แท็งก์ความคิด : ทางรอดไทย

9.10.22 | 12:01 น.

จําได้ว่าครั้งแรกที่พบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ยินรัฐมนตรีสารภาพว่า ไม่มีความรู้เรื่องท่องเที่ยว

แถมพูดติดตลกว่า “ผมมาแทนภรรยา”

ตอนที่ได้ยินนั้น เป็นช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวไทยเจอมรสุมโควิด-19 ทำให้รัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯต้องทำงานหนักแบบไม่หยุดพัก

การทำงานต่อเนื่องทำให้ “ความไม่รู้” กลายเป็น “ความรู้” และทำให้ “ความไม่คุ้นเคย” กลายเป็น “ความเชี่ยวชาญ”

เมื่อสัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์มติชนจัดสัมมนาเรื่อง “ท้าชน Perfect Storm ทางรอดประเทศไทย” เชิญนายพิพัฒน์ขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษ

Advertisement

ได้ฟังนายพิพัฒน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องยอมรับว่าเราได้ฟังรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาโชว์ไอเดียอย่างเต็มภาคภูมิ

การนำเสนอประเด็นการท่องเที่ยว นายพิพัฒน์ทำได้คล่องแคล่ว เป้าหมายชัด ฟังแล้วมีหวัง

มองเห็นความเป็นไปได้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาไทย 10 ล้านคน ภายในปีนี้

จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยเข้ามาเที่ยวไทย 40 ล้านคน พอเจอโควิด-19 ระบาด ตัวเลข 40 ล้านคนเหลือศูนย์

ถ้าปีนี้ดึงนักท่องเที่ยวกลับมา 10 ล้านคน ก็เท่ากับฟื้นคืนสภาพ 1 ใน 4

นี่ยังไม่รวมข่าวสะพัดที่ว่า นายสี จิ้นผิง จะนำข่าวดีมาบอก

“จีนจะเปิดประเทศแล้ว”

หากจีนเปิดประเทศ จะมีชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมาก

นักท่องเที่ยวจีนเคยมาไทยเป็นจำนวนมาก และหากเป็นเช่นนั้น เป้าหมายนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน ถือว่าน้อยเกินไป

ภายในงานสัมมนา นายพิพัฒน์ฉายภาพรวมแผนบูมการท่องเที่ยว

ไล่เรียงจากพื้นที่อีอีซี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ที่เน้นนักท่องเที่ยวรายได้สูง

เปิดท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงการจัดสัมมนา

ขยับลงมาพื้นที่ภาคใต้ ตั้งเป้าปลุก “ไทยแลนด์ริเวียร่า” ให้มีชีวิต ดันพื้นที่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร เป็น Health Retreat & Resort of the World

ตะลุยการท่องเที่ยวทางรถไฟและรถยนต์ หนุนกระจายรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถยนต์แบบคาร์บอนต่ำ พัฒนาจุดพักรถที่ให้บริการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า

นายพิพัฒน์ชู Blue & Green Destination ใช้ความอุดมสมบูรณ์ของ ป่า เขา ทะเล และน้ำพุร้อน ดึงนักท่องเที่ยวไปเยือน

ผลักดันแนวคิดท่องเที่ยวและพักผ่อนเพื่อสุขภาพชั้นนำของโลกให้เกิดขึ้น

พอลงมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ดินแดนแห่งศรัทธา วัฒนธรรม และความหลายทางชีวภาพ

นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทาง Rail & Road Trip จากไทยแลนด์ริเวียร่า ไปเที่ยวในพื้นที่พิเศษอย่างทะเลสาบสงขลา แล้วยังมีการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม เป็นต้น

ไฮไลต์ตลอดกาล คือ อันดามัน พังงา ภูเก็ต กระบี่

นายพิพัฒน์โชว์แนวคิด Go Green: Wellness Resort of the World พร้อมเปิดผังเมืองภูเก็ตยุครับนักท่องเที่ยวตามแนวคิดดังกล่าวให้ชม

พร้อมอธิบายความเกี่ยวกับ “ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน”

ใช้พื้นที่อันดามันที่มีศักยภาพสูงจูงใจให้นักท่องเที่ยวมาใช้ชีวิต

ท่องเที่ยวไปในกลุ่มรักษาพยาบาลเวลเนส จับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์สุขภาพ

นายพิพัฒน์แนะนำให้แวะไปคลองท่อม ที่แห่งนั้นมีน้ำพุร้อนเค็ม กระทรวงการท่องเที่ยวฯมั่นใจว่า สามารถพัฒนาระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล เป็นเมืองสปาได้

เมื่อพัฒนาขึ้นมาแล้ว กลุ่มจังหวัดนั้นก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

กลายเป็น “เมืองออนเซ็น”

แถมท้ายด้วยการท่องเที่ยวสีเขียวต้นแบบ ที่มีแผนพัฒนาพังงาเป็น Low Carbon Destination

ยกระดับคุณภาพ เขาหลัก เกาะคอเขา เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่

ยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวสีเขียวต้นแบบ (Green Premium)

ยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้มีมากกว่าการท่องเที่ยว

นั่งฟังนายพิพัฒน์มาถึงตอนนี้ก็ได้บทสรุป

นายพิพัฒน์ในขณะนี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจริงๆ

เพราะแผนงานที่วางไว้ ฟังแล้วเคลิ้ม มองเห็นความเป็นไปได้

เหลือเพียงการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย ปิดจ๊อบให้สำเร็จลุล่วง

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทุกอย่างทำได้ตามที่พูด

โอกาสที่ไทยจะรับมือกับ perfect storm ทางเศรษฐกิจได้ก็มีลุ้น

เพราะแผนการที่วางไว้ ได้ใส่ “ของใหม่” เพิ่มมูลค่า “ของที่มีอยู่” ให้มีคุณค่าต่อชีวิต จับกลุ่มจังหวัดเพื่อยกระดับความคุ้มค่าในการมาเยือน

นักท่องเที่ยวก็พอใจ และพร้อมจ่าย

หากการท่องเที่ยวไทยทำได้เหมือนดั่งถ้อยคำที่ปาฐกถา

โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะหวนกลับมาเที่ยวไทยเร็วๆ นี้ก็มีมาก

โอกาสที่ไทยจะได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นกอบเป็นกำก็มีสูง

การรับมือกับ perfect storm ทางเศรษฐกิจย่อมมีหนทาง

เป็นหนทางหนึ่งในอีกหลายๆ หนทางที่จะช่วยให้ไทยรอดจากวิกฤตซ้อนวิกฤตในครั้งนี้