เกาะขอบเวที รางวัลชมนาดครั้งที่ 11 ‘ความจริงมิอาจวิปลาส?’ ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว

24.10.22 | 12:15 น.
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถ่ายภาพร่วมกับ ศศิวิมล นทธี สุระเดชชะมงคล เจ้าของผลงาน ‘ความจริงมิอาจวิปลาสได้หรือ’ เจ้าของรางวัลชมนาด ครั้งที่ 11 พร้อมแขกผู้มีเกียรติ

เกาะขอบเวที
รางวัลชมนาดครั้งที่ 11
‘ความจริงมิอาจวิปลาส?’
ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว

“ชมนาด”

นับเป็นหนึ่งในรางวัลอันโดดเด่นแห่งวงวรรณกรรมร่วมสมัยของไทยที่มอบแด่ผลงานสร้างสรรค์ของนักเขียนหญิงอย่างต่อเนื่องยาวนานมาเป็นครั้งที่ 11 โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ประกาศผลและมอบรางวัลอย่างเป็นทางการเมื่อ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (สีลม) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

“ความจริงมิอาจวิปลาสได้หรือ” ผลงานในชื่อประกวด โดย ศศิวิมล นทธี สุระเดชชะมงคล คือนวนิยายที่คว้ารางวัลจากโครงการประกวดงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมประเภทนวนิยายของนักเขียนสตรีในครั้งนี้ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมตีพิมพ์ผลงานเป็นรูปเล่มทั้งภาษาไทย ในชื่อ “วิหารความจริงวิปลาส” รวมถึงการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อผลักดันสู่โลกสากล

ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 ขับเคี่ยวชนิดกินกันไม่ลงจนคว้ารางวัลพร้อมกันถึง 2 เรื่อง ได้แก่

Advertisement

“ดอกไม้ในแจกันเหล็ก” โดย อภิญญา เคนนาสิงห์ และ “5,929 ไมล์…ระยะฝัน” โดย จีรภา บุณยะทัศน์ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทย

ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นวนิยายเรื่อง “ไกรสร” โดย ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์

ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 11 จากซ้าย จีรภา บุณยะทัศน์, อภิญญา เคนนาสิงห์, ศศิวิมล นทธี สุระเดชชะมงคล และดวงตา ศรีวุฒิวงศ์

ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทยเช่นกัน

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานมอบรางวัล ร่วมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ เหล่านักเขียน นักแปล และผู้คนในบรรณพิภพที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง

เพียงชื่อวรรณกรรมแต่ละเรื่อง ก็ชวนให้เปิดหน้าแรกของผลงานนักเขียนมือรางวัล สัมผัสประสบการณ์แห่งตัวอักษรอันลึกล้ำ

นวนิยายชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 11 เวอร์ชั่นหนังสือเล่มภาษาไทย ในชื่อ วิหารความจริงวิปลาส

สยองขวัญผสานปม ‘จิตเวช’
กระตุกความจริงที่มิอาจวิปลาส

เริ่มที่รางวัลยอดเยี่ยมยืน 1 อย่าง “ความจริงมิอาจวิปลาสได้หรือ” หรือ “วิหารความจริงวิปลาส” ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของตัวละครหลายตัว ที่เดินทางมาพบกันที่โบสถ์แห่งหนึ่งเพื่อร่วมงานศพในขณะที่พายุฝนฟ้าคะนอง การเล่นเกมเล่าเรื่องเพื่อให้ทายว่าเป็นเรื่องจริงหรือลวง เผยให้เห็นสภาวะผิดปกติทางจิตของตัวละครในลักษณะต่างกัน

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล และแขกผู้มีเกียรติ

สร้างความแปลกใหม่ด้วยการผสานเรื่องเล่าสยองขวัญกับปมปัญหาทางจิตเวชอันหลากหลายได้อย่างกลมกลืน สะท้อนแนวคิดคุณค่ากับความรัก ความผูกพัน และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่หล่อหลอมบุคลิกภาพของบุคคล การนำจิตวิทยาเข้ามาอธิบายเสริมให้เข้าใจความผิดปกติของตัวละคร ช่วยให้สังคมเข้าใจผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวชหลากหลายลักษณะมากขึ้น

