว Gen Z ด้วยซึ่งเขาเปลี่ยนกันเป็นรายวันรายสัปดาห์” กิตติรัตน์เล่า
ผอ.ทีเค พาร์คยังแสดงความเห็นว่า การเปลี่ยนหนังสือให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ช่วยขยายขอบเขตการเรียนรู้
“ผมว่าการเรียนรู้เราต้องเข้าถึงความหลากหลาย การเรียนรู้ผ่านแค่หนังสือเล่ม บางทีก็ไม่พอ บางทีต้องเขียนต้องขีดได้ด้วย ซึ่งอีบุ๊กถือว่ามีฟีเจอร์ที่มีอยู่เข้ามาเติมเต็ม สามารถจะเขียนได้ไฮไลต์ได้ มีหลาย Mode เข้ามาเติมเต็ม สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มรูปแบบ บางทีก็ต้องไปพูดคุยกับผู้คนด้วย ไปเจอของจริง ไปหยิบจับ ไปได้กลิ่น เติมเต็มจินตนาการ หนังสือก็เป็นตัวที่เวลาเราอ่านมันเกิดจินตนาการอยู่ในหัวเรา สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์ในตัวเองเราต้องทำหลายๆ อย่าง ออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่เราอยากส่งเสริม”

“คุณหมีปาฏิหาริย์”
‘ดิจัทัล’ ขยับช่องทาง ‘อ่าน’ ขยายช่องทาง
(เผยแพร่งาน) ‘เขียน’
ตามด้วยมุมมองของ ชัยรัตน์ พิพิธพัฒนาปราปต์ หรือ ‘ปราปต์’ เจ้าของผลงาน ‘กาหลมหรทึก’ และ ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ยืนยันอีกเสียงในฐานะนักเขียนและนักอ่านว่า เด็กสมัยนี้ยังอ่านหนังสือ และอาจมากกว่ายุคที่ตนยังเด็กเสียอีก
“ความจริงผมว่าเด็กเดี๋ยวนี้อาจจะอ่านมากกว่าสมัยที่ผมยังเด็กด้วยซ้ำ เพราะเด็กสมัยผมตอนนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต เวลาเราจะอ่านหนังสือ เราต้องเข้าห้องสมุด หรือไปตามร้านหนังสือ แต่ว่าตอนนี้เราสามารถอ่านหนังสือได้ทุกที่จากมือถือ และมีแหล่งเรียนรู้ต่างๆ มากมายที่สมัยก่อนก็ไม่มี เดี๋ยวนี้พอเราสงสัยอะไรสักเรื่องหนึ่ง เราสามารถเข้าไปเสิร์ชหาได้เลยทันที สมัยก่อนกว่าที่จะรู้คำตอบมันยากมาก และกลายเป็นพฤติกรรมของเด็กสมัยนี้ด้วย เวลาที่เขาต้องการคำตอบของอะไรบางอย่าง ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ มีอ้างอิงได้ว่าใครเป็นคนพูด คุณเอาจากไหน เอามายืนยันกัน ทำให้เกิดสังคมของการเรียนรู้ที่ไม่ใช่เชื่อไปตามๆ กัน ผมรู้สึกว่ามันดี” เจ้าของนามปากกา ‘ปราปต์’ วิเคราะห์
นอกจากนี้ นักเขียนดังยังเล่าถึงข้อดีของการเปลี่ยนช่องทางการอ่านหนังสือที่มีส่วนช่วยขยายช่องทางในการเผยแพร่งานเขียนได้ง่ายมากขึ้น
“ผมมองในแง่ว่าเป็นการช่วยขยายช่องทางในการเข้าถึงเพราะว่าอย่างบางคนเขาอาจจะไม่สะดวกในการอ่านหนังสือ อย่างผมตอนที่ทำงานบริษัท ตอนเช้าต้องขึ้นบีทีเอส รถแน่นมากและการหยิบหนังสือเพื่อกางอ่านเป็นไปได้ยากมาก เห็นกับตัวเองเลยว่าเปิดไม่ได้ บางทีเราอยากอ่านเราก็อ่านไม่ได้ แต่พอเรามีอีบุ๊กมันช่วยได้มาก และเว็ปไซต์ที่ลงบทความมันช่วยให้เราเข้าถึงบทความได้ง่ายขึ้น อย่างสมัยก่อนที่กว่าจะไปค้นเจอมันนานมากกว่าที่จะเข้าถึงจนเรารู้สึกว่าไม่ต้องรู้ก็ได้ แต่ตอนนี้มันง่ายมากหรืออย่างตอนที่ช่วงที่น้ำท่วมใหญ่ต้องขนหนังสือทั้งหมดที่อยู่ข้างล่างเพื่อหนีน้ำ แต่พอตอนนี้มีอีบุ๊ก ช่วยประหยัดพื้นที่ พอมีอุทกภัยไม่ต้องกลัวเลย”
‘ที่นี่ ที่ไหน ก็อ่านได้’ โปรเจ็กต์ใหม่ ขยายพื้นที่เรียนรู้
