รุมชิม ‘รสไทย(ไม่)แท้’ ในสนามการเมืองวัฒนธรรม เมนูเด็ดยืนหนึ่ง 7 วันรวด

21.10.22 | 12:00 น.
อาสา คำภา เจ้าของผลงาน รสไทย(ไม่)แท้ : ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมือง ขายดีอันดับ 1 บูธมติชน 7 วันรวด

ใครยังไม่ชิม ต้องรีบชิมให้รู้รส
เพราะประชาชนชาวไทยรุมชิมกันถ้วนหน้าจนคว้าแชมป์เมนูขายดี 7 วันรวดในบูธ สำนักพิมพ์มติชน ในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์

สำหรับ ‘รสไทย (ไม่) แท้ : ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม’

240 หน้า ผ่านการปรุงรสเข้มข้นด้วยวัตถุดิบชั้นดี โดยพ่อครัวนามว่า อาสา คำภา นักประวัติศาสตร์ชื่อดังในวงการที่เคยฝากผลงานหนักแน่นจนเป็นที่จดจำในรสชาติมาแล้วหลากหลายเล่ม

“อาหารเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อตั้งชื่อว่า รสไทย (ไม่) แท้ จึงทําให้ผู้คนฉุกใจว่ามันคืออะไร” คือคำตอบของ เชฟอาสา ขณะแจกลายเซ็น ต่อคำถามที่ว่า มองอย่างไรกับปรากฏการณ์ที่หนังสือ “รสไทย (ไม่) แท้” ติดอันดับขายดีที่สุดหลายวันต่อเนื่อง

นักชิมหลากหลายเจเนอเรชั่น ไม่จำกัดเพศและวัย ต่อคิวขอลายมือชื่อที่ปกในของตัวเล่มจากผู้เขียน โดยได้รับ ขนมกุฎีจีน ไปรับประทานตามคอนเซ็ปต์ ‘ความหลากหลายทางวัฒนธรรม’ เนื่องจากอยู่ในลิสต์ ‘ขนมไทย’ แต่ทำด้วยกรรมวิธีแบบ ‘ฝรั่ง’ เรียกชื่อตามชุมชน ‘กุฎีจีน’ หรือ ‘กะดีจีน’ ซึ่งมีการอยู่ร่วมกันของผู้คนในวัฒนธรรมไทย จีน และโปรตุเกส สอดรับกับแนวคิดของหนังสือเล่มดังกล่าวอย่างลงตัว

Advertisement

รสไทย ‘แท้’ มีจริงไหม?

ประวัติศาสตร์ (ความเป็น) ไทย ที่ไม่ได้มีแค่ชนชั้นนำ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ คือหนึ่งในผู้หยิบ รสไทย (ไม่แท้) ลงกระเป๋าลากที่เตรียมมาขนหนังสือดีกลับบ้าน

“อาหารการกินหรือสิ่งที่เรียกว่าอาหารไทยในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยต่างๆ การเปลี่ยนแปลงมีปัจจัย ตัวเร่ง คือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วย เวลาเราคบค้าสมาคมด้วยเหตุผลทางการเมือง กับต่างชาติด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ การนำเข้าของรสชาติอาหาร การปรับรสชาติอาหาร เราจะมองอาหารเหล่านั้นที่ผ่านมิติการเมืองอย่างไร เอาเข้าจริงแล้ว รสไทยแท้มีจริงหรือไม่จริง?” ศาสตราจารย์พิเศษธงทองตอบคำถามด้วยคำถามที่น่าสนใจยิ่ง

ด้าน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หนึ่งในผู้ต่อคิวขอลายเซ็น บอกเหตุผลที่เลือกซื้อหนังสือ ‘รสไทย (ไม่) แท้’ ว่า ติดตามผลงานของอาสา คำภา มาก่อนแล้ว ประวัติศาสตร์ของผู้เขียนท่านนี้ มักมีลักษณะที่ทำให้เห็นความเป็นไปของมิติสังคมและการเมืองซึ่งเป็นด้านที่สังคมไทยยังขาดอยู่

“ผมชอบทานอาหารไทย และชอบประวัติศาสตร์ไทยอีกด้านหนึ่งจากที่เราได้รับการสั่งสอนมา เป็นมุมมองที่ต่างจากเดิม ซึ่งทําให้เรารู้กว้างมากขึ้น แทนที่จะรู้แต่ประวัติศาสตร์ของชนชั้นนำ” นพ.นิรันดร์กล่าว