ศศิวิมล เจ้าของผลงาน เผยว่าความหวังสูงสุดคืออยากให้เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับสากล เพราะเนื้อหาของเรื่องน่าจะสามารถเชื่อมโยงให้คนอ่านทุกวัฒนธรรมมีความรู้สึกลึกซึ้งทางอารมณ์ร่วมกัน ได้เรียนรู้ความแตกต่างหลากหลายซึ่งกันและกันทั้งในเรื่องหลักวิธีคิด ความเชื่อ ทัศนคติต่อศาสนา ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว สภาวะทางจิตในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่เป็นอาการทางจิตเวชและปัญหาบุคลิกภาพ

“เรื่องนี้มีเวลาทำกระชั้นมาก เพราะเปลี่ยนใจใน 8 วันสุดท้ายก่อนส่งต้นฉบับ ค่อนข้างเครียดมาก แต่เป็นพล็อตที่ตั้งใจจะเขียนมานานแล้ว โดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวคาทอลิก พูดถึงเรื่องจิตวิทยาพฤติกรรมที่เราพบเห็นโดยทั่วไป แต่คนกลุ่มนี้ถูกกันเอาไปไว้วงนอก หรือเป็นคนชายขอบเพราะหลายคนโดนคำพูดตีตรา เช่น สำออย แกล้งทำ เรียกร้องความสนใจ ซึ่งคำพูดพวกนี้จะไม่สามารถให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ และจะเกิดปัญหากับตัวเองและคนในสังคม”

ศศิวิมลยังเปิดใจว่า รางวัลชมนาดเป็นเวทีที่มอบโอกาสให้ผู้หญิงได้ถ่ายทอดความคิดของตัวเองต่อสังคม เป็นโอกาสสำคัญของนักเขียนหญิงอย่างมาก

“ในสังคมไทย ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังมีอยู่ ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีโอกาสแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกนึกคิดของตัวเองที่มีต่อสังคมสักเท่าไหร่ ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้แสดงออกเต็มที่และมีโอกาสเผยแพร่ไปสู่วงกว้าง” ศศิวิมลกล่าว

ดอกไม้ในแจกันเหล็ก-5,929 ไมล์…ระยะฝัน-ไกรสร 3 เล่มหลากชีวิตผู้หญิงนักสู้

นวนิยาย “5,929 ไมล์…ระยะฝัน” โดยจีรภา บุณยะทัศน์ และ“ดอกไม้ในแจกันเหล็ก” โดยอภิญญา เคนนาสิงห์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลชมนาด ครั้งที่ 11

อีก 3 เล่มที่เปล่งประกายจนคว้ารางวัลรองชนะเลิศแต่ละอันดับ ก็ล้วนมีพล็อตชวนค้นหา ไม่ว่าจะเป็น “ดอกไม้ในแจกันเหล็ก” โดย อภิญญา เคนนาสิงห์ นำเสนอเรื่องราวชีวิตของหญิงสาวนามว่า รำเพย หญิงสาวที่ถูกพ่อแม่มองเป็นเพียงทรัพย์สมบัติขายกิน แต่เธอไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค แม้จะผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยที่จะหยุดฝัน พร้อมจะกัดฟันทำงานสู้ชีวิต เพื่อไขว่คว้าฝันให้สมดั่งใจปรารถนา

“5,929 ไมล์…ระยะฝัน” โดย จีรภา บุณยะทัศน์ นำเสนอเรื่องราวชีวิตของนักเรียนไทยกับการตามฝันไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษในวัย 40 ที่พกความกล้าไปด้วยใจเกินร้อย แม้เงินในกระเป๋าจะไม่เต็มเท่าความกล้าก็ตาม

“ไกรสร” โดย ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์ นวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนของทนายความนามว่า ประมวล ที่ประสบปัญหาขาดงานเพราะการระบาดของโควิด-19 และเมื่อได้รับว่าจ้างจากเศรษฐินีให้ตามหาสามีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทนายประมวลคิดว่าเป็นงานไม่ยาก แต่เมื่อยิ่งสืบเรื่องราวจากการตามหาคนหายธรรมดาอาจกลายเป็นการขุดลึกถึงเบื้องหลังอะไรสักอย่างที่ไม่ชอบมาพากลไปเสียแล้ว

