ฟังความ 3 ด้าน ‘อีเวนต์ดินแดง’ ตัดจบ (ฟ้าผ่า) เรื่องคาใจยังไม่เคลียร์?

28.09.22 | 12:08 น.

วันนี้พุธที่ 28 กันยายน เป็นวันนัดหมายประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) โดยจะมีการเสนอญัตติใหม่โดยสมาชิกสภา กทม.หลายราย ในหลากประเด็น

ทว่า ควันหลงจากการประชุมสภา กทม.ครั้งก่อน ยังไม่จบเสียทีเดียว

นั่นคือประเด็น ‘อีเวนต์ดินแดง’ ที่ อนงค์ เพชรทัต ส.ก.เขตดินแดง เสนอญัตติด่วน ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร วิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครตรวจสอบการค้าขายบนทางเท้าบริเวณหน้าศูนย์เยาวชนกรุงเทพ มหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการจัดงาน “โครงการไทยช่วยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ เขตดินแดงเพื่อประชาชน”

จนรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม สั่งเขตทำหนังสือแจงด่วนภายในวันรุ่งขึ้น หากพบว่าไม่เหมาะสมจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบต่อไป

ด้าน นิวัฒน์ ดวงจิโน ผู้อำนวยการเขตดินแดง ให้ข้อมูลพร้อมเปิดใจโดยยืนยันว่า ‘ตรวจสอบได้’ ไม่ใช่งานที่ ‘ทะลึ่งคิดเอง’ แต่เมื่อมีผู้ไปร้องเรียน จึงสั่งยุติงานไปแล้ว เพราะยึดประชาชนมาก่อน แต่ยอมรับว่าเห็นใจ
ออร์แกไนเซอร์ที่ต้องมาขาดทุน ส่วนหนังสือชี้แจง ส่งเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

ผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ เมื่อถามไปยังรอง ผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ได้คำตอบสั้นๆ เมื่อ 23 กันยายนที่ผ่านมาว่า ‘หนังสือยังมาไม่ถึง’ เนื่องจากอยู่ในระหว่างขั้นตอนของระบบราชการ แต่งานดังกล่าวได้ยกเลิกจัดไปแล้ว ทั้งนี้ จึงยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯกทม.ที่รับผิดชอบในประเด็นดังกล่าวโดยตรง คือ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ซึ่งดูแลสำนักพัฒนาสังคม ซึ่งติดภารกิจ ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมสภา กทม.ในจังหวะเวลาที่ ส.ก.ดินแดงลุกอภิปรายเดือด

ประเด็นนี้ ต่างฝ่ายต่างมีชุดข้อมูลและมุมมองของตัวเองที่ต้องฟังให้ชัดถ้อยชัดคำ

2 ส.ก.แทคทีมคาใจ ดินแดง-บางกอกใหญ่ จี้ค้นความจริง

ย้อนไปในช่วงท้ายของการประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา กทม.2 ดินแดง อนงค์ เพชรทัต ส.ก.เขตดินแดง เผยว่า

มีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากการจัดงานของเขตดินแดง และการตั้งร้านของผู้ค้ากีดขวางการจราจรทำให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาไม่ได้รับความสะดวก โดยการจัดงานลักษณะดังกล่าวเป็นการจัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ตนอยู่พื้นที่ดินแดงมานาน สิ่งที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้ศูนย์ฯไทย-ญี่ปุ่นในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา คือ มีการจัดสินค้าราคาถูก มีป้ายโฆษณาที่มีตรา กทม.และสำนักงานเขตดินแดง จำหน่ายให้ชุมชน โดยมีการเชิญชวนชมหนังกลางแปลง ฟังดนตรีในสวน ไม่ทราบว่านี่คือนโยบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติหรือไม่

“ร้านค้ามีจำนวนเยอะมาก และที่อ้างว่าเป็นร้านค้าในชุมชน ดิฉันยืนยันว่า ไม่มี เพราะได้สอบถามจากฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตดินแดงแล้วได้คำตอบว่า ไม่มี แต่ป้ายประชาสัมพันธ์กลับใช้ตรา กทม.และสำนักงานเขตดินแดง สิ่งที่มีผลกระทบกับดิฉันโดยตรง คือ ตรงนี้กลายเป็นเรื่องของการทำธุรกิจ มีการถามว่า ถ้าจะขายตรงนี้ต้องมีค่าเช่าเท่าไหร่ ปรากฏว่า มีการจัดพื้นที่ให้ขายเกือบ 100 ร้าน มีค่าใช้จ่ายร้านละ 1 หมื่นบาทขึ้นไป จึงอยากทราบว่าผู้บริหาร กทม.ทราบหรือไม่ และการใช้พื้นที่ทางเท้าหน้าศูนย์ไทย-ญี่ปุ่นจัดเป็นมหกรรมอย่างนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว” อนงค์ ส.ก.ดินแดง พรรคพลังประชารัฐ กล่าว

