เสียง ‘หาบเร่’ ความในใจ ‘แผงลอย’ กับไม้บรรทัดเล่มใหม่ในยุคชัชชาติ

9.09.22 | 12:00 น.

เป็นที่รู้กันว่า หนึ่งเสน่ห์ของกรุงเทพมหานครคือ ‘Street Food’ รวมไปถึงแผงขายสินค้านานาชนิดที่มากมายด้วยสีสัน ซึ่งคนไทยเรียกกันติดปากว่า ‘หาบเร่แผงลอย’

พบง่าย กินง่าย ซื้อคล่อง ราคาถูก ทุกพื้นที่ทั่วทั้ง 50 เขตของ กทม.ไม่มีพื้นที่ไหนไม่มี

ด้วยจำนวนผู้ค้าและการใช้พื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณทางเท้า ทำให้ กทม.ต้องมีการจัดระเบียบเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก

เทศกิจกับผู้ค้า ถือว่ามีภาพจำที่เป็น ‘ไม้เบื่อไม้เมา’ กันมาแทบทุกยุคสมัย

จับ ปรับ ตามระเบียบ กระทั่ง ‘รับตังค์’ อย่างวิถีสีเทาก็เป็นเรื่องราวบอกเล่าแบบปากต่อปาก

Advertisement

กระทั่งยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศจัดระเบียบหาบเร่แนวใหม่ ไม่เบียดเบียนคนเดินเท้า สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจปากท้องและกฎเกณฑ์ ย้ำเทศกิจต้องโปร่งใส ถึงขนาดเปิดระดมไอเดียอย่างจริงจังในการจัดการประเด็นดังกล่าว

“หาบเร่แผงลอยเป็นเรื่องใหญ่ที่มีปัญหาต่อเนื่องกันมา ที่ผ่านมาเราก็มีการยกเลิกจุดผ่อนผันเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นวิถีชีวิตของคนที่มีรายได้น้อยและต้องมีแหล่งซื้ออาหารราคาไม่แพง และมีแหล่งค้าขายที่พอให้เขาประทังชีวิตได้” ผู้ว่าฯกทม.เคยกล่าวไว้ในการเยี่ยมเยือนตลาดพรานนกตั้งแต่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ถี่ยิบจนเป็นภาพคุ้นตา พูดคุยพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็ย้ำเข้มถึงระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมกันนั้น กทม.ประสานภาคเอกชนจัดร่มสีสวยให้เข้าธีมตรงกัน เพื่อความสวยงามสบายตา

เรียกได้ว่า ที่ผ่อนปรนได้ก็ผ่อน ที่ต้องเข้มก็เข้ม ดังเช่นกรณี ‘เทน้ำมันลงท่อ’ ของพ่อค้ารายหนึ่งที่ถูกแชร์พรึบโลกออนไลน์ โดนฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร ปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เป็นที่เรียบร้อย

สูงสุดแตะเพดานเลขกลมๆ 1 หมื่น ผู้แจ้งเบาะแสได้ครึ่งหนึ่ง เจอปั๊บ ฟ้องผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ได้ทันที

ตลอดระยะเวลาราว 3 เดือน ความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อยที่เกิดขึ้นกับหาบเร่แผงลอยเป็นอย่างไร มาฟังเสียงสะท้อนจากใจผู้ค้าตัวจริงในวันนี้ ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ

หาบเร่แผงลอย ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนกรุง

ถ้าเลือกได้ก็อยากขายทุกวัน

แต่หยุดวันจันทร์ (เหมือนเดิม) ก็ยังไหว

เริ่มต้นด้วยประเด็น ‘หยุด-ไม่หยุด’ ขายวันจันทร์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันคุ้นเคยมานาน ว่าวันดังกล่าวหาบเร่แผงลอยต้องหยุดขาย อย่างไรก็ตาม ในการประชุมซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมกับคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ มองว่าตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศถึงจุดที่มีความยากลำบาก เพราะฉะนั้นนโยบายการส่งเสริมการมีอาชีพ การมีงานทำที่สุจริต เป็นเรื่องสำคัญ จึงควรมีการทบทวนกฎระเบียบแนวทางการปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างผู้ที่ใช้พื้นที่สาธารณะหรือถนน และคนทำมาค้าขายว่าจะปรองดองผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างไร รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น การห้ามขายของในวันจันทร์ ควรยกเลิก เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถทำงานได้ทุกวัน เพราะคนต้องกินต้องใช้ทุกวัน และอยากให้ กทม.มองผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม

ประเด็นนี้ ผู้ว่าฯชัชชาติเห็นต่าง โดยมองว่า ถ้าไม่มีวันหยุดเลย ผู้ค้าจะจองพื้นที่ยาว และไม่มีการทำความสะอาด ดังนั้น ต้องมีการหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ หรือ 1 วันต่อ 2 สัปดาห์ แต่จะเป็นวันไหนก็แล้วแต่พื้นที่ เช่น พื้นที่โซนออฟฟิศ อยากหยุดวันอาทิตย์ เพราะไม่มีคนมาทำงาน

เงินยวง จันทร์โชติ แม่ค้ากาแฟตลาดเตาปูน

เงินยวง จันทร์โชติ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายกาแฟหน้าตลาดมณีพิมานมานานกว่า 30 ปี หรือที่คนละแวกนั้นเรียกกันว่า ‘ตลาดเตาปูน’ เปิดใจด้วยใบหน้า ยิ้มแย้มว่า ปกติขายทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เมื่อหยุด รายได้ก็หายเพราะต้องกินต้องใช้ทุกวัน ถ้าเลือกได้ก็อยากขายทุกวัน

“จริงๆ เราก็อยากขายทุกวัน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากหยุด เราอยากจะหยุดวันที่เรามีธุระมากกว่า แต่ถ้าเขาให้หยุดวันจันทร์เราก็หยุด ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรและไม่เคืองเขาเลย เวลาขายเสร็จ เราก็เก็บขยะไปทิ้งจนหมด” แม่ค้ากาแฟเล่า

เมื่อถามเกี่ยวกับการทำงานของเทศกิจ เงินยวงตอบว่า สมัยก่อนเคยมีการมาเก็บค่าที่ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ให้ขายฟรี ขายตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพราะทางเท้ากว้าง จึงไม่เกะกะคนเดิน

เทศกิจพูดจาดี ‘ไม่เหมือนเมื่อก่อน’

รองฯจักกพันธุ์ ไม่ดุ ถามตลอด เดือดร้อนไหม?

เงินยวง แม่ค้ากาแฟ เล่าด้วยว่า เทศกิจที่นี่พูดจาดี จะมาบอกให้ตั้งร้านไม่ให้เกินเส้น ตั้งให้เรียบร้อย เมื่อขายเสร็จให้เก็บ อย่าวางของขวางทางเดิน เขาจะคอยมาเตือนตลอด ส่วนรองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ เคยเจอ พูดจาดี ไม่มีการดุ

“วันนั้นเขาก็มา เราก็ไม่รู้จัก ไม่ค่อยได้ดูว่าคนไหนเป็นคนไหน แต่มาครั้งหนึ่ง มาตรวจเขตใหญ่เลย เขาพูดจาดี ถามว่าเราขายอะไรอย่างไรเดือดร้อนหรือไม่ มีรายได้พอหรือไม่ ดูไม่ดุนะ พูดจาธรรมดา พูดจาดี”

ถามทิ้งท้ายว่าอยากให้ผู้ว่าฯชัชชาติแก้ปัญหาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ในด้านหาบเร่แผงลอย เงินยวงตอบทันทีว่า

“ไม่มี เดิมๆ ดีแล้ว หยุดวันจันทร์ก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร เหมือนว่าเราได้พักวันหนึ่ง จะให้เราเรียกร้องอะไร เพราะเขาให้ขายเราก็ดีใจแล้ว”

ป้าหลอด หาบเร่ข้าวหลาม

เดินมาอีกหน่อย ไม่ไกลจากร้านกาแฟ พบ หลอด อ่อนเครือ อายุ 66 ปี กำลังนั่งพักที่ริมทางเท้าพร้อม ‘หาบข้าวหลาม’ ที่วางอยู่ข้างๆ

