‘ทีมไทยแลนด์’ ดันโครงการเชื่อมต่อรถไฟ หนองคาย-เวียงจันทน์ พัฒนาขนส่งทุกมิติ หนุนการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ

18.10.22 | 12:00 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเปิดใช้งานรถไฟระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หรือรถไฟจีน-ลาว เมื่อปลายปีที่แล้ว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนไทยได้ไม่น้อย โดยเมื่อ สปป.ลาวเปิดประเทศจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวไทยไปใช้บริการรถไฟจีน-ลาว กว่า 80% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการรถไฟ

ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า หากประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือรถไฟจีน-ลาว จะมีโอกาสถึง 3 ด้าน

1.ด้านการค้า ไทยจะส่งออกสินค้าไปลาวและจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึงผลไม้สดและแปรรูป เพราะสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง และจีนมีกำลังซื้อมหาศาล เฉพาะมณฑลยูนนานมีจำนวนประชากรราว 50 ล้านคน เกือบเท่ากับคนไทยทั้งประเทศ หากมีการศึกษาตลาด ไลฟ์สไตล์ และความนิยมให้ดี ก็จะทำให้ส่งออกได้มากขึ้น เนื่องจากทั้งคนจีนและคนลาวมีพฤติกรรมที่นิยมสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน สินค้าจากจีนที่จะเข้ามาปริมาณมากขึ้น จะเป็นโอกาสให้ไทยสามารถใช้สินค้าจากจีนที่มีต้นทุนต่ำมาผลิตในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้อีก

2.ด้านการบริการและการท่องเที่ยว คาดว่านักท่องเที่ยวจีนและลาวจะมาเที่ยวไทยได้สะดวกขึ้น

Advertisement

ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนธุรกิจบริการ 3 กลุ่มใหญ่ของไทย ได้แก่ (1) กลุ่มบริการสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล นวดแผนไทย หรือสถานเสริมความงามเพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพ และมาตรฐานสาธารณสุขของไทย รวมทั้งการเดินทางและการผ่านแดนที่สะดวก (2) กลุ่มห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงแรม เนื่องจากราคาสินค้าและบริการถูก อีกทั้งอาหารและเครื่องดื่มของไทยยังเป็นที่นิยมของทั้งชาวจีนและลาว จากข้อมูลสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า ของคนจีนและคนลาวในไทยมีอัตราการใช้จ่ายด้านช้อปปิ้ง และอาหารเครื่องดื่มในช่วงปี 2556-2560 เติบโตเฉลี่ยปีละ 35% และ 29% ตามลำดับ

และ (3) กลุ่มสถานศึกษาและโรงเรียนสอนภาษา ทั้งภาคกลางและภาคอีสานซึ่งมีศักยภาพรองรับนักศึกษาจีนได้มากขึ้น และยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มาจากมณฑลยูนนานและกวางสี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแนวรถไฟ เนื่องจากสถานศึกษาในจีนมีไม่เพียงพอ และค่าเรียนในไทยไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

และ 3.ด้านการลงทุนในต่างประเทศ คาดว่าธุรกิจไทยจะสามารถออกไปลงทุนและขยายธุรกิจผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงใน สปป.ลาว เพื่อขยายฐานการค้าในลาวและส่งออกไปยังจีนตอนใต้ เช่น สินค้าสุขภาพ สินค้าออร์แกนิคสินค้าเกษตรแปรรูป รวมไปถึงภาคบริการที่ไทยมีความชำนาญอยู่แล้ว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการบริหารจัดการโรงแรม เนื่องจากพื้นที่แขวงทางตอนเหนือของลาวที่ติดจีนมีศักยภาพ ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษของลาวตั้งอยู่ ปัจจุบันจึงมีทั้งทุนจีนและทุนไทยขนาดใหญ่เข้าไปลงทุนบ้างแล้ว

ไทย-ลาว เห็นชอบยกระดับ

สู่ ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’

ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้แทนไทย “ทีมไทยแลนด์” เข้าร่วมประชุมหารือกับ เวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการพัฒนาเชื่อมโยงการขนส่ง การค้าการลงทุนของ สปป.ลาว รวมถึงได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัท เวียงจันทน์โลจิสติกส์พาร์ค จำกัด และบริษัท ท่าบกท่านาแล้ง จำกัดผู้เดียว ให้การต้อนรับ

อนุทิน เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ในครั้งนี้ เป็นการประชุมสำคัญที่ทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว ได้เห็นชอบร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้าข้ามแดนรวมถึงเป็นการใช้ประโยชน์จากการเปิดใช้รถไฟลาว-จีน ที่จะช่วยขยายการค้าการลงทุนระหว่างไทย-สปป.ลาว

อนุทิน กล่าวอีกว่า ในนามของรัฐบาลไทย กระทรวงคมนาคมมีภารกิจหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่ง โดยการพัฒนาระบบขนส่งอย่างบูรณาการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยงภายในประเทศและระหว่างภูมิภาคที่มุ่งเน้นให้เกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาระบบนิเวศในการประกอบธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งไทย-สปป.ลาว สามารถเติมเต็มเพื่อเพิ่มพูนผลประโยชน์ร่วมกันในอนุภูมิภาค และในวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาครัฐ และภาคเอกชนของไทยจะได้ร่วมหารือและติดตามความคืบหน้าของโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายต่อไป

“ชื่นชมรัฐบาลลาวต่อการเปิดให้บริการโครงการรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมนครหลวงเวียงจันทน์กับคุนหมิง ที่จะส่งเสริมการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างลาวและจีนให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมีความตั้งใจที่จะทำให้การเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างหนองคายและเวียงจันทน์ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศ ตลอดจนส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งอย่างเป็นระบบ อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” อนุทินกล่าว