อนงค์ย้ำด้วยว่า ตนไม่ขัดขวางการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ใช้ทางเท้ามาจัดโครงการอย่างนี้ เหมาะสมหรือไม่ เพราะมีการห้ามหาบเร่-แผงลอยใช้ ถามว่า ตรงนี้มีอภิสิทธิ์อะไร จึงมาจัดอีเวนต์ในลักษณะนี้ โดยมีกองอำนวยการให้ผู้ที่ต้องการค้าขายในบริเวณดังกล่าวติดต่อได้อีกด้วย และมีบริษัทออร์แกไนซ์มา
จัดให้ งานนี้จัด 10 วัน ลองนึกสภาพที่รถเข้าไปจอดในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งใช้ในการออกกำลังกายวันละหลายร้อยคน ต้องมีการค้นหาความจริงในเรื่องนี้ ให้มีคำตอบชัดเจนและครบถ้วน

ไม่เพียงเท่านั้น วิรัตน์ คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกเปิดไมค์ให้ข้อมูลเสริมว่า ตนมีเรื่องที่ตรงกันกับ ส.ก.เขตดินแดง โดยเมื่อได้พูดคุยกับ ส.ก.หลายท่าน พบว่าเกิดขึ้นในหลายเขต รวมถึงเขตบางกอกใหญ่ของตน 3 ครั้งมาแล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่า บริษัทออร์แกไนซ์ อาศัยจังหวะของนโยบายผู้ว่าฯกทม.ที่ส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการจัดถนนคนเดิน บวกกับได้ความร่วมมือกับสำนักงานเขต“ผมกล้าพูดว่าต้องได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขต เพราะป้ายที่ขึ้นนั้นมีตราสำนักงานเขตด้วย” วิรัตน์กล่าว

รองผู้ว่าฯ ชี้ ไม่ใช่นโยบายชัชชาติ

สั่งเขตส่งหนังสือแจงด่วน ถ้าผิดปกติ เจอสอบ

จากนั้น ถึงคิว จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ ซึ่งลุกขึ้นกล่าวว่า เขตได้ชี้แจงว่า การจัดงานไทยช่วยไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นนโยบายของผู้บริหารชุดที่ผ่านมา โดยอ่านเอกสารในมือแบบคำต่อคำ

“เขตดินแดงได้ทำรายงานส่งมาแจ้งว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น สมัยผู้ว่าฯ … (ไม่เอ่ยนาม) …ผมเน้นว่าไม่ใช่ผู้ว่าฯในปัจจุบัน แล้วก็ต่อด้วยข้อความว่า ได้มีนโยบายจัดทำโครงการไทยช่วยไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด โดยให้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน และจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว การดำเนินงาน สำนักงานเขตดินแดงได้ร่วมกับบริษัทหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ จัดโครงการไทยช่วยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ เขตดินแดงเพื่อประชาชน ระหว่างวันที่ 12-22 กันยายน 2565 เวลา 10.00-22.00 น. ณ บริเวณทางเท้าศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง 2.ออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนดินแดง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกจำนวน 120 บูธ

ผมเรียนนะครับว่า ที่เขตอ้างว่ามีโครงการไทยช่วยไทย เขตดินแดงเพื่อประชาชน นโยบายของท่านผู้ว่าฯปัจจุบัน โครงการนี้ ไม่มี ผมได้สั่งการให้เขตดินแดงรายงานเป็นทางการมาให้ผมภายในวันพรุ่งนี้ (15 กันยายน) ถ้าเกิดกรณีตรวจสอบแล้ว มันมีความผิดปกติ ก็จะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป ถ้ามีผลตรวจสอบอย่างไร จะรายงานสภาทราบอีกครั้ง” รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ปิดท้ายในวันนั้น

ผอ.เขตแจง แนวคิดรัฐบาล สั่งการยุค ‘อัศวิน’

