เมื่อ ‘ศาสตราจารย์ยูนูส’ พบ ‘หมอบุญ’ แลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่าของคนทุกชนชั้น

30.09.22 | 13:08 น.
ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส

เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ต้อนรับการมาเยือนของเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพท่านหนึ่ง

เขาเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารเจ้าใหญ่ในประเทศบังกลาเทศ คือ ธนาคารกรามีน (Grameen Bank)

เขาเป็นเจ้าของแนวคิด Micro credit ที่ช่วยเหลือคนรากหญ้าให้เริ่มสร้างธุรกิจขึ้นมาจนสร้างตัวได้

เขาชื่อว่า ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส

จุดหมายของการเดินทางของนายธนาคารผู้โด่งดังนี้ คือ โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง

Advertisement

เหตุใด นายธนาคาร และนักเศรษฐศาสตร์คนนี้จึงเลือกที่จะเดินทางมาที่โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง?

เมื่อเวลาราว 18 นาฬิกาตรง ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูสเดินทางมาถึงโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมืองพร้อมทีมงานของเขา และการแถลงข่าวก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ศาสตราจารย์ยูนูส ชื่นชม หมอบุญ
สนใจการให้บริการทางการแพทย์

นายแพทย์บุญ วนาสิน

ศาสตราจารย์ยูนูส กล่าวบนเวทีถึงจุดประสงค์ของการมาเยือนโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง ว่าสิ่งที่พาเขามาในวันนี้ คือ ต้องการทำความรู้จัก ศึกษาการดำเนินงานในโรงพยาบาล และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ นายแพทย์บุญ วนาสิน หรือ ‘หมอบุญ’ ผู้ก่อตั้งเครือโรงพยาบาลธนบุรี โดยศาสตราจารย์ยูนูสกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มาที่โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมืองเพราะได้ยินผลงานการทำงานของนายแพทย์บุญมานาน อีกทั้งกล่าวว่าผลงานที่นายแพทย์บุญเคยทำไว้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และมีหลายสิ่งที่ศาสตราจารย์ยูนูสให้ศึกษาเรียนรู้จากที่นี่

ศาสตราจารย์ยูนูสได้มีความสนใจทางด้านการแพทย์ พร้อมกล่าวถึงปัญหาทางการแพทย์ที่ได้เห็นในบังกลาเทศ และในประเทศอื่นๆ

“การบริการด้านสุขภาพมันเป็นเรื่องตลก เพราะมันจะเข้าถึงแค่กับคนที่มีรายได้สูงเท่านั้น มันไม่ได้ลงไปหาคนที่อยู่ด้านล่าง มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกประเทศ แม้แต่ในประเทศสหรัฐ” เจ้าของรางวัลโนเบลกล่าว

โครงการเพื่อคนยากไร้
แก้ปัญหาสุขภาพด้วยการเข้าถึงทางการแพทย์

หลังจากช่วยเหลือคนรากหญ้าทางการเงินมาแล้ว ตัวศาสตราจารย์ยูนูสเองได้เริ่มที่จะช่วยเหลือคนรากหญ้าในด้านการให้บริการทางการแพทย์เช่นกัน โดยศาสตราจารย์ยูนูสได้ริเริ่มโครงการหลักประกันสุขภาพเริ่มต้นที่ 4 เหรียญสหรัฐ ต่อ 1 ครอบครัว ต่อ 1 เดือน เมื่อโครงการดังกล่าวดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ศาสตราจารย์ยูนูสได้พบกับปัญหาที่ว่าปัญหาใหญ่ของโครงการดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน หรือจำนวนคนที่ไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่ปัญหาที่คือ ‘หมอไม่อยากเดินทางเข้าไปในชุมชนห่างไกล’ เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ

ศาสตราจารย์ยูนูส จึงตั้งโครงการศูนย์การแพทย์ในระดับชุมชนที่มีชื่อว่า Grameen Kalyan หรือ Grameen Wellbeing ขึ้นมา เพื่อนำหมอ และพยาบาลไปประจำอยู่ในชุมชนนั้น ทำให้ผู้คนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการแพทย์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้มี 155 แห่งทั่วบังกลาเทศ โดยศูนย์แต่ละที่สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งเงินบริจาคเป็นหลัก

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญถึงปัญหาด้านสายตาของผู้ยากไร้วัยชราอีกด้วย ที่ส่วนใหญ่มักพบปัญหาโรคต้อกระจก จึงได้ก่อตั้งศูนย์รักษาดวงตาในชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก และรักษาโรคทางด้านสายตาอื่นอีกด้วย ซึ่งขณะนี้มีศูนย์รักษาดวงตาในชุมชนแล้วหลายแห่งในบังกลาเทศ