ด้าน ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ หรือ ‘ซี’ วัย 23 ปี นักแสดงจากซีรีส์ Vice Versa รักสลับโลก เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่มาบอกเล่าจากประสบการณ์การอ่าน ‘หนังสือ’ ตั้งแต่สมัยยังเด็ก จนมาสู่รูปแบบ ‘ดิจิทัล’
“พฤติกรรมการอ่านเปลี่ยนไปเยอะ ทีเค พาร์คเป็นสถานที่หนึ่งที่ชอบมาก รู้สึกว่ายุคนี้เริ่มง่ายแล้วในการอ่านเพราะเป็นยุคดิจิทัล คือเราหาความรู้ได้ทุกที่ไม่ว่าเราจะไปไหน โดยส่วนตัวชอบอ่านการ์ตูนมากกว่าแต่เรื่องแรกที่อ่านเลยคือเพชรพระอุมา เพราะคุณพ่อชอบเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน พอเรามาฟังอีกทีเราก็รู้สึกมันยังคลาสสิกอยู่” ซี ทวินันท์ย้อนความหลัง

จากนั้นถึงคิว จิตรพล โพธิวิหค หรือ ‘จิมมี่’ วัย 28 ปี นักแสดงคู่จิ้นจากซีรีส์ Vice Versa รักสลับโลก เผยประสบการณ์เมื่อครั้งยังเป็น ‘นักศึกษาแพทย์’ ที่ต้องอ่านหนังสือมากมาย โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
“ตอนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ ช่วงปี 1 ทุกคนจะติดอยู่กับชีต กับหนังสือ ยังไม่ค่อยมีแอพพลิเคชั่นที่อ่านแล้วสะดวกสบาย พอขึ้นปี 2 คือช่วงที่แอพพลิเคชั่นอ่านหนังสือเริ่มพัฒนาขึ้นมา เราเริ่มติดใจกับการอ่านในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊กมากขึ้น มีแอพพลิเคชั่นขึ้นมาที่สร้างมาเพื่อเปิดโครงสร้างอนาโตมีของมนุษย์ และรวมถึงคำอธิบายว่าทำหน้าที่อะไรอยู่ตรงไหน
ผมรู้สึกว่าอิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีมีประโยชน์กับการเรียนด้วย สามารถทำให้เราค้นคว้าได้ง่ายขึ้นและมีทักษะการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้นกว่ายุคที่ต้องยืมหนังสือ หรืออ่านชีตอย่างเดียว แต่การอ่านหนังสือหรืออ่านชีตปกติก็มีประโยชน์เหมือนกัน เพราะสุดท้ายการขีดการเขียนช่วยทำให้สมองทำงานมากขึ้นนอกจากการอ่านอย่างเดียว” จิมมี่กล่าว
จากประสบการณ์หลากหลายผ่านมุมมองผู้ร่วมเสวนา ย้อนกลับไปที่ กิตติรัตน์ ผอ.ทีเค พาร์ค ถึงประเด็นการก้าวไปข้างหน้าในแคมเปญ ‘TK Read ที่นี่ ที่ไหน ก็อ่านได้’ โดยร่วมกับพันธมิตรเครือข่าย อาทิ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ MRT จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ประชาชน (Public Learning Center) เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ให้ประชาชนในจุดที่เป็นระบบขนส่งสาธารณะ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด แอพพลิเคชั่น TK Read ที่จะปรากฏในขบวนรถไฟ สถานีต่างๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่สะดวกรวดเร็วเข้าถึงการอ่านออนไลน์ได้ทันที
นอกจากนั้น ในช่วงปลายปีนี้ ทีเค พาร์คจะร่วมมือกับ True Digital Park เปิดโครงการอุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี เพื่อขยายพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้กับทุกคนเพิ่มขึ้น และยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ หรือ Learning City ด้วยการเป็นต้นแบบของ ‘ห้องสมุดมีชีวิต’
นับเป็นโปรเจ็กต์ชวนติดตามถึงความพยายามผลักดัน แหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทุกที่ทุกเวลา สร้างสังคมแห่งการอ่านที่ไม่มีวันสิ้นสุด

