อาศรมมิวสิก : กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมดนตรี ที่โรงพยาบาลวชิระ

25.09.22 | 12:18 น.
อาศรมมิวสิก : กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมดนตรี ที่โรงพยาบาลวชิระ

อาศรมมิวสิก : กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมดนตรี
ที่โรงพยาบาลวชิระ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2565 รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้มาพบเพื่อพูดคุยเรื่องกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมดนตรีที่โรงพยาบาลวชิระ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชได้ปรับปรุงอาคารเก่าเสร็จแล้ว ผู้บริหารมีความตั้งใจจะทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงความเป็นมาของโรงพยาบาลวชิระและชุมชน

วัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า

โรงพยาบาลวชิระ เป็นโรงพยาบาลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2455 ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เมื่อ พ.ศ.2553 มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีคณะวิชาต่างๆ อาทิ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร วิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีวิทยาลัยพัฒนามหานครกับวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น้อยที่มหาวิทยาลัยไทยจะให้ความสนใจเรื่องท้องถิ่นจริงจัง แม้จะมีสถาบันการศึกษาที่อยู่ในท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นเหล่านั้นไม่มีพลัง ไม่มีกำลัง ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีกำลังเงิน ไม่มีราคาความน่าเชื่อถือ มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นจึงไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม นอกจากมีใบปริญญาที่ไร้การศึกษา

วิทยาลัยพัฒนามหานครกับวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มุ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโดยศึกษาปัญหาของชุมชนแล้วนำไปพัฒนาชุมชนต่อ ตั้งแต่เรื่องน้ำดื่ม น้ำท่วม น้ำไม่ไหล ขยะล้นเมือง ไฟไหม้ ต้นไม้มีแต่ตอ สายไฟรุงรัง มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศร ขับบนทางเท้า ทางเท้าไม่มีทางเดิน เมืองสกปรก น้ำเน่า เสียงดังหนวกหู สังคมไม่ปลอดภัย การใช้พื้นที่สาธารณะทำธุรกิจ โรงเรียนด้อยคุณภาพ ชุมชนไม่น่าอยู่ สังคมคุณภาพชีวิตต่ำ สวนสาธารณะไม่ปลอดภัย คนเข้าถึงการรักษาพยาบาลยากและแพง เป็นต้น

Advertisement

ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาเพื่อให้ชุมชนกลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพ ต้องมีการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพออกไปทำงาน เพื่อพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ สร้างชุมชนให้มีโอกาส เป็นชุมชนที่สร้างสรรค์และก้าวหน้า

การพัฒนาชุมชนเมืองในมิติศิลปวัฒนธรรมดนตรี เริ่มในพื้นที่รอบโรงพยาบาลวชิระ แล้วค่อยขยายไปสู่พื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ ที่วังศุโขทัยสมัยรัชกาลที่ 7 มีเพลงคลื่นกระทบฝั่ง เขมรลออองค์ ราตรีประดับดาว ที่วังบางขุนพรหมปัจจุบันเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวังของทูนกระหม่อมบริพัตร มีเพลง อาทิ วอลซ์ปลื้มจิตร วอลซ์ประชุมพล วอลซ์เมขลา วอลซ์โนรี มณฑาทอง สาครลั่น จิ้งจกทอง แขกสาหร่ายเถา แขกมอญบางขุนพรหม ทยอยนอกเถา บุหลันชกมวย น้ำลอดใต้ทราย ดอกไม้ร่วง โหมโรงประเสบันเถา สุดถวิลเถา เป็นต้น

บริเวณท่าวาสุกรี มีหอสมุดแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ดนตรีรัชกาลที่ 9 โรงพยาบาลวชิระนั้น เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงเป็นศิลปิน ในสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทองของนักดนตรี ระหว่างปี พ.ศ.2453-2468 มีนักดนตรีที่ได้รับบรรดาศักดิ์และราชทินนามจำนวนมาก ดังนี้

