เชี่ยวกรากกลาง‘สภา กทม.’ ถกปมบริหารจัดการนํ้า ในเดือนฝนถล่มเมือง

12.09.22 | 13:31 น.
การประชุมสภากรุงเทพ
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

เป็นวันที่ข้างนอกฝนถล่ม ข้างในสาดกระเซ็นไม่แพ้กัน

เปิดหลากประเด็นเชี่ยวกราก เมฆฝนเคลื่อนตัวล้อมผู้บริหาร กทม. ที่รองผู้

ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม.

ว่าฯกทม. ทวิดา กมลเวชช นำเรียงกระสอบทรายด้วยคำชี้แจง ปมบริหารจัดการน้ำ กลางที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2565 ในเช้าวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พาทีมผู้บริหารนั่งประจันหน้า ส.ก.ทั้ง 50 เขต ฟังละเอียดจดจำทุกเม็ด เพื่อรอขมวดตอบข้อแคลงใจในช่วงท้าย

แม้จะคุย 3 เรื่องหลัก คือการ “ให้โบนัส” ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. เรื่อง “ทุนส่งเสริมการวิจัย” ทางการแพทย์ แต่ที่น่าจับตาในสภา กทม.รอบนี้หนีไม่พ้นเรื่อง “น้ำ” ที่เทกระหน่ำหนักไม่เว้นแต่ละวัน ทำหวั่นท่วมกรุงเหมือนปี’54

บรรยากาศเข้มข้นยิ่งขึ้น เมื่อ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เปิดฉากเสนอญัตติ ขอให้พิจารณาปรับปรุงโครงสร้าง

Advertisement

และกรอบอัตรากำลังสำนักงานเขต เพื่อให้การบริหารน้ำในกรุงเทพมหานครเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเปลี่ยนจาก “กลุ่มงานระบายน้ำ” ในฝ่ายโยธา เป็น “ฝ่ายระบายน้ำ” ที่เจ้าตัวเชื่อเหลือเกินว่าจะช่วยลดทั้งคนและงบ

ส่อง ‘ท่อ-คลอง’ ก่อน
งานเยอะ คนน้อย ต้องตั้ง ‘ฝ่ายระบายน้ำ’

สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง

สุรจิตต์ หรือ ดร.จอห์น ยืนกรานในมุมผู้จับตาน้ำในฝั่งตะวันออกของ กทม.อย่างใกล้ชิด ว่าการแก้ไขปัญหายังล่าช้า เปิดสไลด์ฉายภารกิจที่หลากหลายของกลุ่มงานระบายน้ำ ตั้งแต่เก็บขยะและวัชพืช บำรุงรักษาคูคลอง ลอกทำความสะอาด บำรุงรักษาท่อระบายน้ำ ซ่อมแซมถนน ตรอก ซอก ซอย ยันบ่อพักน้ำ

“ในเขตลาดกระบัง มีเกือบ 50 คลอง ลูกจ้างประจำมี 38 นาย ลูกจ้างชั่วคราวมี 8 นาย รวมกันเป็น 46 นาย 1 คน 1 คลองก็ยังดูแลไม่ได้ ปัญหาบุคลากรสำคัญมาก”

“46 นาย วนกันไปวนกันมา การแก้ไขปัญหาไม่ทันท่วงที น้ำท่วมยังไม่ทันแก้ ถนนพังก็ต้องไปซ่อม ซ่อมยังไม่เสร็จ ฝาท่อบ่อพักชำรุดแจ้งมาในทราฟฟี่ฟองดูว์ ต้องรีบไปทำคะแนน มีคนแจ้งท้ำท่วมจุดใหม่แล้ว! จุดแรกยังไม่ได้ทำ บุคลากรไม่พอ ทำให้แก้ปัญหาได้ไม่ทันท่วงที สุดท้ายประชาชนทุกข์ วนมาอีหรอบเดิม”

สุรจิตต์ ค่อยๆ ฉายภาพเขตชายขอบของ กทม.อย่าง เขตลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก คันนายาว สะพานสูง บึงกุ่ม ประเวศ และคลองสามวา เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเสียส่วนใหญ่ มีคลองมากสุด ไม่นับถนนลูกรังที่ 10 ปีอย่างไรก็อย่างนั้น กทม.ตะวันออกยังเป็นพื้นที่รับน้ำ “ตกทีไรท่วมทุกที” ไม่รู้จะระบายไปไหน