เรียนรู้วิสัยทัศน์เพื่อนบ้าน

เปลี่ยน Landlocked เป็น Land-Linked

ด้าน ศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 คณะทำงานศึกษารายละเอียดด้านการคมนาคมเพื่อรองรับการบูรณาการเชื่อมโยงระหว่างไทย ลาว และจีน โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย เข้าร่วมประชุมหารือกับรัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่งและคณะผู้แทนฝ่ายลาว โดยฝ่ายลาวมีความยินดีที่ให้ฝ่ายไทยดำเนินการศึกษาแนวทางการก่อสร้างสะพานแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ทั้งในรูปแบบสะพานรถไฟและรถยนต์ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาผลการศึกษาร่วมกันต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นฝ่ายลาวเสนอว่าสะพานรถไฟ และรถยนต์ควรแยกออกจากกัน ทั้งนี้ รฟท.และการรถไฟลาวได้หารือร่วมกันเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 และ 9 สิงหาคม 2565 และมีมติเห็นชอบให้สถานีท่านาแล้งเป็นสถานีระหว่างประเทศเช่นเดิมโดยการรถไฟลาวจะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาอบรม พนักงานขับรถ/พนักงานรักษารถ เมื่ออบรมเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมการยืนยันการใช้ทางก็จะดำเนินการเปิดเดินรถต่อไป

“ฝ่ายไทยได้เรียนรู้ถึงวิสัยทัศน์ของ สปป.ลาว ที่วางยุทธศาสตร์ว่าจะเปลี่ยนจากประเทศ Landlocked ให้เป็น Land-Linked ผ่านนโยบาย Lao Logistics Link (LLL) ที่จะเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทยกับจีนและเวียดนามผ่านเครือข่ายระบบการขนส่งทางถนนและทางรางซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและจีดีพีของ สปป.ลาวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมการได้รับทราบถึงแนวทางและวิสัยทัศน์ของ สปป.ลาว ในวันนี้จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย รวมไปถึงการพัฒนาการเชื่อมโยงกับโครงการ Land Bridge ชุมพร-ระนอง ให้เป็นรูปธรรมอันจะสามารถสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้เป็นไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป” ศักดิ์สยามกล่าว

เปิดแผน 3 ระยะ 2566-2568 และสืบไป

สำหรับแผนการเปิดเดินขบวนรถโดยสาร แบ่งเป็น 3 ระยะ รายละเอียดดังนี้

แผนระยะเร่งด่วน (ปี 2566) ขยายต้นทาง/ปลายทางของขบวนรถที่ให้บริการในปัจจุบัน ในฝั่งลาว จากสถานีท่านาแล้ง เป็นสถานีบ้านคำสะหวาด (วันละ 4 ขบวน ไป-กลับ) เริ่มให้บริการกลางปี 2566
แผนระยะกลาง (ปี 2567) ขยายต้นทาง/ปลายของขบวน ในฝั่งไทยจากสถานีหนองคาย เป็น สถานีอุดรธานี (วันละ 4 ขบวน ไป-กลับ) เปิดเดินขบวนรถระหว่าง สถานีนครราชสีมา-บ้านคำสะหวาด (วันละ 2 ขบวน ไป-กลับ)

แผนระยะยาว (ปี 2568 เป็นต้นไป) จัดเดินขบวนรถโดยสารทางไกล ระหว่างสถานีบางซื่อ/พัทยา-สถานีบ้านคำสะหวาด (วันละ 2 ขบวน ไป-กลับ)

โครงการเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค โดยบริษัท สิดทิโลจิสติกส์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือปิโตรเทรดดิ้ง ลาว จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานระยะเวลา 50 ปีจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้เป็นผู้พัฒนาโครงการ VLP ประกอบด้วย ท่าเรือบก (Dry Port), Export Processing Zone, Free Trade Zone, Logistics Park, Tank Farm

โครงการมีพื้นที่รวม 2,387.5 ไร่ ในบ้านดงโพสี เมืองหาดซางฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร โดยพื้นที่โครงการครอบคลุมสถานีท่านาแล้ง
และลานกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard : CY) ของสถานีท่านาแล้งด้วย โดยบริษัทมีแผนที่จะพัฒนา CY ของสถานีท่านาแล้งซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสถานีท่านาแล้ง (รถไฟไทย-ลาว) กับสถานีเวียงจันทน์ใต้ (รถไฟลาว-จีน)ให้เป็นท่าเรือบก เพื่อเป็นจุดดำเนินพิธีการศุลกากรและเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างสองสถานี โดยบริษัทได้รับโอนอาคารสถานที่และ CY ของสถานีท่านาแล้งจากรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อบริหารจัดการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ในส่วนของการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกจากฝั่งไทยไปถ่ายลำขึ้นรถไฟลาว-จีน ซึ่งปัจจุบันลาน CY ของสถานีท่านาแล้งสามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้สูงสุดประมาณ 20,000 ตู้ ซึ่งในปัจจุบันปริมาณการขนส่งยังมีไม่มากนัก ในแต่ละเดือนมีการขนส่งเฉลี่ยประมาณ 2,000 ตู้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทปุ๋ย และสินค้าเกษตร โดยบริษัทจะก่อสร้างถนนระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อบังคับให้รถบรรทุกวิ่งตรงจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ไปผ่านพิธีการศุลกากรในบริเวณท่าเรือบก

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จตามโครงการ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศ ได้อย่างน่าจับตา

ศศวัชร์ คมนียวนิช