ป้าหลอดเล่าให้ฟังว่า เดินหาบขายแบบนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ก็มีหยุดบ้าง เดินขายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ย่านตลาดประชานิเวศน์ 1 เริ่มขายตั้งแต่ตี 3 บางวันขายถึง 11 โมงเช้า แต่ถ้าวันไหนขายหมดไวก็ขึ้นรถประจำทางกลับที่พัก

เมื่อถามว่าเคยโดนไล่ที่บ้างหรือไม่ ป้าหลอดตอบอย่างรวดเร็วว่า

“ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่คนบอกว่าป้าตั้งไปเถอะ เทศกิจก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนเทศกิจดุ เขาไม่ให้ตั้งขายเลย เดี๋ยวนี้เทศกิจดีแล้ว”

ส่วนคำถามที่ว่า อยากให้ผู้ว่าฯกทม.ช่วยอะไรเรื่องการจัดพื้นที่ค้าขายหรือไม่ ป้าหลอดตอบว่า ด้วยเศรษฐกิจอย่างนี้ จัดอย่างไร ก็คงขายไม่ค่อยดี ขอช่วยเหลือตัวเอง ไม่หวังพึ่งใครเป็นพิเศษ

“จะให้จัดยังไงก็เหมือนเก่า ก็ขายไม่ได้อยู่ดี คนที่เขามาตั้งอยู่ก่อนก็ขายไม่ดี เราเดินไปเรื่อยๆ คนนั้นเรียก คนนี้เรียก มันก็หมด จะไปเอาอะไรนักหนากับผู้ว่าฯ เราก็ช่วยตัวเองของเราไปเรื่อยๆ รู้ว่าขายไม่ดี ขายไม่หมด เราก็ทำลดลง”

ผู้ขายโซนเมือง ยกมือขอปรับ

อยากสลับหยุดเสาร์ ‘สุดสัปดาห์ไม่มีคน’

ทัศพร (สงวนนามสกุล) ข้าวเหนียวไก่ทอด

ขยับเข้าไปคุยผู้ค้าในโซนที่มีข้าราชการและคนทำงานเป็นลูกค้าหลัก อย่างย่านราชดำเนิน เขตพระนคร

‘ทัศพร’ (สงวนนามสกุล) วัย 36 ปี ขับขี่จักรยานยนต์พ่วงข้างตระเวนขายข้าวเหนียวไก่ทอด ตั้งแต่เช้าราวตี 5 ยิงยาวถึงบ่าย 2 จอดประจำการติดกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ

“ปกติขายแค่ 4 วัน คือวันอังคารถึงวันศุกร์ จริงๆ สามารถขายถึงค่ำได้ แต่แถวนี้ไม่มีคนเดินเท่าไร ถ้าได้ถ้าขายวันจันทร์ก็ดีนะ ไม่น่าหยุด ปกติตรงนี้วันเสาร์ อาทิตย์ขายไม่ค่อยได้อยู่แล้วเพราะไม่มีคน เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่มวันจันทร์มาด้วยก็น่าจะดี ตรงนี้ไม่ค่อยเจอปัญหาอะไรในพื้นที่” พ่อค้าไก่ทอดเล่าไป ขายไป

เมื่อถามถึงการทำงานของเทศกิจ ตอบอย่างฉับไวว่า “ไม่ดุครับ ใจดี”

พงศธร สิทธิไพร อดีตพนักงานเทศบาล พ่อค้าผลไม้ย่านประดิพัทธ์

จากนั้น วาร์ปไปที่โซนคอนโดมิเนียมย่านประดิพัทธ์ พงศธร สิทธิไพร อายุ 29 ปี อดีตพนักงานเทศบาลแห่งหนึ่ง ผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายผลไม้ โดยเล่าให้ฟังว่า ขายตรงนี้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ รายได้ก็หายบ้างแต่มองว่ามีวันพัก 1 วันก็ดี จะได้พักผ่อนและเก็บแรงไว้ขายของในอีก 6 วัน

พงศธรยังเล่าให้ฟังอีกว่า ขายของตรงนี้ต้องเสียให้ทางเขตเดือนละ 500 บาท เทศกิจที่นี่มาดูความเรียบร้อยในพื้นที่เดือนละ 2 ครั้ง แต่ไม่ได้มีเรียกเก็บอะไรเพิ่ม พูดจาดี อัธยาศัยดี

แม่ค้าตลาดเทเวศร์มึน

ถูกตัดฉับพื้นที่ขาย คาใจ ‘สองมาตรฐาน’?

