ภายในสิ้นเดือนมกราคมปี 2560 การค้าขายชายแดนตอนเหนือของลุ่มน้ำโขงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากทางการจีนได้ประกาศให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าแช่แข็ง ผัก-ผลไม้ ต้องขนส่งทางเรือผ่านแม่น้ำโขงเท่านั้น จากเดิมที่มีทั้งการขนส่งทางเรือและการขนส่งทางบกผสมกัน โดยท่าเรือหลักที่จีนใช้ขนส่ง คือท่าเรือกวนเหล่ยทางตอนใต้ของเขตปกครองตนเองชนชาติไต-สิบสองปันนา อันเป็นท่าเรือด้านล่างสุดบนดินแดนจีน ซึ่งจีนได้ทุ่มเงินพัฒนาลงไปมากกว่าสองพันล้านหยวน (10,000 ล้านบาท) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือของแม่น้ำโขงตอนบน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์การค้าลุ่มแม่น้ำโขง ที่จะใช้มณฑลหยุนหนาน (ยูนนาน) ให้เป็นป้อมปราการเชื่อมต่อสะพานสู่สามประเทศทางตอนล่าง คือ ไทย ลาว และเมียนมา หลังจากที่จีนได้ลงทุนปรับปรุงเส้นทางเดินเรือ ระเบิดเกาะแก่งและสร้างเขื่อนในแม่น้ำหลานชางเจียง หรือแม่น้ำโขงส่วนที่อยู่ในแผ่นดินจีนถึงเจ็ดเขื่อน สามารถปรับระดับน้ำและรักษาการเดินเรือได้ตามต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนจิ่งหง ในเขตเมืองเชียงรุ้งเดิมของสิบสองปันนา ที่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและเปิดระบายน้ำให้มีน้ำเพียงพอต่อการเดินเรือในฤดูแล้ง ทำให้จีนสามารถขนส่งสินค้าทางเรือล่องมาตามแม่น้ำโขงได้โดยสะดวก
ท่าเรือกวนเหล่ย เมื่อปรับปรุงแล้วในปีที่ผ่านมา ได้รับขนส่งสินค้าขึ้นลงมากกว่า 3.5 แสนตัน เป็นมูลค่ามากกว่า 635 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเชื่อมต่อขนส่งกับท่าเรือ
สบโหลยของเมียนมา ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก และท่าเรือเชียงแสนของไทย เพื่อขนส่งทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าเกษตรกรรม สินค้าวัตถุดิบอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงนำนักท่องเที่ยวขึ้นล่องตามลำน้ำโขงเพื่อไปสู่นครคุนหมิง และมายังเมืองเชียงรายของไทยได้โดยสะดวก
มาตรการบังคับให้ขนส่งสินค้าผักผลไม้ทางเรือของจีน ยังเป็นการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการตรวจขั้นตอนทางศุลกากรที่ต้องผ่านพิธีศุลกากรถึง 4 ครั้ง คือ ไทย-ลาว ที่ด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย และลาว-จีน ที่ด่านบ่อเต็น-ม่อหาน ซึ่งสำหรับสินค้าเกษตร ผักผลไม้ที่เสียง่าย ความล่าช้าในการขนส่งอาจก่อให้เกิดการเน่าเสียและเสียมูลค่าของสินค้าทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือตาม
ลำแม่น้ำโขงที่สั้นกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนถนนของลาว ทั้งอุบัติเหตุโดยธรรมชาติ สภาพถนนที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาและภัยจากโจรผู้ร้ายตามเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อลาวบังคับใช้กฎหมายจัดเก็บภาษีแบบใหม่ซึ่งกินเวลาตรวจสอบและก่อให้เกิดความล่าช้าสูง
ท่าเรือเชียงแสนของไทยจึงมีแนวโน้มที่จะต้องรับการขนส่งสินค้าจำนวนมากกว่าเดิม กลับกันกับที่ด่านเชียงของ ซึ่งจะมีรถบรรทุกน้อยลง การปรับปรุงท่าเรือพาณิชย์ตามลำน้ำโขงเพื่อรองรับสินค้าในระดับคอนเทนเนอร์ และโกดังเก็บสินค้าเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Multi-Modal Transportation and warehouse) จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยจะต้องตระเตรียมล่วงหน้า ภายในเวลาเพียง 3 เดือนที่จะมาถึงนี้
สินค้าในกลุ่มที่ต้องเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ คือสินค้าอาหารสดแช่แข็ง ผัก ผลไม้ ซึ่งการรองรับที่สำคัญ ได้แก่ การเตรียมห้องเย็น โกดังปรับอุณหภูมิ และการขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเป็นคอนเทนเนอร์จากเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่จะขึ้นล่องตามลำแม่น้ำโขง หน่วยงานด้านศุลกากร หน่วยงานกักกันพืชและสัตว์ หน่วยงานด้านสาธารณสุข และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต้องเพิ่มกำลังคนและอุปกรณ์เพื่อเข้าปฏิบัติงานอย่างเต็มที่หลังจีนประกาศบังคับใช้นโยบาย
โดยการบังคับใช้กฎครั้งนี้ ทำให้สินค้าจีนถึง 3 มณฑลคือ ยูนนาน กุ้ยโจว และเสฉวน ขึ้นล่องตามลำแม่น้ำโขง เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีวิสัยทัศน์และทุนเพียงพอจะรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