“มองไปทางขวาก็ติดฉะเชิงเทรา น้ำสูงกว่าเรา มองไปทางซ้ายก็ กทม.ชั้นใน น้ำท่วมไม่ได้ ทนกันเป็นเดือนเป็นปี บางพื้นที่ 2-3 เดือนกว่าจะระบายน้ำได้ เกิดจากผังเมืองกำหนดไว้ชัดเจนเป็นพื้นที่รับน้ำ”

สุรจิตต์ชำแหละ “ปัจจัย” น้ำท่วมซ้ำซากในเขตลาดกระบัง ทั้งยังชี้ว่า ตัวขวางอีกประการ คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.ฉบับ พ.ศ.2528 ใช้มาเกือบจะ 40 ปี ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาในปัจจุบันทันด่วน

สำคัญกว่านั้น คือควรมีแผนแจ้งเตือนประชาชนถึงระดับน้ำล่วงหน้า และให้ความรู้เพื่อการปฏิบัติตนเมื่อน้ำท่วม

“น้ำท่วมแต่ละครั้ง ผู้คนล้มตาย ไฟฟ้าชอร์ต ลื่น และอีกหลายสาเหตุ ต้องติดตามและมีแผนให้ความช่วยเหลือ รวมถึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น” ดร.จอห์นชี้

พร้อมย้ำว่าหากงานระบายน้ำ กลายเป็นฝ่าย จะมีกรอบการทำงานที่ชัด ไม่โยนกันไปมา วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยังติดตามและตรวจสอบผลได้ดีขึ้น

อีกสิ่งที่เป็นทั้งปัญหา และหัวใจหลักของการแก้ท่วม คือ คลอง และท่อ

“แก้ที่ท่อและคลอง ไม่ต้องไปมองถึงกรมชลฯ มองแค่จุดนี้ ทุกวันนี้ท่อระบายน้ำยังตัน ผ่านไปจุดไหนขอรถดูดเลนหน่อย ประสานไปที่เขต รถพัง คนจะมาลอกท่อให้ก็จำนวนไม่พอ ต้องไปซ่อมถนน ซ่อมบ่อพัก”

หลังสิ้นเสียง ดร.จอห์น ส.ก.รายอื่นลุกขึ้นถกกว่า 2 ชั่วโมง

ผงะท่อ ‘ดินทั้งนั้น’
ลั่น ชาติเดียวในโลกน้ำท่วมสนามบิน

อำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค ในฐานะรองประธานสภา กทม.คนที่ 2 เปิดพื้นที่ให้บรรดา ส.ก.หยิบยกปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่มาระบาย

กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง

กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง ไม่รีรอคว้าไมค์เอ่ยปาก ดอนเมืองในอดีต ปี 2554 น้ำท่วม 100% ในบางจุดสูงถึง 1.60 เมตร แต่ปีนี้ล่าสุดจากเลนถึงระดับน้ำบนอยู่ที่ระดับ 1.30 เมตร ประชาชนตลอดแนว 2 ฝั่งคลองเปรม ใครมี 2 ชั้นต้องย้ายไปนอนชั้นบน ส่วนชั้นเดียวยากลำบาก ที่นอนเสียหาย ของบางอย่างไม่สามารถขนย้ายได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าพัง

“ตอนนี้ริมคลองเปรม เกือบทุกชุมชนไม่สามารถออกมาทำอาหารรับประทานได้ เพราะความสูงของระดับน้ำ ห้องครัวนี่อยู่ในน้ำแล้ว ทำอะไรไม่ได้เลย” ส.ก.เขตดอนเมืองเปิดใจในฐานะอยู่พื้นที่เหนือสุด มีถนนช่างอากาศอุทิศ ซึ่งติดกับคลองเปรมประชากร ที่ตอนนี้อาการหนัก น้ำไหลย้อนท่อ ระบายไม่ทัน

ขยี้อีกปัญหาดอนเมืองที่ไม่ใช่แค่ฝน แต่ยังมีน้ำที่พร่องออกมาจาก “สนามบิน” ไหลมาลงคลองเปรมประชากร เมื่อฝนตกหนัก จึงเหมือนว่าน้ำไม่ไหลไปไหน

แม้ผู้ว่าฯจะประสานกรมชลประทาน ดึงน้ำจากประตูน้ำเปรมฯใต้ ใน จ.ปทุมธานี ให้ผันน้ำออกไปทางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ยันว่าตอบด้วยความเห็นใจผู้บริหาร แต่ก็ขอให้เร่งสร้าง “เขื่อนริมคลองเปรมประชากร” เพื่อที่จะ “ลอกเลน” ได้ทำเอาสภา กทม.ตะลึง เมื่อ กนกนุช โชว์ภาพการลอกท่อระบายน้ำ 4 กม. ที่ถนนเวฬุวนาราม จากวัดสีกัน-วัดไผ่เขียว ซึ่งกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษชั้นดีมาช่วยขุด พบดินเลนค้างแน่นท่อเต็มไปหมด

สำนักงานเขตดอนเมือง ส่งต่ออาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม ผ้าอ้อมเด็ก บรรเทาความเดือดร้อน เมื่อ 9 ก.ย.