ลั่น ตรวจสอบได้ ‘ไม่ทะลึ่งคิดเอง’

จากนั้น มาฟังมุมมองของ นิวัฒน์ ดวงจิโน ผอ.เขตดินแดง ที่พรั่งพรูข้อมูลว่า การจัดงานตลาดกระตุ้นเศรษฐกิจ มาจากนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้น จนมาถึงสมัยของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบัน ที่มีนโยบายเศรษฐกิจดี โดยมอบหมายให้ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. จัดประชุมให้แต่ละเขตจัดงานถนนคนเดิน แต่เนื่องจากมีการร้องเรียนจากประชาชนผ่าน นางอนงค์ เพชรทัต ส.ก.เขตดินแดง จึงมีการสั่งให้หยุดก่อนกำหนดการเดิม

เมื่อสอบถามประเด็นที่ อนงค์ ส.ก.เขตดินแดง ระบุว่าไม่มีร้านค้าของคนในชุมชนภายในงาน นิวัฒน์ระบุว่า จากแผงร้านค้าทั้งหมดประมาณ 100 ร้าน มีร้านค้าของคนในชุมชน 20 ร้าน โดยไม่มีการเก็บค่าแผงจากคนในชุมชน ส่วนร้านค้าที่เหลือเป็นร้านที่ออร์แกไนซ์จัดหามา มีการเก็บค่าแผงจำนวนหมื่นกว่าบาทจริง เพราะทางสำนักงานเขตไม่มีงบประมาณ ไม่มีกำลังคน ไม่มีวัสดุอุปกรณ์ในการจัดงาน เพื่อให้งานดึงดูดความสนใจให้อลังการ ก็ต้องหาผู้ที่มีความพร้อมอยู่ในมือ ซึ่งออร์แกไนซ์มีความพร้อมจัดงานตรงนี้

โดยออร์แกไนซ์เป็นผู้รับผิดชอบในการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์จัดงาน ทำให้ต้องมีการเก็บค่าแผงจากร้านข้างนอกที่ไม่ได้มาจากร้านของชุมชน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ทั้งนี้ ทางสำนักงานเขตดินแดงไม่มีการรับรายได้จากตรงนี้

“ยืนยันว่าไม่มีการเก็บค่าแผงร้านค้าชุมชนแน่นอน ต้องตอบประเด็นนี้กับท่าน ส.ก.ให้ได้ เป็นนโยบายของผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องมีร้านค้าชุมชนมาร่วมขาย อย่างน้อยที่สุดประชาชนต้องได้เลือกสินค้าที่หลากหลายที่อาจจะไม่เคยขายในเขตพื้นที่มาก่อน เพื่อให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีความหลากหลาย” นิวัฒน์กล่าว

ถามต่อไปว่า มีออร์แกไนซ์หลายเจ้าที่มาเสนอการจัดงานหรือไม่ ผอ.เขตดินแดงเผยว่า ไม่ได้มีหลายเจ้า เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวในการเสนออยู่แล้ว ทางสำนักงานเขตไม่ได้มีรายได้จากส่วนนี้ ซึ่งถ้าสำนักงานเขตรับรายได้ ก็ต้องมีการจัดประมูลขึ้นอีก ทั้งนี้ ออร์แกไนซ์ดังกล่าวเคยรู้จักเป็นการส่วนตัวมาก่อน ก็พบว่ามีสินค้าหลากหลาย ซึ่งออร์แกไนซ์นี้ได้จัดงานตามเขตอื่นๆ มาก่อนด้วย

เมื่อถามว่า มีระเบียบทางราชการมารองรับการจัดงานตรงนี้หรือไม่ นิวัฒน์กล่าวว่า เป็นนโยบายของผู้บริหาร ถ้าไม่มีนโยบายออกมาทางสำนักงานเขตคงไม่ทำ เพราะไม่มีการเปิดช่องให้ทำได้ เพียงแค่ใช้พื้นที่จัดงานบนทางเท้าก็ผิดกฎหมายแล้ว แต่มีข้อกฎหมายที่เว้นให้หน่วยราชการสามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย พอจะ
จัดงานก็ใช้ชื่อว่า สำนักงานเขตร่วมกับบริษัท