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ สนใจอาหารในมิติการเมือง

ขุดเก่ง เอกสาร

‘การเมืองเรื่องวัฒนธรรม’ แทรกทุกอณูชีวิต

รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงลึกในรายละเอียดว่า คนอาจรู้จักผลงานของอาสา คำภา ในประเด็นหนักๆ อย่างประวัติศาสตร์การเมืองเรื่องชนชั้นนำ ส่วนหนังสือรสไทย (ไม่) แท้ เป็นประวัติศาสตร์การเมืองอีกส่วนหนึ่ง เป็นการเมืองวัฒนธรรม คืออาหาร

“หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาจารย์อาสาสนใจเรื่องวัฒนธรรมประเพณีเยอะ เช่น เรื่องอาหาร เรื่องพิธีกรรม อ.อาสาเอากรอบการเมืองและวัฒนธรรม ยังถือว่าคนศึกษาไม่เยอะ มาศึกษาอาหารที่เรียกว่า อาหารไทยแท้จริง ถูกประดิษฐ์สร้างมาอย่างไร เปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละยุค หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายและเข้าใจง่าย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ติดตามผลงาน อาสา คำภา มาก่อนแล้ว

อาจารย์อาสาเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ขุดคุ้ยเอกสารเก่ง ขยันและอ่านเยอะ เช่น ตำราอาหารทุกอย่าง ใช้เอกสารใหม่ๆ ที่คนไม่เคยอ่านมาก่อน” รศ.ดร.ประจักษ์เล่า

ในขณะที่ ‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้า เผยว่าเป็นคนชอบเรื่องอาหารมาก รสไทย (ไม่) แท้ จึงเป็นเล่มที่น่าสนใจมาก

“พอเป็นเรื่องอาหาร ชอบการพูดถึงเรื่องการเมืองที่ไม่มีมิติการเมือง คือการเมืองมันแทรกอยู่ในทุกอณูของชีวิต ประวัติศาสตร์ เพลง ดนตรี ละคร แฟชั่น เราจะมองเห็นว่า ของบางอย่างมันถูกปลูกฝัง มันถูกฝังหัวเราและลึกซึ้งกว่าที่คิด เรื่องพวกนี้แหละ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา อย่างอาหารไทยรสชาติของความเป็นไทย” พรรณิการ์กล่าว

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีแค่เรื่องชนชั้นนำ

ย่อยง่าย กินอร่อย

สร้างแรงบันดาลใจ เรื่อง ‘ไทยๆ’ ที่คาดไม่ถึง

อีกรายที่เป็นแฟนหนังสือเหนียวแน่น คือ ‘ป๋าเต็ด’ ยุทธนา บุญอ้อม ผู้เคยสารภาพว่าชอบประวัติศาสตร์เพราะนิตยสารศิลปวัฒนธรรม หยิบ รสไทย (ไม่) แท้ เพราะชอบรับประทานอาหารไทยอยู่แล้ว และคิดว่าอาหารหลายๆ เมนูมีที่มา ประวัติ เรื่องราวที่เราคาดไม่ถึง ถ้าได้รู้อาจทำให้ยิ่งสนุกกับการกินมากขึ้น

“ไม่ว่าจะหนังสืออะไรก็ตาม อ่านเมื่อไรก็ได้ความรู้เมื่อนั้น เพียงแค่ว่าเราจะนำมาประยุกต์กับการใช้งานอย่างไร สังเกตได้จากหนังสือที่ผมซื้อแทบไม่มีหนังสือเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลย ทั้งๆ ที่ผมทำงานในวงการบันเทิง แทบไม่มีเรื่องเพลงหรือดนตรี เพราะว่าผมเชื่อเรื่องแรงบันดาลใจมันเกิดได้จากทุกแง่มุม บางทีเราอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้เราคิดงานเทศกาลดนตรี คิดงานที่เกี่ยวกับดนตรีในแบบที่มันลึกซึ้งมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะว่าหนังสือมันเป็นเหมือนหีบสมบัติ เปิดเมื่อไรมันมีสมบัติอยู่ในนั้น” ป๋าเต็ดกล่าว

จากรุ่นใหญ่ในสายงานต่างๆ มาถึง คนรุ่นใหม่ อย่าง ญาดา นิคมรัตน์ นักเรียนที่มาต่อแถวขอลายเซ็น โดยให้เหตุผลว่า เวลาอยู่ที่โรงเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารเยอะมาก เรียนมาตลอดตั้งแต่สมัยประถมถึงมัธยมต้น เท่าที่ดูหนังสือเล่มนี้ เป็นการรวมเรื่องอาหารไทยหลายๆแบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการถ่ายทอดจากหนังสือและภาพยนตร์ จึงสนใจอ่านเพราะอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร รสไทย (ไม่) แท้ รวมหลายๆ ศาสตร์เข้ามาอยู่ในเล่มเดียว

เป็นอีกเล่มต้องชิมรสให้รู้แน่ ว่าความเป็นไทย (ไม่) แท้ นั้นเป็นอย่างไร?