กนกนุชถึงกับอุทานกลางสภาว่า ถ้าฝนตกติดต่อกัน ถนนเส้นนี้อ่วมอรทัยแน่ “เปิดมาตกใจ ไม่มีช่องวางเลย” “อยากฝากภาพนี้ไปยังท่านผู้ว่าฯได้ทราบว่า ถุง (ทราย) เหล่านี้ อยู่ในท่อระบายน้ำ ไม่รู้อยู่นานแค่ไหนแล้ว แต่คงนานพอสมควร เพราะเมื่อปี 2556-2557 มีการก่อสร้างคูนายกิม สาย 3 ถนนสรงประภา เป็นการสร้างดาดท้องคลอง เข้าใจว่า ช่วงก่อสร้างนั้นอาจจะป้องกันน้ำไม่ให้ไหลออกไปสู่บริเวณที่ทำ

“ท่านเห็นไหมว่ามีแต่ถุงทรายเต็มไปหมด ไม่แปลกใจที่ถนนเวฬุวนารามน้ำท่วมตลอดเวลา นี่ถนนเลนเดียว 4 กม. ทั้งพื้นที่เขตดอนเมืองมีถนนหลายเส้น เราควรมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการระบายน้ำโดยเฉพาะ” ส.ก.ดอนเมืองส่งเสียงยืนยันเห็นด้วย

เขตดอนเมือง ขุดเจอดินเลนแน่นท่อระบายน้ำ ที่ถนนเวฬุวนาราม

ทำเอา อำนาจ รองประธานสภาคนที่ 2 ต้องบอกว่า เห็นท่อระบายน้ำของท่านแล้วก็รู้เลย ทำไมน้ำท่วมเครื่องบิน เพราะทรายอยู่ในกระสอบเต็มเลย

“น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่น้ำท่วมเครื่องบิน หวังว่าปีนี้จะไม่ท่วมเครื่องบิน เอาแค่แตะๆ ล้อพอนะท่าน”

‘กระสอบทราย’ หมด
แนะออกคำสั่งพิเศษ ดูน้ำท่วมในที่เอกชนได้

ไม่ใช่เห็นด้วยไปทั้งหมด ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ แย้งว่าการเพิ่มฝ่าย จะทำให้สำนักงานเขตต้องมีโครงสร้างฝ่ายตามระเบียบราชการที่ไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นอีก งบต้องเพิ่มทั้ง 50 เขต จึงเสนอให้เพิ่มอัตรากำลังกลุ่มการระบายน้ำ แทนการแยกออกมาเป็นฝ่าย โดยคำนึงถึงความต้องการของแต่ละเขต

เพียงไม่นาน ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ส.ก.เขตบางบอน ลุกขึ้นหนุนการตั้งเป็นฝ่าย

ก่อนชำแหละว่า “เส้นเลือดฝอย ส่วนของเอกชนจะมีปัญหาเยอะ ซึ่งสำนักงานเขตมักอ้างว่าเป็นพื้นที่เอกชน เข้าไม่ได้ จึงอยากฝากผู้ว่าฯให้ออกคำสั่งพิเศษ เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่เอกชนได้”

ส่วนเรื่อง “กระสอบทราย” ที่ใช้แก้อุดฟันหลอเฉพาะหน้า

“ได้ข่าวว่า ตอนนี้สำนักการระบายน้ำไม่มี (กระสอบทราย) เลย ก็ต้องขอฝากท่านประธาน ไปถึงผู้บริหาร ให้มีคำสั่งพิเศษ จัดหากระสอบทราบช่วงนี้ ซึ่งเป็นที่ต้องการมหาศาลในทุกเขต” ส.ก.เขตบางบอนวอนผู้บริหาร

แนะไอเดีย ‘ติดเซ็นเซอร์’ เฝ้าจุดน้ำท่วม
ผุด ‘มายากลถ่ายน้ำ’