“โดยส่วนใหญ่ ชาวบังกลาเทศที่อาศัยอยู่ในชุมชนยากไร้ เมื่อพวกเขาแก่ตัวไป มักจะมีปัญหาเรื่องโรคต้อกระจก ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยจนดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เราจึงได้เริ่มอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่ามันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิต มันแก้ไขได้ด้วยวิทยาศาสตร์” ศาสตราจารย์ยูนูสกล่าว

ไม่เพียงเท่านั้น ได้ข้ามไปให้การพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อวางรากฐานให้มีการพัฒนาทางการแพทย์ โดยการก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาล Grameen Caledonian College of Nursing เพื่อเพิ่มจำนวนพยาบาลที่มีน้อยกว่าจำนวนหมออยู่มาก และเพิ่มคุณภาพให้พยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

“สัดส่วนระหว่างจำนวนหมอ และพยาบาลอยู่ที่ หมอ 3 คน ต่อพยาบาล 1 คน ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็น หมอ 1 คน ต่อพยาบาล 3 คน มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน เราจึงก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาลขึ้นมา ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Glasgow Caledonian ในสกอตแลนด์ วิทยาลัยพยาบาลดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในวิทยาลัยพยาบาลชั้นนำในบังกลาเทศ” ศาสตราจารย์ยูนูสเผย

Social Business
ธุรกิจที่เน้นช่วยเหลือ มากกว่าเน้นกำไร

หลังจากก่อตั้ง 3 โครงการทางการแพทย์ข้างต้นไปแล้ว ศาสตราจารย์ยูนูสได้อธิบายมุมมองหลังเข้ามาลงมือทำโครงการในสายการแพทย์ และหลังจากเห็นปัญหาการเข้าถึงของประชาชน กับ การรักษา ว่าเป็นช่องทางการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง แต่คำว่าธุรกิจของศาสตราจารย์ท่านนี้ไม่เหมือนการทำธุรกิจทั่วไปที่เน้นสร้างผลกำไร แต่เป็น Social business คือธุรกิจเพื่อช่วยเหลือผู้คน

“ธุรกิจทั่วไปมีหัวใจหลักคือการสร้างเงิน ทำกำไรให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่เราทำ คือเราบอกว่า ไม่ การทำธุรกิจมันไม่เกี่ยวกับว่ามันจะทำกำไรให้กระเป๋าเรามากแค่ไหน แต่ธุรกิจสามารถทำให้เกิดการแก้ปัญหาได้เช่นกัน เราจึงตั้งธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เน้นการแก้ปัญหาให้กับผู้คน เราจะไม่มุ่งเป้าไปที่การหากำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ธุรกิจนี้จะเน้นแก้ปัญหาให้กับผู้คนด้วยเงินที่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจนี้อยู่รอดได้เท่านั้น เราเรียกธุรกิจนี้ว่า Social business หากคุณไม่นำเงินจากธุรกิจของคุณมาช่วยเหลือสังคม หากคุณไม่ทุ่มเทให้กับการแก้ปัญหาให้กับผู้คน ก็เท่ากับว่าคุณคือส่วนหนึ่งของปัญหาเสียเอง” นายธนาคารเจ้าของรางวัลโนเบลกล่าว

แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี
ตรวจโรคได้ทุกที่ ลดเวลารอหมอ

ศาสตรจารย์ยูนูสได้กล่าวถึงปัญหาทางการรักษาในบังกลาเทศว่า เนื่องจากหมอส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงธากา ผู้คนในบังกลาเทศ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ต้องเดินทางเข้ามาเมืองหลวงเท่านั้น แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเช่น Telemedicine หรือ การตรวจทางไกล และติดต่อรับยาทางไกล “สถานพยาบาลส่วนใหญ่ในบังกลาเทศจะอยู่ในกรุงธากา หากผู้คนมีปัญหาสุขภาพขึ้นมา ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน พวกเขาต้องเข้ามาในเมืองหลวงเพื่อทำการรักษา เราจึงคิดว่านี่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้อีกต่อไป เราคิดว่าเราควรจะเอาการรักษาเข้าไปหาถึงหน้าบ้านของพวกเขา เราจึงคิด Social business ขึ้นมาใหม่ นั่นคือ Digital healthcare เราได้จัดหาเทคโนโลยีใหม่ 2 อย่าง โดยคนไข้สามารถโทรศัพท์หาคุณหมอได้โดยตรงเพื่อทำการวินิจฉัยโรค ระยะเวลาในการรอเข้ารับการรักษาในบังกลาเทศอาจกินเวลาหลายชั่วโมง ทีนี้คุณสามารถติดต่อคุณหมอได้โดยตรง และข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกเก็บไว้ เราจะสามารถสร้างฐานข้อมูลทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยทุกคน ส่วนอีกเทคโนโลยีคือการจัดส่งยาทางออนไลน์ นี่คือกระบวนการที่จะนำการรักษาทางการแพทย์ให้กับทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด”