เงาสะท้อนชีวิต สังคมเปลี่ยน
วรรณกรรมไม่หยุดนิ่ง

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มองว่า วรรณกรรมเป็นงานสร้างสรรค์ของบุคคลที่เป็นเสมือนกระจกเงาสะท้อนสภาพชีวิต สังคม และคตินิยมของงานทุกยุคทุกสมัย วรรณกรรมรางวัลชมนาด เป็นการประกวดวรรณกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากเป็นการประกวด ที่มุ่งเน้นมอบให้แก่นักประพันธ์ที่เป็นสตรีเท่านั้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด มุ่งมั่นส่งเสริมให้นักเขียนหญิงที่มีใจรักในงานประพันธ์ ทั้งมืออาชีพ และมือใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงานในมุมมองของผู้หญิงบนเวทีคุณภาพแห่งนี้ และมีโอกาสเดินก้าวต่อไปสู่นักเขียนในระดับนานาชาติ

ไกรสร โดย ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์ รองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัลชมนาด ครั้งที่ 11

“เรื่องของวรรณกรรมเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง มีพัฒนาการเรื่องราวต่างๆ ที่สะท้อนสังคมในแต่ละช่วงที่เปลี่ยนแปลงไปมาก นวัตกรรมเป็นสิ่งหนึ่งที่ปรากฏในงานวรรณกรรมต่างๆ ได้ รางวัลชมนาดเป็นส่วนหนึ่งที่ธนาคารกรุงเทพให้การสนับสนุนมาเป็นปีที่ 11 ฉะนั้นการสร้างนักเขียนโดยเฉพาะสตรีถือว่ามีบทบาทสำคัญ เราอยู่ในยุคที่พูดถึงความเท่าเทียม สิทธิสตรี และเราก็เห็นว่านักเขียนสตรีที่รางวัลชมนาดได้สร้างมา มีที่มาหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น มืออาชีพ และได้เห็นพัฒนาการในหลายปีที่ผ่านมา

“คิดว่าวงการวรรณกรรมยังต้องการการสนับสนุนให้มีความทันสมัย มีความเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา รวมทั้งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผลงานเหล่านี้มีโอกาสได้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ ทำให้ชาวต่างประเทศเข้าใจคนไทย เข้าใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น เป็นเรื่องน่ายินดีที่ธนาคารกรุงเทพได้สนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้ เราคาดหวังว่าการจัดงานเพื่อประกวดปีต่อๆ ไจะได้รับความสนใจจากนักเขียนมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะมีส่วนในการสร้างนักเขียนรุ่นใหม่ๆ และสร้างสรรค์งานวรรณกรรมที่มีคุณภาพให้กับสังคม” ดร.ทวีลาภกล่าว

ตั้งวงถก หนุนงานเขียนสตรี
โกอินเตอร์อย่างยั่งยืน

ภายหลังประกาศผลรางวัล ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘จะร่วมกันผลักดันงานเขียนสตรีสู่นานาชาติชนิดยั่งยืนอย่างไรกัน’

กนกวลี พจนปกรณ์ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เปิดวงสนทนา โดยชี้ว่า ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ 1.ผู้สร้าง คือ นักเขียน 2.ผู้เสริม คือ การแปลที่แข็งแรงและดีพร้อมที่จะได้รับการสนับสนุนไปสู่เป้าหมาย และ 3.ผู้ส่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนักเขียนไม่สามารถทำได้ ต้องมีผู้ส่งที่มีศักยภาพและมีพลังพอสมควร ตัวอย่างงานเขียนที่ประสบความสำเร็จที่มีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศและได้รับความนิยม อาทิ เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่มีการแปลเป็นภาษาจีน อินโดนีเซีย ขณะที่ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันงานเขียนและพล็อตเรื่องสู่นานาชาติ

“ปัจจุบันงานเขียนสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถสร้างรายได้สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์ เช่น จากงานเขียน การพิมพ์หนังสือ ละคร ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น หนังสือภาพ หนังสือเสียง สติ๊กเกอร์ไลน์ และเกม” กนกวลีกล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มุมมองสอดคล้องกัน โดยต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเสนอว่าสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักพิมพ์ ต้องมาทำ MOU ร่วมกันในการสร้างนักเขียนและการโปรโมตสู่เวทีนานาชาติ

ม.ล.วีรอร วรวุฒิ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ลงลึกอย่างเป็นรูปธรรมว่า เนื้อหาหนังสือที่จะแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องเป็นสากล รับรู้ได้ในวงทั่วไป เพราะบางครั้งการนำเสนอเนื้อหาหรือวัฒนธรรมที่มีความเป็นไทยมากๆ จะทำให้ต่างชาติเข้าใจยาก รวมถึงเนื้อหาต้องให้แง่คิด สำนวนอ่านแล้วชื่นชอบติดใจ

ปิดท้ายที่ ดร.สวัสดิ์ เก่งชน ที่ปรึกษาและผู้นำการสัมมนาอาวุโสหลักสูตรกลยุทธ์การตลาด และกลยุทธ์การขาย มองไกลในตลาดโลก ว่า

ถ้าจะมุ่งสู่เวทีโลก ต้องเอาตลาดมาเป็นตัวนำ ลูกค้าไม่ได้ซื้อหนังสือ แต่ซื้อเนื้อหา ดังนั้นสิ่งที่ควรรู้คือ 1.กลุ่มเป้าหมาย เขียนให้ใครอ่าน และ 2.ลูกค้าอยากได้อะไร อยากอ่านอะไร เพื่อกำหนดทิศทางการเขียนหนังสือ

วงเสวนา “จะร่วมกันผลักดันงานเขียนสตรีสู่นานาชาติชนิดยั่งยืนอย่างไรกัน”

“โลกเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องปรับตัวให้เร็วตามโลก รวมถึงสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งนวนิยายต้องมีนวัตกรรมเหมือนกัน รวมถึงมองว่าวัฒนธรรมหรือกรอบจะเป็นอุปสรรคต่อความเจริญ อย่างสหรัฐอเมริกาเขาไม่มีกรอบ Think Out of The Box ดังนั้นถ้าเราหลุดออกจากกรอบ เราจะไปได้ไกล” ดร.สวัสดิ์ทิ้งท้าย

นับเป็นประเด็นสำคัญนอกเหนือจากรางวัลอันทรงคุณค่า ที่สังคมไทยต้องหันมาร่วมแรงหนุนเพื่อวันพรุ่งนี้ของวงวรรณกรรมสตรีไทย

รางวัลชมนาด

ในปีนี้มีนักเขียนส่งผลงานเข้าประกวด 30 เรื่อง และผ่านเข้ารอบสุดท้าย 9 เรื่อง ได้แก่ “เมื่อแม่ฉันเป็นยักษ์” โดย กชกร ชิณะวงศ์, “กุสุมาอีกครั้ง” โดย กมลวรรณ ชมชอบบุญ, “5,929 ไมล์…ระยะฝัน” โดย จีรภา บุณยะทัศน์, “the present ของขวัญ” โดย ชัญญา ศรีธัญรัตน์, “คมบุหลัน” โดย ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน, “ไกรสร” โดย ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์, “ความจริงมิอาจวิปลาสได้หรือ” โดย ศศิวิมล นทธี สุระเดชชะมงคล, “ผู้พิทักษ์ตนสุดท้าย” โดย สมาพร แซ่จิว และ “ดอกไม้ในแจกันเหล็ก” โดย อภิญญา เคนนาสิงห์
ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัทสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด กล่าวถึงกติกาการเปิดรับโครงการประกวดงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมประเภทนวนิยายของนักเขียนหญิง รางวัลชมนาด ครั้งที่ 12 ว่า สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2565-30 เมษายน 2566 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point ส่งต้นฉบับมาที่ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เลขที่ 222 บุษราคัม เทอเรส ถนนพุทธมณฑล สาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. 10170

ทีมข่าวเฉพาะกิจ