ฉากหนึ่งของสภา เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม ซูมอีกปัญหาว่า ทั้ง 50 เขต เครื่องมือยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะรถดูดเลนที่เสีย ซึ่งใช้เวลาส่งซ่อม 2-3 เดือน ส่วนเครื่องสูบน้ำใช้มาตั้งแต่ปี 2551 จนตอนนี้ชำรุด

“เครื่องมือที่ใช้ระบายน้ำ ยังไม่ทันสมัย ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไม่สามารถเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ทำไมไม่ใช้ ‘เทคโนโลยี’ ติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ ลดกำลังพล เพิ่มประสิทธิภาพ

“เขตบึงกุ่มช่วงปีที่ผ่านมา หนักขึ้น เพราะรับน้ำจากเขตบางเขน เขตลาดพร้าว เขื่อนที่คลองบางขวด ยังไม่ได้รับการแก้ไขและสร้าง บวกกับประตูระบายน้ำตอนล่างติดกับคลองแสนแสบ ยังไม่มีอาคารบังคับน้ำ ที่ปิดไม่ให้น้ำไหลกลับเข้าพื้นที่ได้ จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมรวดเร็วในถนนนวมินทร์ และถนนนวลจันทร์

การแก้ไขไม่จำเป็นต้องเส้นเลือดฝอย แต่เส้นรวมถึงเลือดหลัก ต้องแก้แบบองค์รวม” เนติภูมิฝากไปยังผู้บริหาร

ขณะที่ ส.ก.เขตคลองสาน สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ชมเขตต่างๆ มุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่ เชื่อว่าทั้งน้ำหลาก น้ำฝน กทม.และกรมชลประทาน รับมือได้ มั่นใจจะไม่เกิดซ้ำแบบปี’54 อีก

สมชายย้อนเล่าผลงานในอดีต ที่เคยแก้น้ำท่วมจากฝนได้ ด้วยการคุยกับเขต เพื่อของบเชื่อมท่อระบายน้ำของถนนอิสรภาพลงคลองมัดน้อย ซึ่งช่วงถนนเจริญนครมีน้ำรอระบายอยู่ บ้านเรือนประชาชนอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา พอฝนตกหนักน้ำก็เต็มซอย ไหลออกไม่ได้

“ผมและเจ้านายจึงคิดหาทาง สุดท้ายเสนอใช้งบ กทม.ไปยังซอยที่เชื่อมลงท่อระบายน้ำเจ้าพระยาให้ปิดมาลงถนนแทน ประมาณ 3-4 ซอย ผลปรากฏแก้ปัญหาถนนเจริญนครได้ ช่วงฝนตก น้ำลง เปิดประตูเขื่อนไหลลงตามธรรมชาติ ช่วงน้ำขึ้น ปิดประตูเขื่อน สูบน้ำที่รอระบายจากถนน เหมือนกับ ‘เล่นมายากล’ ถ่ายน้ำจากแก้วไปอีกแก้ว พอฝนหยุดน้ำก็แห้งทันกันพอดี”

“ผมตั้งข้อสังเกตว่า ความตั้งใจดีของท่านผู้ว่าฯชัชชาติ ผมเห็นท่านพยายามบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไปสูบน้ำเอง บัญชาการเอง พยากรณ์อย่างนั้น เคยเกิดในพื้นที่ผม ลองดู การตั้งหัวหน้าฝ่ายขึ้นมาไม่ใช่การแก้ปัญหา ว่าพอเป็นฝ่ายแล้วน้ำท่วมจะหมดไป เราต้องแก้ให้ตรงจุด” ส.ก.เขตคลองสานให้ข้อคิด

ทั้งเห็นพ้อง-เห็นค้าน แต่ก็ผ่านไปได้ในที่สุด สภา กทม.โหวตฉลุยเปลี่ยนจากกลุ่มงานระบายน้ำ ฝ่ายโยธา เป็น “ฝ่ายระบายน้ำ”

แจงพยากรณ์ไม่แม่น เชื่อแก้ท่วมถูกทาง
ผู้ว่าฯน้อมรับ-เดินหน้า ปัด ไม่ได้รู้ดี

เย็นน้ำลด เช้าท่วมซ้ำ ‘วงเวียนบางเขน’ ฝ่ายโยธา กทม.เร่งเดินเครื่องสูบน้ำ ซ่อมถนน เรียงกระสอบทราย กันกระเซ็นเข้าบ้านประชาชน เมื่อ 10 ก.ย.