พระยาประสานดุริยศัพท์ พระประดับดุริยกิจ พระประดิษฐไพเราะ พระยาเสนาะดุริยางค์ พระสำอางดนตรี หลวงศรีวาทิต หลวงสิทธิวาทิน พระพิณบรรเลงราช พระพาทย์บรรเลงรมย์ หลวงประสมสังคีต พระประณีตวรศัพท์ หลวงคนธรรพวาที ขุนดนตรีบรรเลง พระเพลงไพเราะ หลวงเพราะสำเนียง หลวงเสียงเสนาะกรรณ พระสรรเพลงสรวง หลวงพวงสำเนียงร้อย หลวงสร้อยสำเนียงสนธิ์ หลวงวิมลวังเวง หลวงบรรเลงเลิศเลอ ขุนบำเรอจิตรจรุง หลวงบำรุงจิตรเจริญ ขุนเพลินเพลงประเสริฐ ขุนเพลิดเพลงประชัน ขุนสนั่นบรรเลงกิจ ขุนสนิทบรรเลงการ ขุนสมานเสียงประจักษ์ หมื่นสมัครเสียงประจิต หมื่นวาทิตสรศิลป์ หมื่นวาทินสรเสียง ขุนสำเนียงเชิงชั้น หมื่นสำเริงชวนชม หมื่นภิรมย์เร้าใจ หมื่นพิไรรมยา หมื่นวีณาประจินต์ หมื่นวีณินประณีต ขุนสังคีตศัพท์เสนาะ ขุนสังเคราะห์ศัพท์สอาง หมื่นดุริยางค์เจนจังหวะ หมื่นดุริยะเจนใจ หมื่นประไพเพลงประสม หมื่นประคมเพลงประสาน หลวงชาญเชิงระนาด ขุนฉลาดฆ้องวง ขุนบรรจงทุ้มเลิศ หมื่นบรรเจิดปี่เสนาะ หลวงไพเราะเสียงซอ หลวงคลอขลุ่ยคล่อง หลวงว่องจะเข้รับ หมื่นขับคำหวาน หมื่นตันตระการเจนจิต หมื่นตันตริกิจปรีชา หมื่นนารทประสาทศัพท์ หมื่นคนธรรพประสิทธิสาร พระเจนดุริยางค์ พระจัดดุริยางค์ หมื่นถนัดดุริยางค์ หมื่นถนอมดุริยางค์ เป็นต้น ซึ่งรายชื่อนักดนตรีเหล่านี้เกิดขึ้นในยุครัชกาลที่ 6 ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลวชิระ

บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ที่นำไปใช้เป็นเนื้อร้องเพลงมีอยู่มาก อาทิ พราหมณ์เข้าโบสถ์ สยามานุสสติ อรุณไขแสง ตับวิวาห์พระสมุทร ฝรั่งรำเท้า โยสลัม ไทยสามัคคี ไร้รักไร้ผล ไทยรวมกำลัง คำปฏิญาณ ปลุกไทย ไทยไม่ทำลายไทย ไทยมุ่งหน้า มหาอาณาจักรไทย ดวงใจ สาส์นรัก นักเรียนพยาบาล สุริยันจันทรา เกียรติศักดิ์ทหารเสือ ความรัก สีชัง สายสวาท ร้อยใจเป็นมาลัยรัก ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ เป็นต้น

คุณวีระ ระบิลวงศ์ ปราชญ์ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณวัดญวน

ด้านหลังโรงพยาบาลวชิระ พอลงจากสะพานซังฮี้เข้าสู่ถนนราชวิถี ซ้ายมือเคยเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี อาจารย์ศิลป์เป็นผู้เปลี่ยนแปลงด้านศิลปะไทยสู่สากล เมื่ออาจารย์ศิลป์ทำงานศิลปะก็จะผิวปากอยู่ 2 เพลง คือ ซันตาลูเชีย (Santa Lucia) ต่อมาเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร เพลงยามสนธยา ซึ่งขับร้องโดยสุเทพ วงศ์กำแหง อาจารย์ศิลป์จะผิวปากเพลงคัมแบ๊กทูเซอเรนโต (Come back to Sorrento) ต่อมาเป็นเพลงบุหลันลันตู ขับร้องโดยสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นต้น

ที่บริเวณโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เป็นบ้านญวน สามเสน มีวัดราชาธิวาส (วัดสมอราย) วัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า (วัดเขมร) สถาปัตยกรรมวิลันดา มีเพลงวิลันดาและวิลันดาโอด วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ (วัดญวน) ซึ่งมีเพลงที่เกี่ยวกับฝรั่งเศส โปรตุเกส เพลงโยสลัม มีมาแต่สมัยอยุธยา (พ.ศ.2217) สมัยรัชกาลที่ 4 มีบาทหลวงปาลเลอกัวซ์ (Jean-Baptiste Pallegoix) พระอาจารย์ของรัชกาลที่ 4 ทำให้บริเวณนี้มีประวัติความเป็นมาที่สำคัญมาก ยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ มีการเรียนภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาละติน วิชาการพิมพ์ การถ่ายภาพ วิชาวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ในพื้นที่บริเวณนี้

ที่ถนนนครไชยศรี มีบ้านของศาสตราจารย์นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ดนตรีไทย เรื่องราวของคนดนตรี ยังมีบ้านของศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ (วราห์ วรเวช) ท่านเป็นนักประพันธ์เพลงไทยสากล อาทิ รักต้องห้าม ตะแลงแกงแทงใจ บาปบุญ เทพธิดาดอย พะวงรัก รักยามจน ลบรอยแผลรัก สุดเหงา เพลงสถาบัน เป็นต้น