ปิดท้ายที่ย่านการค้าใหญ่ในเขตดุสิต

“ดำ เทเวศร์ พูดชื่อนี้ใครก็รู้จัก”

ดำ เทเวศร์ แผงผลไม้เจ้าเก่าเฉียด 40 ปี

แม่ค้าเจ้าเก่าวัย 66 ปี ผู้มีชื่อจริงตามบัตรประชาชนว่า ‘พะเยา’ บอกฉายาป๊อปปูลาร์ในฐานะขาใหญ่ตลาดเทเวศร์ เจ้าของแผงผลไม้ที่ยืนหยัดมานานเฉียด 4 ทศวรรษ ด้วยวิธีนับจาก “ลูกอายุจะ 40 อยู่แล้ว ขายตั้งแต่คลอดเลย”

แม้อยู่มานาน แต่ไม่พ้นโดนปรับ หลังรองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ตรวจหาบเร่แผงลอยในเขตดุสิต เนื่องจากตั้งบริเวณหัวโค้ง และยังตรงกับ ‘ทางม้าลายด้วย’ นำไปสู่การเจรจาให้ขยับแผงออกไป

“ไม่รู้เขาแบ่งกันแบบไหน ไม่เข้าใจ พูดไปเทศกิจก็โวยวาย สมัยก่อนตรงนี้ไม่มีทางม้าลาย เพิ่งมาทำทีหลัง จริงๆ จาก 4 เมตร ยุบเหลือ 3 เมตรก็ยังดี นี่เหลือแค่ 1.8 เมตร เราก็ไม่รู้จะว่ายังไง เขาให้เลื่อนพื้นที่เข้ามาจากเดิมให้คนใช้ทางม้าลายได้ แต่ตรงนี้คนก็ไม่ได้เดินเยอะเท่าไร แล้วขายก็ไม่ดี วันหนึ่งขาย
ยังได้ไม่ 2-3 พันบาท แต่ลงทุนทีหลายหมื่น” ดำ เทเวศร์เล่าอย่างเปิดอกก่อนย้ำด้วยว่า หลังถูกตัดพื้นที่ขายออกไปเหลือ 1.8 เมตร จาก 4 เมตร จึงไม่อยากหยุดวันจันทร์ เพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะ หนี้สินก็เยอะ

“เราอยากขอขายวันจันทร์หน่อยจะได้ทุเลาลง เศรษฐกิจก็ไม่ดี”

เมื่อถามว่าเทศกิจแถวนี้ดุหรือไม่

“ถามว่าดุไหม ก็เป็นบางครั้ง บอกไม่ถูก บางทีเราก็ปรี๊ดขึ้นมาเหมือนกัน บางทีสองมาตรฐาน เวลาเขามีอะไร เขาจะโทรบอกอีกเจ้า แต่กับเรา เขาไม่บอก”

ถามต่อไปว่า ในยุคผู้ว่าฯชัชชาติ เทศกิจเข้มงวดขึ้นหรือไม่

ดำ เทเวศร์ตอบอย่างว่องไว พร้อมส่ายหน้าเล็กน้อยว่า

“โอ้โห เข้มงวดเกินเหตุ นิดหนึ่งหน่อยหนึ่งก็ไม่ได้ อย่างทางม้าลายไม่ให้วางของ เราก็ไม่วาง แต่ของเพิ่งมาเดี๋ยวจะจับขึ้นข้างบนแล้ว แต่ทำไมให้วินรถตุ๊กตุ๊ก
จอดตรงทางม้าลายได้ตั้งแต่เช้ายันมืดเลย”

นี่คือส่วนหนึ่งของเสียงจากหาบเร่แผงลอยหลายพื้นที่ จากหลากบริบทและเงื่อนไขชีวิตในกรุงเทพมหานคร