ศาสตราจารย์ยูนูส ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วโลก และกระทบถึงทุกคน โดยมองว่า ไม่ควรมีบริษัทใด ถือครองลิขสิทธิ์วัคซีนโควิด-19 บริษัทไหน ชาติไหน ก็สามารถผลิตวัคซีนได้ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีน

“บริษัทแค่บางบริษัททำกำไรได้หลายพันล้านเหรียญเพราะพวกเขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่สามารถผลิตวัคซีนโควิดได้ เพราะพวกเขาถือลิขสิทธิ์ของวัคซีนโควิด-19 สิ่งเหล่านั้นต้องหมดไป วัคซีนโควิด ทุกคนต้องสามารถผลิตได้ ไม่ควรมีใครถือครองลิขสิทธิ์วัคซีนโควิด และการถือครองลิขสิทธิ์วัคซีนโควิดทำให้บรรดาวัคซีนตกไปอยู่ในมือของบรรดาประเทศที่ร่ำรวย” ศาสตราจารย์ยูนูสกล่าวเพิ่มด้วยว่า เราควรสร้าง Social business เป็นบริษัทยาในการผลิตวัคซีน และยารักษาโควิด-19 ที่ไม่เน้นสร้างกำไร แต่เน้นให้ผู้คนอยู่รอด ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ราคายารักษาโควิด-19 ลดลง ทำให้ผู้คนเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ศาสตราจารย์ยูนูสได้เดินทางมาพบกับ นายแพทย์บุญ ในวันนี้ เพราะนายแพทย์บุญกับศาสตราจารย์ยูนูสมีทิศทาง และมุมมองเรื่องการรักษาทางการแพทย์ที่ตรงกัน ซึ่งคือการสร้าง Social business ในทางการแพทย์นั่นเอง

เทคโนโลยีคืออนาคตของการรักษา

หลังจากที่ศาสตราจารย์ยูนูสกล่าวจบ นายแพทย์บุญ แห่งเครือโรงพยาบาลธนบุรีรับไมค์ต่อ ขึ้นกล่าวอนาคตทางการแพทย์ และโครงการในอนาคต โดยนายแพทย์บุญประกาศว่าในอนาคต จะใช้เทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาช่วยการรักษาโรคทางด้านหู โดยได้ทำการหารือกับผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐในการพัฒนาโครงการนี้ อีกทั้งยังให้ความสำคัญถึงการตรวจรักษาทางไกลอีกด้วย ซึ่งจะทำให้คนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

นายแพทย์บุญกล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนราว 2 ล้านคนที่ในกรุงเทพฯไม่สามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ เพราะข้อจำกัดด้านการเข้าถึง เราจึงได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก สปสช. โดยเสนอวิธีแก้ด้วยการใช้ Telemedicine หรือการตรวจทางไกลให้กับประชาชน ซึ่งจะทำให้คนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ราคาการรักษาทางการแพทย์ลดลงไปมากกว่า 50% อีกด้วย

นลิน วนาสิน

ด้าน นลิน วนาสิน กรรมการบริหารเครือโรงพยาบาลธนบุรี เน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ผู้คนเข้าถึงการรักษาได้ง่าย

“เราเชื่อมั่นในการใช้คุณภาพของการรักษาพยาบาล ในราคาที่คนหมู่มากสามารถเข้าถึงได้ และเราพยายามหาวิธีการรักษาพยาบาลที่หลากหลาย เช่นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อที่จะเป็นการคุมต้นทุน และทำให้เราสามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และเป็นวิธีทางออกทางหนึ่งที่เราคอยดูตลอด และพยายามที่จะเติบโตไปในทางนี้” นลินเผย

ในตอนท้าย ศาสตราจารย์ยูนูสได้ให้ข้อคิดที่ลึกซึ้ง และมีความหมายก่อนที่จะเดินลงจากเวที ความว่า

“การสร้างเงินมันทำให้มีความสุข แต่การทำให้ผู้อื่นมีความสุข มันทำให้มีความสุขยิ่งกว่า”

การเดินทางมาเยือนโรงพยาบาลกรุงเทพธนบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างนายแพทย์บุญ วนาสิน และศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ที่อดใจรอไม่ไหวในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้

ศุภวิชญ์ เจียรรุ่งแสง