ถ้าวิทยาลัยพัฒนามหานครกับวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความสนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ใส่ใจความเป็นมาของชุมชน การรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ของชุมชนในยุค 100 ปีที่ผ่านมา แล้วพัฒนาให้ชุมชนมีชีวิต เชิญปราชญ์ชุมชนมาเล่าร่องรอยอดีตให้นักศึกษาและผู้สนใจได้ฟัง บันทึกเป็นสารคดีเรื่องราวของชุมชน นำเพลงที่มีในชุมชนมาประกอบสารคดี ค้นคว้าหาความรู้แล้วเผยแพร่ออกสู่สังคม เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และความบันเทิง เป็นการแก้ปัญหาชุมชนโดยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนที่ยังมีชีวิต

อาคารพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลวชิระ มีห้องที่สวยงาม สามารถจะเล่นดนตรีวงเล็กได้ (Chamber Music) หากได้นำเพลงที่มีอยู่รอบๆ พื้นที่โรงพยาบาลมาเรียบเรียงใหม่ โดยมีคำอธิบายบอกเล่าความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในชุมชน ซึ่งเป็นมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์ เป็นการกระตุ้นกระแสความโหยหาอดีตที่เป็นรากฐานของชุมชน ทำให้วัฒนธรรมชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิมสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตสมัยใหม่ได้

อดีตเป็นรากฐานที่สำคัญของชุมชน การนำรากฐานมาพัฒนาให้เป็นพื้นฐานของชีวิต พัฒนาชีวิตและทำชุมชนให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างให้วิทยาลัยพัฒนามหานครกับวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมืองได้มีความภูมิฐานและมีภูมิปัญญา ที่สำคัญคือการสามารถสร้างให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาท้องถิ่นได้

การศึกษาไทยได้นำเข้าความรู้จากเมืองไกลมานาน ปรากฏในบทกวีของ ฟ. ฮีแลร์ (Francois Hilaire) ได้เขียนเอาไว้ว่า “วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา” กวีบทนี้ตอกย้ำและทำให้คนไทยรู้สึกชื่นชมความเป็นอื่นและดูถูกความเป็นตัวเอง จนมองไม่เห็นความดีความงามของตัวเอง

โรงพยาบาลวชิระเป็นสถาบันการแพทย์ที่มีเป้าหมายผลิตแพทย์เพื่อชุมชน เพื่อการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เป็นการให้ความรู้เรื่องอาหารการกิน ศึกษาโรคที่เกิดจากการกิน โรคที่เกิดจากวิถีชีวิต โรคที่เกิดจากการทำมาหากิน โรคอาชีพ โรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม โรคที่เกิดจากพันธุกรรม เป็นต้น เพื่อให้แต่ละคนในชุมชนได้เรียนรู้ตระหนักเพื่อจะฝึกดูแลและช่วยตัวเองให้ได้ เพราะตัวเองเป็นหมอที่ดีที่สุด และความสุขคือเป้าหมาย
เชื่อว่า “การศึกษาจะเปลี่ยนไป” เมื่อความรู้ได้มาจากชุมชน นักศึกษาเป็นผู้เรียนเพื่อออกไปทำงานเพื่อชุมชน ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนก็จะตื่นตัว พิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่ก็เปลี่ยนไป ไม่ได้เก็บของเก่า ไม่ได้เก็บวัตถุโบราณ แต่จะนำเรื่องเก่าที่มีอยู่แล้วมาสังเคราะห์เสนอเป็นสารคดี มีดนตรีของชุมชนประกอบเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ทุกเรื่องเป็นความรู้ เป็นการศึกษา เป็นสินค้าทางวัฒนธรรมของชุมชน ทุกมิติ ทุกขั้นตอน และทุกกระบวนการนั้น เป็นเรื่องการศึกษา สารคดีเป็นศิลปะสื่อผสมมีสาระ มีดนตรี การถ่ายทำใช้เทคโนโลยี บันทึกจากการแสดงสด

วันนี้คนไทยสมัครขอรับบัตรคนจน 14.2 ล้านคน มีผู้สูงอายุ 13.2 ล้านคน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มเป็นประชากรที่ช่วยตัวเองไม่ได้ แม้จะมีเงินอยู่ในมือก็รอคิวใช้เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าหมอและค่ารักษาพยาบาล เมื่อได้จ่ายเงินหมดตัวแล้ว คนแก่ก็ตาย ปัจจุบันพบว่า “หมอเห็นเงิน เห็นเชื้อโรค แต่หมอมองไม่เห็นคน”

มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นสถาบันการแพทย์เพื่อชุมชน จึงต้องสร้างหมอที่มองเห็นคน เห็นวิถีชีวิต เห็นชุมชนต่อไป แล้วก็จะมองเห็นโรค เพื่อจะได้รักษาโรคให้คน พัฒนาคน พัฒนาชุมชน และพัฒนาเมือง

สำหรับดนตรีที่มีอยู่รอบๆ ชุมชนนั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เป็นยาที่ห่อหุ้มจิตใจคนให้มีความสุข เสียงเพลงในชุมชนช่วยหล่อเลี้ยงให้ชุมชนอบอุ่นและทำให้ผู้คนรวมกันเป็นหนึ่ง