ชัชชาติ ไม่รีรอขอบคุณทุกข้อคิดเห็น ก่อนชี้แจงเรื่องภาพรวมนํ้าท่วมตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาว่า ปัญหาหลักคือ ฝนตกรุนแรงเป็นหย่อมๆ

“ที่เขตบางเขน แทบไม่เคยเห็นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขในรอบ 20 ปี รุนแรง และมีพิกัดเป็นจุดๆ เป็นการท่วมแต่ละพื้นที่ไป ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้วย”

ชัชชาติตอบข้อส่งสัยเรื่องการพยากรณ์อากาศไม่แม่น ว่าสามารถดูได้จาก 2 ส่วน ทั้ง “กรมอุตุนิยมวิทยา” ซึ่งจะให้ตัวเลขในภาพรวมระดับ 2-3 วัน ว่าร่องความกดอากาศจะพาดมาถึงเมื่อไหร่ ถ้าจะให้ละเอียดขึ้นต้องดูพิกัดจาก “เรดาร์” ของ กทม.ที่เขตหนองจอกและหนองแขม

“แต่ก็ต้องเรียนว่า เรดาร์เองก็ไม่สามารถให้รายละเอียดที่ถูกต้อง บางครั้ง ‘ลม’ ที่เปลี่ยนไป ‘ฝน’ ที่ก่อตัวขึ้น ทำให้การพยากรณ์อาจไม่แม่นยำมาก แต่อย่างน้อยรู้คร่าวๆ สัก 1-2 ชั่วโมง ที่ผ่านมาทำไปได้หลายโครงการ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งเป็นงานที่สำนักงานระบายน้ำ แต่เส้นเลือดฝอย เรื่อง ท่อระบายน้ำ คลอง ยังมีความอ่อนแออยู่

“ทางสภาได้เห็นงบประมาณที่ผ่านไปว่า เราให้ความสำคัญกับเส้นเลือดฝอยมากขึ้น การไปขุดลอกท่อระบายน้ำ หลายแห่งอาจไม่ได้ขุด หรือขุดแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ส.ก.เอาภาพมาให้เห็น บางท่อตัน บางท่อไม่ได้ขุดนาน ซึ่งผู้ต้องขังที่มาช่วยทำงานได้ดี แต่มีปัญหาล่าช้า ก็จะไปเร่งรัดดำเนินการอาจต้องใช้จำนวนผู้ต้องขังเพิ่มมากขึ้น แต่ผมเชื่อว่าเขาทำได้คุณภาพดีและละเอียด” ชัชชาติน้อมรับ พร้อมชี้ทางปรับปรุง

จากท่อระบายน้ำ ลงมาที่คูคลอง

ผู้ว่าฯเห็นด้วย ต้องทำเขื่อนกั้นน้ำเพื่อขุดลอกลึกได้ ต้องพร่องคลองให้ไหลได้ดี มีระบบสูบน้ำที่ได้ประสิทธิภาพ อย่างที่ ส.ก.หลายท่านให้ข้อแนะนำว่าควรใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ติดเซ็นเซอร์ ก็ดำเนินการอยู่

“การที่ผู้บริหารลงพื้นที่ ต้องเรียนว่าเราไม่ได้รู้ดีกว่าฝ่ายระบายน้ำ แต่การที่ลงไป มี 3 ประเด็นหลัก คือ

1.ทำให้เราเข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น เพราะสุดท้ายจะต้องมาจัดสรรงบประมาณ

2.เป็นการให้ขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

3.เชื่อว่าการแก้น้ำท่วมในพื้นที่ ไม่ใช่แก้การสูบน้ำ ต้องบูรณาการหลายหน่วย เป็นเรื่องการนำประชาชนไปสู่บ้าน ดูรถ ซ่อมรถเสีย มีหลายมิติ ทั้งการจราจรด้วย ไปดูเพื่อบูรณาการและนำจุดอ่อนไปปรับปรุงให้ดีขึ้น

ก็น้อมรับทุกคำแนะนำ เป็นโจทย์ที่ท้าทายของเมืองในสภาพโลกที่เปลี่ยนไป

แต่ผมเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว การเน้นระบบเส้นเลือดฝอย ให้สัมพันธ์กับเส้นเลือดใหญ่ และภาพรวมการระบายน้ำจะทำได้ดีขึ้น” ชัชชาติให้ความเห็น ก่อนปิดสภา ลุยสำรวจปัญหา ประสานความร่วมมือต่อไป