“คือถ้าเขตจัดเอง เราไม่มีเต็นท์ ไม่มีหลังคา ไม่มีไฟ ไม่มีอะไรให้ทั้งนั้น เลยต้องอาศัยพวกเขา พอเขามาเขาจะมาฟรีได้อย่างไร เขาก็มีค่าใช้จ่าย แต่ว่างานเราก็เกิดตามนโยบาย อันนี้ตรวจสอบได้ว่าเขามีนโยบายให้ทำใน 50 เขต ไม่ใช่ว่าเราจะมาทะลึ่งคิดเอง ผมคิดเองไม่ได้มันสุ่มเสี่ยง” นายนิวัฒน์กล่าว

เขตอื่นก็ทำ รับเห็นใจออร์แกไนเซอร์มาขาดทุนที่ดินแดง

เมื่อถามว่า เขตอื่นๆ มีทำในลักษณะเดียวกันแบบนี้หรือไม่ นิวัฒน์ตอบว่า

“ก็ประมาณนี้ทั้งหมดแหละครับ อย่างแค่ขึ้นป้ายเขตก็ไม่มีงบประมาณแล้ว ถูกไหม ใช้ไฟฟ้าก็มีค่าใช้จ่าย ยิ่งเราเอาไฟหลวงไฟเขตไปใช้เองมันไม่มีงบจ่ายอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายก็เยอะ เขาต้องมีส่วนต่างส่วนหนึ่งเป็นค่าดำเนินการของเขา เขตไม่มีขงมีของไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่พวกนี้เขามีเฉพาะ สมมุติว่าเขาไปเช่าที่
เอกชนจัด เขาก็มีกำไรไปนู้นนี้เยอะแยะ แต่ว่าส่วนหนึ่งต้องจ่ายค่าที่ แต่ของเราค่าที่ไม่มี
แต่ต้องเอาให้ชุมชนของเรา เขาก็ต้องแสวงหากำไรในส่วนนี้” นิวัฒน์กล่าว

ถามอีกว่ายกเลิกงานตรงนี้ไปแล้วจะมีการหาสถานที่จัดงานใหม่หรือไม่ นายนิวัฒน์ตอบว่า ไม่ อย่างไรก็ตาม เห็นใจบริษัทดังกล่าวที่ต้องขาดทุน

“ไม่ไม่ไม่ ผมเลิกไปเลย ก็คือขอให้เขาขาดทุน แต่ผมก็บอกว่าเห็นใจนะ เพราะว่าประชาชนร้องเรียนมามีความเดือดร้อน ผมก็ต้องขอโทษขอโพยเขาไป แล้วก็บอกว่าต่อไปอาจจะหาที่อื่น ผมเองก็จะเกษียณด้วยอะไรด้วย ก็บอกทีมงานไปว่าช่วยดูแลบริษัทนี้หน่อย เพราะเขาขาดทุนมาจากดินแดง อย่างว่าถ้ามีเรื่องร้องเรียนมาอะไรมา ผมก็ต้องขอร้องกัน เราขอให้เขามาขายคือเขาได้กำไร แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้า เขาก็ต้องสูญเสียกำไรบ้าง ก็ต้องขอกัน”

ผอ.เขตดินแดงยังตอบคำถามที่ว่า มีประชาชนร้องเรียนมาทางเขตหรือไม่ จากประเด็น ส.ก.ปราศรัยว่าได้รับเสียงร้องทุกข์

นิวัฒน์เผยว่า ไม่มีการร้องเรียนมาที่สำนักงานเขต แต่เรามีจัดดนตรีในสวน มีฉายหนังกลางแปลง ซึ่งเป็นการใช้สถานที่ในบริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ก็อาจจะไปกีดขวางประชาชนส่วนหนึ่ง

“ส.ก.เขาตั้งกระทู้สด เขาร้องเรียนผ่านท่าน ท่านก็เป็นคนที่ช่วยเขตเยอะ ท่านมีอะไรท่านชี้แนะตลอด ก็ช่วยผม ช่วยดูแลข้อกฎหมายนู้นนี้นั้นตลอด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้เรียนนำท่าน ส.ก. ก็เลยอาจจะมีคนตั้งประเด็นถามท่านมา ก็เลยเป็นประเด็นขึ้นมา ในส่วนของเขตอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีเรื่องร้องเรียนมา ต้องถือประชาชนเป็นหลักไว้ก่อน ผมเลยขอร้องให้เลิก” นิวัฒน์ปิดท้าย

ไม่ใช่ประเด็นยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน เมื่อตัวแทนประชาชนสงสัย กรุงเทพมหานครต้องมีคำตอบ